ห้ามเลือดด้วยสมุนไพรท้องถิ่น

โครงงานวิทยาศาสตร์                      เรื่อง ห้ามเลือดด้วยสมุนไพรท้องถิ่น

โดย                                                         1. นางสาวอนงค์นาถ          ดวงอุปะ

                                                                2. นางสาวเจนจิรา               สิงห์สถิต

                                                                3. นางสาวรำเพลิน              ปิ่นบาง

                                                                โรงเรียนดงขุยวิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์

อาจารย์ที่ปรึกษา                                  นายเขษมชาติ                       อินทะสิงห์

 

บทคัดย่อ

 เลือดเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของร่างกายสัตว์และมนุษย์ เมื่อเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยจนมีเลือดไหลคนในชุมชนส่วนใหญ่จะห้ามเลือดโดยการนำสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ในการห้ามเลือด นั่นคือใบสาบเสือและใบยาสูบ ดังนั้นผู้จัดทำจึงทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง ห้ามเลือดด้วยสมุนไพรท้องถิ่น  โดยการนำยาสูบและใบสาบเสือ ที่ล้างสะอาดแล้วอย่างละ 20 กรัม ผสมน้ำกลั่นจำนวน 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วบดแล้วคั่นพร้อมกรองด้วยผ้าขาวบาง หลังจากนั้นนำน้ำสกัดใบสาบเสือ   ยาสูบ  และน้ำกลั่นอย่างละ 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผสมน้ำเลือดหมูจำนวน 5 ลูกบาศก์เซนติเมตร  คนให้เข้ากันแล้ววางไว้  5 นาที แล้วกรองด้วยกระดาษกรองเป็นเวลา 1 ชั่วโมง พบว่าสารผสมของน้ำสกัดใบสาบเสือกับน้ำเลือดมีปริมาตรของเหลวที่ผ่านการกรองเฉลี่ยเป็น1.1ลูกบาศก์เซนติเมตร และมีลักษณะก้อนเลือดที่ตกตะกอนบนกระดาษกรอง  สารผสมของน้ำสกัดยาสูบ กับน้ำเลือดมีปริมาตรของเหลวที่ผ่านการกรองเฉลี่ยเป็น 2.6 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลักษณะของแข็งที่เป็นเกล็ดเลือดเล็ก ๆ   ทั่วกระดาษกรอง สารผสมของน้ำกลั่นกับน้ำเลือดมีปริมาตรของเหลวที่ผ่านการกรองเฉลี่ยเป็น 8.1 ลูกบาศก์เซนติเมตร  มีลักษณะมีเกล็ดเลือดเล็ก ๆ กระจายบาง ๆ บนกระดาษกรอง แสดงว่าสารสกัดใบสาบเสือสามารถทำให้เลือดหมูมีการแข็งตัวได้ดีที่สุด หลังจากนั้นได้ศึกษาความเข้มข้นของสารสกัดใบสาบเสือที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดหมู      โดยการนำใบสาบเสือจำนวน 30,40 และ 50 กรัม ตามลำดับ ผสมกับน้ำกลั่น 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร   แล้วกรอง    นำสารกัดที่ความเข้มข้น 0.3, 0.4 และ 0.5 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร ไปผสมน้ำเลือดจำนวน 5 ลูกบาศก์เซนติเมตร  คนให้เข้ากันแล้ววางไว้  5 นาที แล้วกรองด้วยกระดาษกรองเป็นเวลา 1 ชั่วโมง  พบว่าสารกัดที่ความเข้มข้น 0.5 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร มีปริมาตรของเหลวที่ผ่านการกรองเฉลี่ยเป็น0.75 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งเป็นปริมาตรของเหลวที่ผ่านการกรองน้อยที่สุด    และมีลักษณะก้อนเลือดที่ตกตะกอนบนกระดาษกรองแสดงว่าความเข้มข้นของสารสกัดใบสาบเสือที่มากขึ้น สามารถทำให้เลือดได้แข็งตัวมากขึ้นด้วย ดังนั้นจากการศึกษาจะเห็นว่าใบสาบเสือสามารถทำให้เลือดแข็งตัวได้แสดงว่าสามารถใช้ใบสาบเสือห้ามเลือดได้เนื่องจากในใบสาบเสือ มีสารฝาดสมานและกรดอะนิซิกซึ่งคุณสมบัติในการห้ามเลือดนั้นเอง ต่อจากนี้ไปการกำจัดต้นสาบเสือตามไร่นานั้นก็จะนำใบสาบเสือที่กำจัดมาใช้ประโยชน์มากขึ้น อนาคตข้างหน้า ทางด้านเภสัชกรรมอาจจะสกัดสารจากใบสาบเสือมาเป็นยาสมานแผลต่อไปก็เป็นได้