วิสัยทัศน์กลุ่มป่งใบ คือ เผยแพร่ข่าวสาร ผลิบานวรรณกรรม

ประวัติกลุ่มวรรณกรรมป่งใบ

สาคร  สารคาม และ ทัศนาวดี ผู้ค้นมาเล่า

ประวัติของกลุ่ม ป่งใบ ขอยกคำกล่าวของคุณแผ่นดิน จาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในบล็อกhttp://gotoknow.org/blog/pandin/83835

ที่สะท้อนให้เห็นความเป็นมาป่งใบได้ดี

กลุ่มวรรณกรรมป่งใบ  ก่อตัวและผลิบานขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคามเมื่อกลางปี 2536  (ครั้งนั้นยังเป็น มศว มหาสารคาม)  เป็นการรวมตัวของกลุ่มคนที่พิสมัยในงานวรรณกรรม  ส่วนหนึ่งแจ้งเกิดเป็นนักเขียนในบรรณพิภพไปแล้ว  ไม่ว่าจะเป็น  คำผา  เพลงพิณ (สรุพงษ์  จังหาร)  ทัศนาวดี  (สุทัศน์  วงษ์กระบากถาวร)   อณูทิพย์  ธารทอง  สุขุมพจน์  คำสุขุม (สุขุม  คำภูอ่อน)  นอกจากนั้นเป็นนักเขียนมือใหม่ที่หลงใหลในวรรณกรรมอย่างถึงขั้วหัวใจ  อาทิ  สว่าง  ไชยสงค์  วิสัย   สมประสงค์  สาคร  สารคาม  (ธนสาร   บัลลังก์ปัทมา)  จากนั้นก็เป็นนักเขียนหน้าใหม่ มือใหม่ที่วนเวียนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองบรรณาธิการเป็นระยะ ๆ  รวมถึงข้าพเจ้าฯ  บ้างในบางโอกาส

ปรากฏการณ์รวมตัวของ "ป่งใบ  (ป่งใบ  เป็นอาการผลิใบของใบไม้..เสมอเสมือนการผลิใบและแตกหน่อ - ก่อตัวของวรรณกรรมกลุ่มใหม่ของสังคม)  กลายเป็นปรากฏการณ์แรกเริ่มของกลุ่มคนที่รวมตัวเป็นกลุ่มวรรณกรรมกลุ่มแรกอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยในยุคนั้น  แต่ละท่านล้วนเป็นนิสิตปริญญาโท สาขาภาษาไทย  โดยมี คำผา  เพลงพิณ   เป็นพี่ใหญ่และทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการของจุลสารป่งใบและยิ่งได้ อาจารย์ไพฑูรย์  ธัญญา  (ผศ.ธัญญา  สังขพันธานนท์ :  นักเขียนซีไรต์  ปี  2530  จากรวมเรื่องสั้นชุด ก่อกองทราย)  มาเป็นที่ปรึกษา  คอยดูแลรดน้ำพรวนดิน  ยิ่งช่วยให้ ป่งใบ  ได้ ผลิใบ  ทายท้าฤดูกาลอย่างสง่างาม 

http://gotok

 

ย้อนรอยกลุ่มวรรณกรรมป่งใบ  ตอนที่ 1

คัดลอกจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=168428

      เอ่ยถึงกลุ่มวรรณกรรมป่งใบเมื่อหลายปีก่อนมีนักเขียนสกุลป่งใบเป็น

สกุลต่อท้ายไม่ว่าจะเป็นสุขุมพจน์ คำสุขุม ทัศนาวดี อณูทิพย์ ธารทอง

 ราชบดินทร์ ประกายธรรม   สว่างไชยสงค์ และอีกหลายคน

      ในวันนี้กลุ่มวรรณกรรมป่งใบแตกกิ่งก้านสาขาออกดอกผลิใบให้ชื่น

ชมหลายต้น

      บ่ายวันหนึ่งเมื่อต้นฤดูหนาวได้มีโอกาสอณูทิพย์ ธารทองนักเขียน

หนุ่มจากลุ่มน้ำโขง หนึ่งในนักเขียนกลุ่มป่งใบ เพื่อรำลึกถึงความหลัง

เมื่อครั้งรวมกลุ่มวรรณกรรมในมหาวิทยาลัย ดูเหมือนว่าเขาจะมี

ความสุขกับการที่ได้เล่าถึงเพื่อนผูง เล่าถึงความหลังในบรรยากาศเก่า ๆ

อยากทราบความเป็นมาของกลุ่มวรรณกรรมป่งใบ

       ป่งใบเป็นภาษาอีสาน คำว่า "ป่ง" หมายถึงผลิ หรือแตก ใบ ก็คือ

ใบไม้ เหมือนกับกลุ่มของพวกเราในยุคนั้นที่เริ่มล้มลุกคลุกคลานใน

เส้นทางสายวรรณกรรม

        ความคิดเรื่องการจัดตั้งกลุ่มวรรณกรรมน่าจะมาจ ากพี่คำผา

เพลงพิน(เสียชีวิตแล้ว) คำว่า "ป่งใบ" ถ้าจำไม่ผิดมาจากชื่อบทกวีใน

หนังสือเสียงสั่งจากอีสานของพี่คำผา ซึ่งเป็นผู้รอบรู้ทางวรรณกรรม

ที่บ้านของท่านจะเป็นร้านเช่าหนังสืออยู่บ้านโนนศรีสวัสดิ์

มีหนังสือทุกประเภทตั้งแต่บทกวี เรื่องสั้น การ์ตูน พวกเราชอบไปเช่า

หนังสือมาอ่านตอนหลังสนิทกันก็ยืมอ่าน ช่วงนั้นกลุ่มพวกเรากำลังเรียน

ปริญญาโท ที่ มศว มหาสารคาม(มหาวิทยาลัยมหาสารคามปัจจุบัน)

โดยมีอาจารย์ธัญญาสังขพันธานนท์ เป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

 

 สมาชิกกลุ่มวรรณกรรมป่งใบในยุคนั้นมีใครบ้าง

       สมาชิกตอนนั้นมีทั้งนิสิตปริญญาตรี ปริญญาโท ที่สนใจงานด้าน

วรรณกรรม ประกอบด้วยราชบดินทร์  ประกายธรรม ทัศนาวดี

สว่าง ไชยสงค์ สุขมพจน์ คำสุขุม ธนสาร บัลลังค์ปัทมา

สุรเดช จันทร์สม วีรชัย แสงฉายา เกื้อกูล ขวัญทอง สุทัศน์ สังข์สนิท

บุญยิ่ง เคยพุดชา โพไซ สุนนะลาด(นิสิตปริญญาโท ไทยคดีจากลาว)

รวมทั้งชัชวาลย์ โคตรสงคราม ซึ่งเรียนอยู่ที่วิทยาลัยมหาสารคาม

ในขณะนั้นก็ไปมาหาสู่กันประจำในฐานะผู้สนใจงานวรรณกรรม

ย้อยรอยกลุ่มวรรณกรรมป่งใบ  ตอนที่ 2

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=168477

กิจกรรมกลุ่มวรรณกรรมป่งใบในยุคนั้น

     กลุ่มพวกเราเป็นกลุ่มที่สนใจวรรณกรรม กิจกรรมในยุคนั้น

น่าจะเป็นประเภทช่วยกันเขียน เวียนกันอ่าน วานกันชม เป็นความอบอุ่นเล็ก ๆ

น้อย ๆ ที่จะก้าวสู่การเป็นนักเขียน เราก็เป็นหูเป็นตาให้กัน เจองานของเพื่อนใน

กลุ่มที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร วารสารก็ซื้อมาพร้อมกับเขียนลายเชนต์มอบให้เจ้าของ

เรื่อง เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน บางทีได้ค่าเรื่องมา 500 บาท เลี้ยงพรรคพวก

มากกว่านั้นก็มี

       กิจกรรมอย่างหนึ่งน่าจะเป็นการจัดทำจุลสาร "ป่งใบ" ซึ่งถึงว่าเป็นหนังสือ

ทำมือในยุคบุกเบิกก็ว่าได้จะมีเรื่องสั้น บทกวี และบทความของสมาชิกในกลุ่ม

อุปกรณ์ในการจัดทำคือเครืองพิมพ์ดีดกระเป๋าหิ้วของทัศนาวดี หอบหิ้วกันไปหอบ

หิ้วกันมา ตอนนั้นยังไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้กัน หัวเรื่องก็ต้องใช้อักษรลอก เมื่อทำ

เสร็จแล้วทำออกมาแจกจ่ายเพื่อนฝูงให้ช่วยอ่าน ให้ห้องสมุดมหาวิทยาลัยบ้าง

เป็นความภาคภูมิใจที่เห็นผลงานของตนเผยแพร่

บทบาทของกลุ่มวรรณกรรมป่งใบในมหาวิทยาลัย          

        ในส่วนของผมจะรู้กันในหมู่เพื่อนสนิทว่าเป็นนักเขียน จะแสดงตัวทาง

หน้าหนังสือมากกว่า โดยเฉพาะผมจะใช้คำว่า "ป่งใบ" ต่อท้ายนามปากกามาก

ที่สุด

           กิจกรรมในมหาวิทยาลัยส่วนมากจะเป็นการเสวนาทางวรรณกรรมกับชุมนุม

วรรณศิลป์ของมหาวิทยาลัย จำได้ว่ากลุ่มของพวกเราเปิดตัวครั้งแรกในงาน

เสวนาวรรณกรรมของมหาวิทยาลัย มีการเชิญนักเขียนจากส่วนกลางมาร่วม

เสวนา เช่น พิบูลย์ศักดิ์ ละครพล ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ ไพวรินทร์ ขาวงาม

ซึ่งตอนนั้นมีคุณสุมาลี โพธิ์พยัคฆ์ กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี

สมาชิกในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง     

         เมื่อจบการศึกษาต่างคนก็แยกย้ายกับกลับภูมิลำเนา ทุกคนต่างมีภาระหน้าที่

เริ่มห่างเหินกันไป ครั้งล่าสุดเคยรวมกันในงาน "วรรณกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย"

ทางมหาวิทยาลัยเชิญสมาชิกกลุ่มป่งใบมาร่วมงาน เป็นการรำลึกความหลัง

 จำได้ว่าวันนั้น  ทัศนาวดีอ่านบทกวีรำลึกถึงพี่คำผา เพลงพิณด้วย

 

ความภาคภูมิใจของกลุ่ม

        ที่เป็นเนื้องานจริง ๆ ก็จะมีสุขุมพจน์ คำสุขุม จากรวมบทกวี "

"สายรุ้งของความรัก" ที่เข้าชิงกวีซีไรต์รอบสุดท้ายปี 2543 อีกคนน่าจะเป็น

ทัศนาวดี มีรวมเรื่องสั้น "ในโลกแคบ" "โลกใบเก่ายังเศร้าเหมือนเดิม" รวมทั้ง

รวมเรื่องสั้นจากเวียตนาม ซึ่งทั้งสองลงทุนพิมพ์งานโดยใช้ทุนตนเอง ไม่มีสำนัก

พิมพ์จัดพิมพ์ให้ ส่วนราชบดินทร์ ประกายธรรมมีผลงานทางนิตยสารเป็นระยะ

ด้านสว่าง ไชยสงค์ และสาคร สารคาม นั้นเงียบหายไป เป็นอย่างไรส่งข่าวให้

พรรคพวกทราบด้วย

       อณูทิพย์ ธารทองกล่าวเอ่ยในตอนท้ายด้วยความอารมณ์ดี

 

สาคร  สารคาม และ ทัศนาวดี ผู้ค้นมาเล่า

สาคร  สารคาม และ ทัศนาวดี ผู้ค้นมาเล่า