“อุทัย” เสนอปฏิรูปการเมืองขั้น 3 จริยธรรมคุณธรรมนักการเมือง
แขวะ “ทักษิณ” ออกรายการเกมเศรษฐี เลือก “ออก
หรือไม่ออก”เป็นคำตอบสุดท้าย
หนุนต้านผู้นำไร้คุณธรรมบริหารประเทศ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 มี.ค. 2549
ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายอุทัย พิมพ์ใจชน
อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร
ได้แถลงข่าวข้อเสนอต่อวิกฤตการณ์ทางการเมืองว่า
ปัญหาที่เกิดในขณะนี้มาจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันของประชาชน 2 กลุ่ม
คือ กลุ่มที่เห็นว่าหากมีการโกงแล้วสามารถรับได้
กับกลุ่มที่รับไม่ได้กับการโกง
ก่อให้เกิดการชุมนุมของประชาชนที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อกดดันให้พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งและเว้นวรรคทางการเมือง
และพรรคฝ่ายค้านไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าเมื่อเกิดปัญหาความคิดเห็นแตกต่าง
จึงยุบสภาโดยอ้างว่าเป็นการคืนอำนาจให้กับประชาชน
“ผมไม่ได้บอกว่าใครผิดหรือถูก
แต่อยากจะอธิบายเหตุผลของการกระทำแต่ละฝ่ายว่าเป็นอย่างไร
โดยเฉพาะในซีกของผู้ชุมนุมนั้น เพราะเห็นว่านายกฯ ทักษิณ
ไม่มีความชอบธรรมที่จะเข้าบริหารประเทศอีกต่อแล้ว
เพราะในขณะที่สภาจะเปิดสมัยประชุมและมีการเตรียมการจะอภิปรายปัญหาที่คาใจกัน
นายกฯ ก็บอกว่า พร้อมจะอธิบายทุกประเด็น แต่จู่ๆ คนที่พูดเสมอว่า
จะไม่ยุบสภาไม่ลาออก ถ้ายุบสภาก็สติแตก
หรือถ้าหากจะยุบก็จะส่งสัญญาณให้ย้ายพรรคได้ทัน
กลับตัดสินใจยุบสภากะทันหัน เท่ากับเป็นการตระบัดสัตย์”
นายอุทัยกล่าว
อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวอีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ
ทำไม่ถูกที่ไปยุบสภาโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์
เพราะส.ส.ไม่มีความผิดอะไรเลย ดังนั้น
จึงเป็นสิทธิโดยชอบที่พรรคฝ่ายค้านจะประท้วงด้วยการบอยคอต
เพราะการกำหนดเวลาในการเลือกตั้งเป็นไปอย่างกระชั้นชิด
และเป็นการเอาเปรียบฝ่ายค้าน
ส่วนกรณีปัญหาที่มี 1 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครส.ส. นั้น
เพื่อไม่ให้เป็นการสูญเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์
คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)
ควรเสนอไปยังรัฐบาลให้ออกพระราชกฤษฎีกายกเลิกการกำหนดวันเลือกตั้งจากวันที่
2 เมษายนออกไป
ฝ่ายค้านก็จะมีเวลาเตรียมตัวเพียงพออาจจะตัดสินใจใหม่มาร่วมเลือกตั้งได้
“การอภิปรายร่วมกัน 3 ฝ่ายทางทีวีก็ดี
แต่ถ้าจะให้ตรงจุดที่สุดน่าจะให้นายกฯ
ไปออกรายการเกมเศรษฐีของนายไตรภพ ลิมปพัทธ์
โดยให้ตอบเพียงคำถามว่าเดียวว่า ถ้านายกฯ ทักษิณ รู้ว่า
อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปจะยุ่ง คนจะตีกัน
กับการลาออกไปแล้วสถานการณ์ดีขึ้น จะเลือกข้อ 1 หรือข้อ 2
เป็นคำตอบสุดท้าย
โดยคำถามนี้จะทำให้เห็นจุดยืนของพ.ต.ท.ทักษิณชัดเจนที่สุด” นายอุทัย
กล่าวและว่า
นายอุทัย กล่าวอีกว่า ตนเห็นด้วยที่จะมีการปฏิรูปการเมือง
แต่ต้องเป็นการปฏิรูปการเมืองระดับที่ 3 เพราะระดับ 1 และ 2
ในการกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของระบอบประชาธิปไตยและกติกานั้น
เดินมาถูกต้องแล้ว ดังนั้น ควรมีการปฏิรูปการเมืองระดับที่ 3
ที่ต้องปฏิรูปจริยธรรม คุณธรรมนักการเมือง ซึ่งที่เห็นชัดเจนคือ
ที่มีการกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีโกหก พูดไม่อยู่กับร่องกับรอย
เอารัดเอาเปรียบ มีผลประโยชน์ทับซ้อน ตรงนี้ต้องการการแก้ไข
“เรื่องจริยธรรมคุณธรรมไม่สามารถที่จะเขียนมาเป็นตัวหนังสือได้
แต่จะทำให้ผู้คนตระหนักได้ด้วยการ แสดงความจริงใจ
เป็นตัวอย่างที่ดีให้ประชาชนรุ่นหลังได้เอาอย่าง สมัยพล.อ.สุจินดา
คราประยูร ถูกประชาชนขับไล่เพราะตระบัดสัตย์ ทั้งๆ
ที่ยังไม่ได้บริหารประเทศเสียหาย ประชาชนยังไม่ยินยอมให้บริหารต่อ
ผมอยากเรียกร้องว่า หากคนไม่ดีมาทำดีกับเรา โดยทั่วไปก็คงไม่มีปัญหา
แต่เป็นไปได้อย่าให้คนไม่ดีเข้ามาอยู่ในตำแหน่งบริหารได้หรือไม่”
นายอุทัยกล่าว