ทุก ๆ วันที่เราได้มีชีวิตอยู่นี้ เราก็อยู่เพื่อ “ทำความดี” ดังนั้นทุกวันเราลองนึกย้อนกลับว่าเราได้ทำความดีอะไรบ้าง...?

ทุก ๆ วันตอนเช้าเราตื่นขึ้นมาต้องระลึกเสมอว่า วันนี้เราทำความดีให้ใครบ้าง ทำความดีให้ลูกรึยัง ทำความดีให้แก่ภรรยารึยัง ทำความดีให้แก่ครอบครัวหรือยัง ทำให้แก่ประเทศชาติบ้านเมืองรึยัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำความดีให้กับ “พ่อและแม่” หรือยัง...?

การทำความดีที่จะให้มีความสุขนั้นเราจักต้องทำความดีโดยไม่มีหวังอะไรตอบแทน
มีหน้าที่ทำความดีก็ทำไป เหมือนกับพระอาทิตย์ก็มีหน้าที่ขึ้น พระจันทร์ก็มีหน้าที่ขึ้น
ถ้าทำความดีได้อย่างนี้เขาเรียกว่ามันไม่เครียดและเป็นการทำความดีที่แท้จริง
 
ถ้าทำแล้วหวังผลประโยชน์มันเครียดนะ ทุกวันนี้คนเราต้องการผลประโยชน์กันเยอะก็เลยเครียด หวังผลประโยชน์แม้กระทั้งจากการทำความดี
แทนที่ความดีจะทำให้เกิดความสุขใจ ก็กลายเป็นเกิดความทุกข์จากความโลภที่อยากได้สิ่งตอบแทนคืนกลับมา เมื่อไม่ได้ตามสิ่งที่คาดหวัง “ลงทุน” ไปแล้วก็ผิดหวัง อีกทั้งยังโมโหและโทโส
นี่แหละที่เขาเรียกว่า ทำความดีคนหนึ่งแต่ต้องแบ่งผลประโยชน์ให้กับเพื่อนรักหักเหลี่ยมร้ายอีกถึงสามคน
อีกสามคนนั้นก็คือนายโลภ นายโกรธ และนายหลงนะ

ถ้าเราทำอะไรเพื่องานเพื่อความดีอย่างนี้มันก็จะมีความสุข
ทำความดีไปก็ยิ้มไป ยิ้มได้ก็มีความสุขแล้ว

ดังนั้นวันนี้ต้องมาหวนระลึกถึงความดีเพื่อให้ชีวีมีรอยยิ้มกันสักหน่อย
ลองคิดดูสิว่า วันนี้เราทำความดีอะไรบ้างที่เราทำด้วยความเต็มใจโดยไม่หวังผลตอบแทน
เราทำอะไรให้พ่อให้แม่บ้าง ทำกับข้าวให้ท่านทาน ท่านทานได้เยอะไหม ท่านมีรอยยิ้มละไมเมื่อลิ้นได้ไล้เสน่ห์ปากจวักของลูกยา

วันนี้เราทำยิ้มให้กับคนรอบข้างบ้างหรือเปล่า แค่การยิ้มให้คนรอบข้างก็เป็นการทำความดีแล้วนะ
“รอยยิ้มทำให้โลกนี้สดใส”
รอยยิ้มนั้นทำให้ครอบครัวอบอุ่นอย่างละไม
รอยยิ้มนั้นทำให้มีคนดีอยู่ใกล้ ๆ ที่พักพิง

จดบันทึกความดีไว้ในใจเยอะ ๆ นะ ชีวิตของเราจะได้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “รอยยิ้มแห่งความสุข”
รอยยิ้มนี้เองจักทำให้เรามีแรงสู้กับสารพัดทุกข์อันจอมปลอมของสังคมแห่งนี้ได้...