| การพัฒนาตนเองเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ | ![]() |
![]() |
| เขียนโดย saengchan kalam | |
| อาทิตย์, 17 กุมภาพันธ์ 2008 | |
|
มนุษย์ จิต สมอง มนุษย์ทุกคนมีองค์ประกอบสองส่วนคือ จิตกับกาย การเรียนรู้ของมนุษย์เกิดจากจิตคอยสั่งการและมีเครื่องมือในร่างกายคือสมอง ที่ช่วยประสานการสั่งการของจิตไปสู่การทำงานของประสาทการรับรู้ของร่างกาย เช่น ตา หู จมูก ปาก และผิวสัมผัส เมื่อมีการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าแล้ว จิตก็ใช้สมองเป็นเครื่องมือในการประมวลประสบการณ์ที่ได้รับ แยกแยะ เรียนรู้ ทั้งสิ่งที่ควร และไม่ควร ดีและไม่ดี ซึ่งจิตเป็นผู้สั่งสม แล้วแสดงออกผ่านประสบการณ์นั้น เช่นแสดงออกทางด้าน บุคลิกทางกาย การพูด การคิด ซึ่งเป็นผลมาจากการเรียนรู้นั่นเอง บางคนก็เรียกว่าการศึกษา การเรียนรู้และการศึกษาอาจมีความหมายต่างกันคือ การศึกษา การศึกษามีความหมายในทางวิชาการซึ่งผู้ที่ศึกษาตั้งใจจะค้นคว้าในเรื่องที่ตนเองสนใจเป็นพิเศษ และค้นคว้าข้อมูลมาเพื่อให้ตอบสนองและสนับสนุนต่อสิ่งที่ตนเองสนใจในเรื่องนั้นๆ ถ้าสมองพิการหรือเส้นใยสมองมีน้อย หรือสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก จิตก็ไม่มีเครื่องมือในการสั่งการ หรือสั่งการไม่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้บุคคลนั้นอาจเป็นคนปัญญาอ่อน ออทิสติก หรือป่วยเป็นโรคพิการทางสมองไม่สามารถบัญชาการให้ร่างกายเคลื่อนไหว รับรู้ผ่านประสาทสัมผัสของร่างกายได้ แต่จิต หรือใจยังทำงานอยู่แต่เรามองไม่เห็นเพราะจิตนั้นเป็นนามธรรม ไม่สามารถมองเห็นเป็นรูปร่างได้ ถ้าศึกษาประวัติของคนที่ตายแล้วฟื้นหลายคนจะบอกคล้ายกันว่าตอนที่ตนเองตายรู้ว่าตนเองออกจากร่างแล้วเห็นตัวเองนอนอยู่ ตอนนั้นไม่รู้สึกว่ามีร่างกายแต่ล่องลอยไปตามที่ต่างๆ ได้ หรือมีคนพาไปที่อื่น ถ้าทำดีก็จะได้ไปในที่ที่ดี ถ้าทำชั่วไว้ก็จะพาไปรับทุกข์ตามที่ตนเองได้ทำไว้ เมื่อกลับเข้ามาในร่างจึงรู้สึกเจ็บ รู้สึกว่ามีร่างกาย ซึ่งในทางพุทธศาสนาจิตกับวิญญาณคือสิ่งเดียวกัน แต่วิญญาณใช้เรียกเมื่อจิตที่ไม่มีร่างกายแล้ว หรือตายแล้ว เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายมากน้อยเพียงใด ถ้าคนที่ศรัทธาในคำสอนของพระพุทธศาสนา และปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็จะเชื่อเรื่องตายแล้วไม่สูญ (ยกเว้นคนหรือพระสงค์ที่จิตเข้าถึงภาวะนิพพาน เมื่อสิ้นร่างกายแล้วจะไม่กลับมาเกิดอีก) ตายแล้วจะไปรับผลที่ตนเองทำกรรมไว้ เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ส่วนคนที่เชื่อว่าตายแล้วสูญ ตายแล้วจิตก็ดับไปพร้อมกับร่างกายก็ไม่แปลก เพราะเรื่องของจิตใจ หรือวิญญาณ เป็นเรื่องของนามธรรม มันไม่มีรูปร่าง ถ้าคนที่ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องของจิต หรือวิญญาณ ก็จะไม่เชื่อ หรือเชื่อก็แบ่งรับแบ่งสู้ มนุษย์ทุกคนมีความแตกต่างกัน ถึงร่างกายจะดูว่ามีหน้าตา ลักษณะภายนอกคล้ายกันเหมือนเช่นคู่แฝด หรือพี่กับน้อง แต่จิตก็ต่างกัน ซึ่งทำให้คนมีนิสัย ความชอบ ความถนัด บุคลิกลักษณะ แตกต่างกันไป ผู้เขียนมีประสบการณ์ของพี่กับน้องที่เป็นผู้ชายทั้งคู่ ซึ่งเป็นลูกของพี่สาวของผู้เขียน พี่ชายเป็นคนพูดน้อย ชอบไปลักขโมยของๆคนอื่นเพื่อเอาไปขายแล้วนำเงินไปซื้อกาวมาดม ชอบสังสรรค์ สนุกสนาน ไม่ชอบเรียน บางครั้งเก็บตัวเงียบไม่ยอมพูดกับใคร ใครให้ช่วยอะไรก็ไม่สนใจ การที่ไปลักขโมยทำให้มีตำรวจมาจับแต่เนื่องจากมีอายุแค่ 14 ปี จึงถูกส่งให้ไปอยู่ที่สถานพินิจเด็ก พ่อแม่ต้องเสียเงินในการไปขึ้นศาลและค่ารถในการไปเยี่ยมในสถานพินิจ ส่วนน้องชายอายุ 10 ปี ชอบเรียนหนังสือและใฝ่รู้ ช่วยงานบ้านได้ เป็นคนพูดเพราะ มีสัมมาคารวะ และไม่เคยขโมยของของคนอื่น ซึ่งเป็นตัวอย่างที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนของพี่กับน้อง และมีให้เห็นกันอยู่ทั่วไป นั่นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าจิตของแต่ละคนแตกต่างกัน ส่วนสิ่งแวดล้อมในการเลี้ยง ดูเป็นส่วนเสริมให้มนุษย์มีการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น ถ้าได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ก็จะเป็นคนที่ดี เห็นคุณค่าของตนเองและคนอื่น แต่ถ้าการเลี้ยงดูที่ขาดการเอาใจใส่จากพ่อแม่หรือคนรอบข้าง อยู่ในที่ที่ไม่เหมาะสมก็จะเป็นคนที่มีปัญหาตามมา อาจสร้างปัญหาให้กับสังคมด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับจิตด้วยว่าพื้นฐานของจิตเขาเป็นแบบไหน เพราะมีตัวอย่างของพี่กับน้องดังที่กล่าวไปแล้ว ที่เลี้ยงดูมาคล้ายกัน อยู่ด้วยกัน เรียนหนังสือที่โรงเรียนเดียวกัน คนเลี้ยงคนเดียวกันซึ่งไม่เคยสอนให้ไปขโมยของใคร ก็ยังแสดงถึงความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
อะไรคือความต้องการของมนุษย์? หลายท่านคงไม่ปฏิเสธว่าความต้องการของมนุษย์คือ ต้องการให้ตนเองมีความสุข แต่ความสุขของมนุษย์ที่ว่านั้นแล้วแต่ว่าจิตจะมีประสบการณ์สั่งสมมาเป็นอย่างไร บางคนบอกว่าต้องการให้ตนเองมีความสุขก็เพียงพอแล้ว บางคนบอกว่าอยากให้ตนเองมีความสุข เพื่อนและครอบครัวมีความสุขก็เพียงพอแล้ว หรือบางคนก็บอกว่าตนเองมีความสุขและก็ปรารถนาที่จะให้คนอื่นทั้งที่เป็นญาติตนและที่ไม่ใช่ญาติตนมีความสุขด้วย ความสุขคืออะไร? สภาพของความสุขนั้นเป็นอย่างไร และเกิดขึ้นที่ใด ตามความคิดของผู้เขียนความสุข เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นที่จิตซึ่งจิตในขณะมีความสุขจะเกิดได้เมื่อมีความสบายกาย สบายใจ อิ่มเอมใจ ไร้ทุกข์ไร้ความกังวล ปราศจากแรงกดดัน ได้รับสิ่งที่ถูกจริตหรือถูกใจตนเอง และแสดงออกทางกายเช่น ยิ้ม หัวเราะ ร่างกายแข็งแรง ถ้าเกิดขึ้นในเด็กเล็ก เด็กก็จะสร้างใยสมองได้ดี ส่งผลให้เรียนรู้และจดจำได้ดี มีสมาธิมากขึ้น ถ้าเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรง สมรรถนะในการทำงานดี มีสมาธิดี แต่เท่าที่ทราบยังไม่มีมนุษย์คนไหนที่จะได้รับแต่ความสุขตั้งแต่เด็กจนถึงวัยชรา เพราะทุกคนมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่บุคคล
เงินและทรัพย์สมบัตินำมาซึ่งความสุขหรือไม่? จะขอยกตัวอย่างเหตุการณ์สองเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินและทรัพย์สมบัติให้ผู้อ่านลองพิจารณาดูว่า แท้จริงแล้วเงินและทรัพย์สมบัตินั้นนำมาซึ่งความสุขหรือไม่ เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นการจำลองสถานการณ์จากเรื่องจริงที่มีให้เห็นทั่วไปในสังคมไทยปัจจุบัน เหตุการณ์ที่หนึ่ง มีผู้จัดการโรงงานทำเสื้อผ้าแห่งหนึ่งเป็นคนตั้งใจทำงาน สามารถตั้งบริษัทเกี่ยวกับการผลิตเสื้อผ้าได้ และยังมีบริษัทอื่นๆ อีก เขาเป็นนักธุรกิจที่ฝันอยากเป็นเศรษฐีที่ยิ่งใหญ่ เขาขยายโรงงานมาที่ต่างจังหวัดโดยหาอาคารว่างเช่าและทำเป็นโรงงานเย็บผ้าส่งออก เพราะค่าแรงในต่างจังหวัดถูก สามารถช่วยลดต้นทุนได้มาก เมื่อเริ่มเปิดทำการทุกอย่างก็ปกติดี แต่สิ่งที่เขาแสดงออกกับคนงาน เช่น คิดค่าแรงเป็นรายชิ้น ซึ่งแต่ละชิ้นก็ยากแสนเข็ญ ค่าแรงในแต่ละวันไม่ถึงค่าแรงขั้นต่ำในต่างจังหวัดเสียอีก และไม่ยอมสอนงานให้กับคนที่มาทำงานใหม่ จะรับเฉพาะคนที่เป็นงานหรือเก่งแล้ว แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัดน้อยคนนักที่จะทำงานเก่งและคล่อง ส่วนใหญ่ต้องมาฝึกกันทั้งนั้น และไม่มีการบอกว่าเมื่อไหร่จึงจะผ่าน ต้องเย็บได้เท่าใดจึงจะถือว่าผ่านงาน เมื่อผู้จัดการมาก็มีแต่จะมารับงานอย่างเดียว ไม่มีการจูงใจคนงาน ไม่รับรู้ปัญหาภายในโรงงาน หัวหน้างานที่ส่งมาจากโรงงานใหญ่ทำงานหนักมาก ต้องทำงานทั้งกลางวัน กลางคืน มีปัญหาอะไรผู้จัดการจะจี้ไปที่หัวหน้างานอย่างเดียว เมื่อหัวหน้างานทำงานหนักก็ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซต์หกล้ม ผู้จัดการไม่เคยมาเยี่ยมเยียนเลย มีครั้งหนึ่งที่คนงานในโรงงานเสียชีวิตถึงสองคน ก็ไม่คิดที่จะช่วยเหลืออย่างใดเลย มาถึงก็จะมารับงาน เช็คงาน ไม่รับรู้ความรู้สึกของคนในโรงงานที่ขวัญหายกับการเสียชีวิตของเพื่อน ถึงตอนนี้คนในโรงงานเริ่มถามหาประกันสังคมซึ่งจะคุ้มครองในการรักษาพยาบาลหากเกิดเจ็บป่วย แต่ผู้จัดการโรงงานทำเฉยไม่สนใจ เขาค่อยๆรอให้คนงานทยอยออกไปเอง และเลิกเช่าโรงงาน และได้ย้ายโรงงานไปตามบ้านของคนที่พอจะเป็นงานให้ทำเป็นงานเหมา เพื่อว่าเขาจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าโรงงาน และไม่ต้องมารับผิดชอบค่าประกันสังคม แต่ชาวบ้านก็ไม่ไหวเพราะค่าจ้างเย็บถูกมากจึงเลิกล้มการเย็บผ้าของผู้จัดการคนนี้ไป ผู้จัดการโรงงานที่แสนเค็มก็ไม่มีใครช่วยทำงานให้จึงต้องกลับไปพึ่งโรงงานใหญ่เหมือนเดิม ซึ่งโรงงานใหญ่ก็ต้องจ่ายค่าแรงให้เท่ากับที่อื่นๆ และต้องมีสวัสดิการทุกอย่างเหมือนโรงงานอื่น ค่าใช้จ่ายมากขึ้นกว่าเดิมอีกจนแทบขาดทุน เพราะเขาไม่ได้วางแผนว่าจะต้องกลับมาพึ่งโรงงานใหญ่อีก การผลิตงานให้กับผู้สั่งสินค้าก็ทำไม่ทัน หาคนงานเพิ่มก็ไม่ได้ เขาเริ่มเครียด ความเห็นแก่เงินนั้นทำให้เขาเศร้าหมอง วันวันคิดแต่ว่าตนเองต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ และจะได้กำไรเท่าไหร่ ไม่มีใครคบ เพราะเวลาพูดกับใครก็พูดถึงแต่กำไรและเงินจากการขายผลิตภัณฑ์ในโรงงาน ไม่เคยถามถึงสารทุกข์สุขดิบของคนอื่นรวมทั้งญาติพี่น้องก็ไม่ใส่ใจ จนเขาเป็นโรคจิตอ่อนๆ และเริ่มขาดทุน ทรัพย์สินที่หามาได้ก็ทยอยขาย ลูกเมียก็ไม่เคารพ เริ่มที่จะเบื่อหัวหน้าครอบครัว และออกไปทำงานอย่างอื่น ทุกคนในครอบครัวเบื่อฟังเรื่องเงินเรื่องทอง จนสุดท้ายผู้จัดการโรงงานก็ไม่เหลืออะไรเลย ทั้งทรัพย์สิน ลูกเมียและญาติพี่น้อง เหตุการณ์ที่สอง เป็นชายหนุ่มที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วเข้าไปเรียนกฎหมายในกรุงเทพฯ ครอบครัวของเขาค่อนข้างมีฐานะ แต่พ่อของเขาได้เสียชีวิตในช่วงที่เขาจะเข้าเรียนปริญญาตรีในกรุงเทพ และแม่ของเขาก็ได้แต่งงานมีสามีใหม่ บางครั้งก็นำทรัพย์สินที่มี ไปให้สามีใหม่ใช้ ชายหนุ่มที่เป็นลูกก็ไม่พอใจที่คนใช้สมบัตินั้นกลายเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติ จึงอยากให้แม่ของตนนำเงินมาให้ตนเองมากๆแม่จะได้มีเงินน้อยลง เขาจึงขอเงินแม่ทีละมากๆ ตนเองก็ใช้เงินในการเที่ยวเตร่เฮฮา เลี้ยงเพื่อนฝูง มีเพื่อนมาก แต่ดีที่เขาตั้งใจเรียนจนจบ เมื่อเรียนจบแล้วเขาทำอาชีพทนายความ แต่ขณะนั้นก็ยังใช้เงินเก่ง ติดนิสัยเที่ยวกับเพื่อนฝูงอยู่ และยังไม่พอใจแม่ มีวันหนึ่งเขานั่งรถยนต์ไปธุระกับเพื่อนที่สนิทคนหนึ่ง ชายหนุ่มเป็นคนขับ ในระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุ เพื่อนที่นั่งไปด้วยกันเสียชีวิตคาที่ และนอนตายคาตักชายหนุ่ม เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ชายหนุ่มเกิดสงสาร และสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เพราะตอนที่เพื่อนนอนบนตักตนเองก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะเป็นหนักถึงกับเสียชีวิตทั้งที่ก่อนตายเพื่อนยังไม่ได้สั่งเสียดูเหมือนเพื่อนอยากจะพูดกับตนเองก็ชิงสิ้นใจไปก่อน เขาจึงหาทางออกโดยการบวชเพื่อศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรม และอุทิศส่วนบุญให้เพื่อนที่เสียชีวิต ชายหนุ่มก็ไม่ถือสาเรื่องของแม่ และเข้าใจว่าเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย เพราะชีวิตจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นั่งรถมาด้วยกันยังตายต่อหน้าต่อตา ตายแล้วก็เอาทรัพย์สินเงินทองไปไม่ได้ หลังจากนั้นเขาก็ตั้งใจทำงาน ประกอบอาชีพทนายความอย่างตั้งใจ ช่วยเหลือคนที่ทุกข์ร้อนจากคดีความ ไม่ได้สนใจเรื่องค่าจ้าง พอช่วยได้เขาก็ช่วย ถ้ามีเงินจ้างเขาก็รับค่าจ้าง ต่อมามีคนเห็นความสามารถของเขาในการว่าความก็มีคนมาติดต่อให้ว่าความให้ ฐานะของเขาก็ดีขึ้น เมื่อได้เงินมาเขามักจะทำบุญ ดูแลแม่ ช่วยเหลือคนยากจน และช่วยงานกุศลโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย และเป็นมิตรกับทุกคน เป็นที่นับถือของคนทั่วไป จากเหตุการณ์ที่ยกตัวอย่างมานี้ ท่านผู้อ่านคงตัดสินใจเองได้ว่า ทรัพย์สินเงินทองนำความสุขมาให้เราได้จริงๆ หรือไม่ ซึ่งสมบัติในที่นี้รวมไปถึงชื่อเสียง และเกียรติยศด้วย
อะไรที่มนุษย์ควรให้ความสนใจเพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มนุษย์จะต้องอยู่ร่วมกัน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน รวมทั้งพึ่งพาทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกนี้ ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างต้องเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน มนุษย์เกื้อหนุนต่อสัตว์ พืช และสิ่งไม่มีชีวิตทั้งหลาย สัตว์ก็ต้องพึ่งพามนุษย์ พืช และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ พืชก็ยังต้องพึ่งสัตว์รวมทั้งมนุษย์ ดวงอาทิตย์ และสิ่งที่ไม่มีชีวิต เพื่อการดำรงชีวิต และที่สำคัญมนุษย์ก็ต้องเกื้อหนุนมนุษย์ด้วยกันเอง สงครามและการสู้รบกันแสดงให้เห็นว่ามนุษย์มีการแข่งขันชิงความเป็นผู้ชนะและชิงความมีอำนาจ ยึดตัวเองเป็นใหญ่และคิดว่าตนเองเก่ง สร้างประโยชน์ส่วนตนและเกิดความเสียหายให้กับส่วนรวมทั่วโลก เมื่อมองเฉพาะในองค์กรซึ่งเป็นที่ทำงานของคนหลายคนเพื่อให้หน่วยงานหรือองค์กรนั้นประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่คนที่ทำงานร่วมกันจะต้องมีพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ดังคำถามที่เกี่ยวกับความรู้สึกกับการกระทำบางอย่าง ให้ท่านพิจารณาและแสดงความคิดเห็น ดังต่อไปนี้ 1) ท่านชอบคบกับคนที่เป็นมือปืนหรือไม่ หรือถ้าเพื่อนเรามีอาชีพฆ่าสัตว์เราจะทำอย่างไร 2) ลูกหลานท่านชอบลักขโมย หยิบของของคนอื่นแล้วเอามาเป็นของตนเอง ท่านชอบหรือไม่ แล้วท่านจะทำอย่างไร 3) ถ้าพี่สาวเรามีสามีแล้ว สามีช่วยดูแลลูกและช่วยหาเลี้ยงครอบครัวเป็นอย่างดี แต่พี่สาวไปมีสามีใหม่ ทิ้งลูกให้อยู่กับพ่อโดยไม่สนใจเลยและลูกก็มีปัญหาเนื่องจากไม่ได้รับความอบอุ่นเต็มที่ ท่านชอบหรือไม่ 4) เพื่อนเราพูดคำหยาบ พูดไม่เพราะ พูดให้คนอื่นเสียหาย หรือแตกแยก เราชอบหรือไม่ 5) เพื่อนที่ทำงานดื่มสุรามาทุกวัน ไม่สามารถทำงานได้ ให้ทำงานกับหน่วยงานอื่นก็สร้างความเสียหายให้กับหน่วยงาน ขับรถก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง บางวันก็ขาดงาน ท่านชอบหรือไม่ จากตัวอย่างที่กล่าวมา 5 ข้อนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องมีเป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ซึ่งเรียกว่าศีลห้านั่นเองคือไม่ฆ่า ไม่ลักขโมย ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดโกหก และไม่เสพของมึนเมา แต่นอกเหนือจากนั้น ถ้าจะพัฒนาให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จะต้องประกอบด้วยคุณธรรมนอกเหนือจากห้าข้อ ดังจะยกตัวอย่างการแสดงออกของคน ให้ท่านพิจารณาเองว่าการแสดงออกของคนแบบใดที่ท่านอยากเข้าใกล้และอยากพูดคุยด้วย
คุณธรรมที่จะทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ 1) มีบางครั้งที่รับปากคนอื่นแล้วทำไม่ได้ หรืออาสาแล้วทำไม่เต็มที่ไม่เห็นความสำคัญของสิ่งที่ตนเองรับมา ส่วนสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบจะตั้งใจทำเต็มที่ 2) คิดว่าตนเองเก่ง สามารถทำได้หลายอย่าง ไม่ยอมรับความสามารถของคนอื่น ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นคิดและทำ ตัวเองทำหมด หรือถ้าให้คนอื่น มักจะสั่งให้คนอื่นทำโดยไม่ให้คนอื่นช่วยคิด ถ้าหากผิดพลาดมาก็จะโยนความผิดให้คนที่ตนเองสั่ง ถ้าคนอื่นทำอะไรก็จะมีข้อตำหนิได้เสมอ แต่ตัวเองไม่มีผิดเลย เมื่อช่วยคนอื่นแล้วมักจะเอามาพูดทีหลังว่าได้ช่วยคนอื่น จ่ายเงินไปหรือหมดไปเท่าไหร่ บางครั้งทำบุญบริจาคเงินก็ยังพูดว่าทำบุญไปเท่าไหร่ ซึ่งแสดงถึงการเสียดายเงินที่ตัวเองจ่ายไป 3) มักจะหนักใจเสมอเวลาจะทำอะไร มองเห็นปัญหาและอุปสรรคมากมาย ถ้าเกี่ยวกับเรื่องเงินยิ่งหนักใจ คิดว่าถ้าไม่มีเงินแล้วทำอะไรไม่ได้ เกิดทุกข์ร้อนถ้าขาดเงิน คิดว่าเงินเป็นเรื่องสำคัญ เชิดชูคนที่มีเงินและทรัพย์สมบัติ และคิดว่าตนเองต้องหาเงินและหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเพิ่มขึ้นอีก ยินดีที่จะคบกับคนมีชื่อเสียง ไม่ค่อยสนใจหรือดูถูกคนที่ไม่ค่อยมีเงิน ดูคนมักจะดูที่การแต่งกายเครื่องประดับ 4) ชอบหาทางที่จะไม่ให้คนอื่นเอาเปรียบตน มองหาประโยชน์ตนเองปกป้องผลประโยชน์ให้กับตนและลูกอย่างเห็นได้ชัด ไม่มองคนอื่นแต่มองเห็นความต้องการของตนเป็นหลัก พยายามหาหนทางที่จะให้ตนเองดูโดดเด่น จนลืมนึกถึงว่าคนอื่นก็มีความสามารถเหมือนกันและมีความต้องการที่จะแสดงความสามารถของเขาเหมือนกับที่เราเป็น 5) ชอบใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาต่างๆ เป็นคนโกรธง่าย บางครั้งผูกพยาบาทและจ้องจะเอาคืนคนที่ตนเองไม่พอใจด้วยวิธีการต่างๆ 6) ทำงานทุกอย่างเต็มที่ เมื่อมีปัญหาก็คิดว่าสามารถแก้ได้ ประสานงานกับคนอื่นได้ เมื่อมีผลงานก็ยกผลงานให้ทีมของตน ไม่คิดว่าตนเองดีคนเดียว และรับผิดชอบแล้วจะทำอย่างเต็มที่ มีความพยายามและอดทนต่อปัญหาและอุปสรรค และมักจะพัฒนาตนเองและองค์กรเสมอ 7) ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีความเอื้อเฟื้อต่อคนในครอบครัว เพื่อน และญาติ ช่วยอนุเคราะห์คนอื่นเมื่อถึงคราวจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือสิ่งของ เมื่อช่วยแล้วไม่เคยเอามาพูดให้คนอื่นฟังว่าตนเองช่วยไปเท่าไหร่ หมดไปเท่าไหร่ และจะยินดีกับคนอื่นเมื่อเขามีความสุขอย่างจริงใจ
จากตัวอย่างของการแสดงออกข้างต้น ท่านคงตัดสินใจได้ว่าคนแบบไหนที่ท่านอยากพูดคุยด้วย เข้าใกล้แล้วรู้สึกสบายใจ และอยากจะคบเป็นเพื่อน และมีคุณธรรมอะไรบ้างที่จะทำให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ จะเห็นว่าทั้ง 7 ข้อนั้น 2 ข้อสุดท้ายแสดงให้เห็นถึงความเป็นคนมีคุณธรรมที่ทำให้มนุษย์ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นความพยายาม อดทน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่นำเรื่องเงินมาเป็นที่ตั้งของการดำเนินชีวิต มีความยินดีเมื่อคนอื่นได้ดี และพยายามพัฒนาความสามารถของตนเอง ถ้าเป็นคุณธรรมขั้นสูงคือสามารถช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มใจ ไม่เลือกว่าชอบหรือไม่ชอบ ซึ่งจากคุณธรรมที่กล่าวมานั้น สามารถใช้ได้กับครอบครัวเช่นกัน ถ้าหากคนในครอบครัวขาดศีลห้าข้อแล้วครอบครัวก็จะไม่ก่อเกิดความรัก ความอบอุ่น และถ้าเราเลี้ยงลูกโดยใช้หลักการพึ่งพาซึ่งกันและกันใช้คุณธรรมเพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์ โดยไม่ยึดเรื่องเงินเป็นหลัก การที่เลี้ยงลูกด้วยเงิน หรือพูดเรื่องเงินซ้ำซาก จะทำให้ทุกคนเบื่อหน่าย ดังที่ยกตัวอย่างมาให้เห็นแล้วว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ต้องการ เงินไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง แต่การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยอย่างจริงใจ ช่วยแล้วไม่เอามาพูดอีกว่าช่วยเท่าไหร่ การมีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง การตั้งใจจดจ่ออยู่กับหน้าที่ของตน และพัฒนาตนเองเสมอๆ สิ่งที่ดีอื่นๆ ก็จะตามมาเอง ได้รับความสุขและพึงพอใจในตนเอง ทำให้มีจิตใจและร่างกายที่เข้มแข็ง การมีคุณธรรมที่กล่าวมานั้น เป็นการพัฒนาจิตหรือยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น นั่นถือว่าเราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และสามารถที่จะอยู่กับครอบครัว ที่ทำงานและสังคมโลกอย่างมีความสุข แสงจันทร์ กะลาม |


นวตกรรม ครับ มนุษย์ และ การต่อสู้ สู่เป้าหมายชีวิต
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณ คุณJJที่ร่วมแสดงความคิดเห็นนะคะ
ทุกอย่างในชีวิตของคนเรานั้น " ใจ " นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาเราไปสู่จุดมุ่งหมายปลายทางทั้งที่ดีและไม่ดี ท่านเห็นด้วยไหมคะ