
เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กค.2551 ผมได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพ(ในฐานะอุปทูต)ต้อนรับและเลี้ยงอาหารกลางวันแด่คณะผู้แทนประเทศไทยปี 2551 ทีมชีววิทยาโอลิมปิคที่ไปแข่งที่ประเทศอินเดียระหว่างวันที่ 13-20 กค.2551 ที่เมืองมุมใบ ประเทศอินเดีย
ทีมประเทศไทยมีรศ.ดร.พูนพิภพ เกษมทรัพย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นหัวหน้าทีม รศ.ดร.ศุภจิตรา ชัชวาลย์ เป็นรองหัวหน้าทีม ผศ.ดร.ปิติวงษ์ ตันติโชดก ผศ.ดร.ธีรพงษ์ บัวบูชา เป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีมและนายธีรพัฒน์ เวชชประสิทธิ์ จาก สสวท.เป็นผู้จัดการทีม
สำหรับผู้แข่งขันนั้นเป็นนักเรียนระดับมัธยมปลายได้แก่ นายเชาว์ เจริญกิจขจร เตรียมอุดมศึกษา นายธนา ทองศรีคำ นายภควัต จงสถิตยเกียรติ โรงเรียนสวนกุหลาบ และนางสาวอติพร เทอดโยธิน สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนทรวิโรฒประทุมวัน
อาจารย์พูนพิภพบอกว่าเด็กไทยนั้นเก่งพอสมควรเพราะ 2 ปีที่แล้วก็ไปชนะได้เหรียญทองมาแล้ว และในปีนี้มั่นใจว่าจะต้องได้รางวัลดีแน่นอน
จากการได้สนทนากับนักเรียนทั้ง 4 คนผมรู้สึกได้ว่าเป็นเด็กที่เก่งมาก ทำให้รู้สึกภูมิใจว่าเด็กรุ่นใหม่เหล่านี้สามารถเป็นอนาคตของประเทศได้อย่างแน่นอน
อาจารย์บอกว่าการแข่งขันโอลิมปิคนี้มีมาประมาณ 20 ปีมาแล้ว ไทยได้เข้าร่วมตลอดมาและในสาขาต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจารย์เห็นว่าการแข่งขันนี้มีประโยชน์มาก ทำให้เยาวชนตื่นตัวและสนใจในเรื่องวิทยาศาสตร์มากขึ้น ที่น่าสนใจก็คือในสาขาดาราศาสตร์นั้นไทยค่อนข้างขาดแคลนคนที่สนใจในเรื่องนี้ทั้งอาจารย์ที่สอนและเด็กที่สนใจจะเรียน อย่างไรก็ดี ในอนาคตคงเป็นอีกสาขาหนึ่งที่ไทยเราสามารถไปแข่งขันได้
ประเทศที่เก่งมาโดยตลอดคือจีน ที่มีนโยบาย การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนและรัฐส่งเสริมมาตลอด สำหรับอินเดียก็น่ากลัวเช่นกัน
ผมได้สนทนาและได้รับความรู้ในเรื่องการส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยเป็นอย่างมากและเห็นว่าเราจัดเป็นประเทศที่มีความแข็งในเรื่องวิชาการในระดับต้นๆ ทีเดียว
เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าภูมิใจของประเทศและนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
เห็นแล้วหิวครับ
คุณ suksom ครับ
คนไทยที่ไปอินเดียมักจะมีปัญหาสำคัญคือเรืองอาหารการกินที่มักจะทานอาหารอินเดียไม่ค่อยได้
ผมจึงเลี้ยงอาการจีนที่คนไทยเราคุ้นเคยและเมืองไปที่มุมไบ สภานกงสุลใหญ่ที่นั่นก็คงจะรับรองอย่างเต็มที่เช่นกันครับ
ผมบอกคณะอาจารย์และเด็กๆผู้แทนที่จะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศว่าสถานทูตและสถานกงสุลไทยทั่วโลกที่มีอยุ่ประมาณ 90 แห่งนั้นคือดินแดนไทยที่ถือว่าเป็นบ้านในต่างประเทศ
ยินดีต้อนรับคนไทยที่ไปต่างประเทศเสมอ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน
สวัสดีค่ะ
มาร่วมเก็บความภาคภูมิใจด้วยอีกคนค่ะ
ขอให้มีชัยชนะกลับบ้านเกิด
และจดจำประสบการณ์ ในต่างแดนให้ดี เพื่อเป็นปะโยชน์แก่ชีวิตต่อไป
ขอบคุณสถานทูตไทยที่ดูแลคนไทย ให้อบอุ่นเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดค่ะ
โยคีน้อย
เด็กไทยเก่งแน่นอน น่าภูมิใจมาก
จะสอนลูกๆ ให้เก่งแบบเด็กเหล่านี้บ้าง
เป็นหน้าที่ของพ่อแม่จริงๆ ที่จะต้องทำสิ่งเหล่านี้
การเรียนรู้ไม่ได้อยู่ในห้องเรียนเท่านั้น
ครอบครัวเป็นโรงเรียนที่สำคัยยิ่งในชีวิตของเด็ก
ถือเป็นงานราชการที่สำคัญยิ่งเลยละ
จะต้องเลี้ยงลูกให้เป้นคนดีและเก่งให้จงได้
สถานทูตยินดีเสมอที่จะดูแลคนไทยจ๊ะ