สวัสดีครับลูกศิษย์กรมวิทยาศาสตร์บริการ รุ่นที่ 2 และชาว Blog
ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บรรยากาศของการเรียนรู้กับโครงการพัฒนาภาวะผู้นำการบริหารจัดการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของกรมวิทยาศาสตร์บริการ รุ่นที่ 2 ซึ่งนอกจากบุคลากรระดับ 8 ของกรมวิทยาศาสตร์บริการแล้วยังมีแนวร่วมจากหน่วยงานอื่นอีก 7 ท่าน
ผมทำงานครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 2 แล้ว ซึ่งได้มีการพัฒนาหลักสูตรให้ดีขึ้น ผมก็ได้เปิด Blog นี้และคาดหวังว่าทุกท่านจะใช้ Blog เป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนความรู้กัน และเป็นคลังสมองของพวกเรา และก็คงจะเป็นประโยชน์สำหรับชาว Blog ที่สนใจด้วย
จีระ หงส์ลดารมภ์
บรรยากาศการเรียนรู้ระหว่างวันที่ 5 และ 6 ก.ค. 51 ณ โรงแรมเดอะไทด์ จังหวัดชลบุรี
ในสัปดาห์นี้เป็นส่วนของการเปิดโครงการเเละปฐมนิเทศ ซึ่งในช่วงเช้าหลังจากที่ที่ผู้เข้าอบรมได้เดินทางมาถึงคุณจันทร์เพ็ญ ใจธีรภาพกุล ผู้อำนวยการโครงการเคมีและยังเป็นประธานของผู้เข้าอบรมโครงการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของกรมวิทยาศาสตร์บริการรุ่นที่ 1 ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการฯ จากนั้นเป็นการกล่าวเปิดงานโดยคุณธิดา เกิดกำไร รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ
ภาพบรรยากาศการเรียนรู้ระหว่างวันที่ 8 และ 10 ก.ค. 51 ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ
ในวันที่ 8 ก.ค. 51 ได้มีการทำสัญญาร่วมกันในการจัดทำ"โครงการพัฒนาภาวะผู้นำการบริหารจัดการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" โดยมีท่านอธิบดีปฐม แย้มเกตุ และ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ลงนามร่วมกัน
เรียน ท่านอาจารย์ จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เคารพอย่างสูง
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านอธิบดี ท่านรองอธิบดี ธิดา เกิดรำไร และทีมงานทุกท่าน ที่เปิดโอกาสให้ ตัวแทนของ สวทช.และหน่วยงานอื่นๆ ในกระทรวงวิทยาศาสตร์ ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาภาวะผู้นำฯ ในครั้งนี้ ผมคิดว่า เป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์มากครับ
สำหรับเนื้อหาวิชา ที่ได้เรียนรู้ในวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2551 ณ โรงแรมเดอะไทด์ บางแสน ชลบุรี ....เสมือนหนึ่งว่าได้..ไปบางแสนดินแดน สุขขี...เสียดายที่ไม่ได้...ดูพระจันทร์ตกน้ำ...เมื่อตอนราตรี...เพราะข้าน้อยมัวแต่นอนป่วยอยู่...
เริ่มจากการปฐมนิเทศ...ที่ไม่เหมือนใคร...
ประเด็นที่สัมผัสได้คือ...
ความตั้งใจและความคาดหวังที่สูงมากของท่านอาจารย์...ที่ต้องการเป็นผู้ให้...
ศิลปะการจูงใจที่ไม่เหมือนใคร...ออกแนวตรงไปตรงมา...ผมว่าจริงใจดีครับ..
ส่วนเนื้อหาที่ได้ ก็เริ่มจากการพูดถึง ทุนมนุษย์ โดยการยกตัวอย่าง ผู้นำแห่งการพัฒนาทุนมนุษย์หลายท่าน...โดยเฉพาะท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ถือว่าเป็น บุคคลตัวอย่าง ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ...(ขออนุญาตไปศึกษาเพิ่มเติมก่อนครับ)
สุดท้ายก่อนจาก...ผมคิดว่ายังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกหลายเรื่องครับ เช่นเรื่อง...
การวางแผนที่ดี
การสร้างวิสัยทัศน์
การตั้งเป้าหมาย
การใฝ่เรียนรู้
การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
การวิเคราะห์ปัญหาและการเรียนรู้
การไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้
ทฤษฎีทุนมนุษย์
ทฤษฎี 3 วงกลม
การดึงเอาศักยภาพของตนเองออกมาใช้
ฯลฯ
บัญญัติ
เรียนท่านอาจารย์ จีระ ที่เคารพ
ผมประทับใจกับแนวคิดของอาจารย์ในหลายๆ เรื่อง (จริงๆ แล้วก็ทุกเรื่องแหละครับ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง CUV ที่ผมคิดว่าจะต้องพยายามเพิ่มตัว V ให้มากขึ้นในทุกๆเรื่องที่ผม "ต้อง" เข้าไปมีส่วนร่วม ซึ่งการทำงานในปัจจุบันที่มีลักษณะ Multi-lateral มากขึ้นและมากขึ้น ต้องประสมประสาน ความรู้ความเชี่ยวชาญและศาสตร์ในหลายด้านเข้าด้วยกัน ถ้ามีแค่ C และ U ก็คงไม่มีทางทำได้ดีไปกว่า ต้นฉบับแน่ๆ และถ้าเราทำได้แค่ต้นฉบับ หรือคนที่เอาต้นฉบับมาเล่าให้เราฟัง เราคงจะก้าวหน้าไปถึงจุดที่จะเรียกได้ว่า มี "สภาวะผู้นำ" ได้ยากยิ่ง
อย่างไรก็ดี ผมนั่งฟังและคิดตามทั้งสองวัน ความรู้สึกหดหู่ก็ยังคงอยู่กับผมอยู่ดี ซึ่งก็ยังคงเป็นความรู้สึกเช่นเดียวกับที่ผมได้อภิปรายในช่วงใกล้เที่ยงของวันเสาร์ ผมหดหู่มิได้หมายความว่าผมมองโลกในแง่ไม่ดีหรอกนะครับ แต่ผมหดหู่เพราะรู้สึกว่าความคิดของอาจารย์ และวิทยากรทุกท่านที่ได้เสียสละมาบรรยายให้ผมได้ฟังและคิดตามนั้น เป็นเรื่องที่ผมเคยคิดเคยอ่านเจออยู่บ้าง และเคยพยายามจะนำไปเผยแพร่และปฏิบัติ แต่แทบทุกคน (แต่ไม่ทั้งหมดนะครับ) ที่ผมคุยด้วยก็จะพูดว่าเป็นไปไม่ได้ ใจเย็นๆ ไม่มีทาง... แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มิได้หมายความว่าผมจะมองว่าเป็นไปไม่ได้นะครับ ผมคิดอยู่เสมอว่าถ้าอะไรที่เราคิดว่าเป็นไปได้ มันก็จะเป็นไปได้ เพียงแต่จะช้าหรือเร็ว หรือจะเป็นไปอย่างเหน็ดเหนื่อย สาหัส หรือสบายเท่านั้นเอง ผมเข้าใจครับว่า โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี
ผมมีประเด็นอีกประเด็นที่คิดว่าอยากจะอภิปรายช่วงอาจารย์อรพินท์ แต่ไม่มีโอกาส ก็ขออนุญาตเขียนในที่ตรงนี้นะครับ ผมอยากอภิปรายเรื่อง Accountability กับระบบราชการในปัจจุบัน ผมเคยคิดเล่นๆว่า ถ้าร้านค้า/หจก. หรือ บมจ. ที่มีเงินหมุนเวียน (Revenue) ปีละ 500 ล้านบาท คนที่เค้าเป็น ผู้จัดการใหญ่หรือกรรมการผู้จัดการจะต้องมี Accountability ขนาดไหน แล้วเค้าได้รับค่าตอบแทนขนาดไหนที่จะ "คุ้มค่า" กับ Accountability ที่เค้าต้องแบกรับ ลองคิดดูเล่นๆ ว่าผู้จัดการที่ได้เงินเดือน 30,000 - 40,000 บาท เค้าดูแลเงิน/ทรัพยากรแค่ไหน คนที่ได้เงินเดือน 10,000 - 20,000 บาท เค้าดูแลเงิน/ทรัพยากรขนาดไหน แล้วถ้าลองมาเปรียบเทียบในลักษณะนี้กับระบบราชการ แล้วจะให้มี Accountability เทียบเท่ากับ "มาตรฐาน" สากล คงจะคาดหวังลำบาก เงินขนาด 500 ล้านบาท นี่ ก็ประมาณกรมขนาดเล็กค่อนไปขนาดกลางแล้วนะ (ประมาณกรมผมเนี่ยะแหละ) คิดดูแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นธรรมขนาดไหน ที่จะคาดหวังให้พวกเรามีความรับผิดชอบขนาดนั้น
ผมไม่แน่ใจว่าที่เขียนมาเป็นลักษณะการระบายไหม ถ้าเป็นผมก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ เพราะการระบาย ก็ไม่ค่อยทำให้ เกิด V กับคนอ่านสักเท่าไรนัก
เดช บัวคลี่
เรียน ท่าน อ.จีระ ที่เคารพ
คิดว่าหลักสูตรของอาจารย์ และเนื้อหาที่ท่านอาจารย์ต่าง ๆ ถ่ายทอดทำให้ผู้เข้าอบรมมีความชัดเจนในเรื่องความเป็นผู้นำมากขึ้น ว่ามีหลายมิติที่จะต้องมอง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ ซึ่งตอนนี้กำลังนำบางส่วนที่อาจารย์ถ่ายทอดและวิธีการที่อาจารย์ให้เราได้คิดมา มาใช้งานอยู่ค่ะ
ปัทมา นพรัตน์
เรียนท่านอาจารย์จีระที่เคารพ
จากการที่อาจารย์เริ่มหลักสูตรโครงการพัฒนาภาวะผู้นำฯ ด้วยหัวข้อ "ทุนมนุษย์กับการบริหารจัดการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" ในช่วงเช้าวันแรก เป็นการเปิดโครงการที่ทำให้ดิฉันจับทางไม่ถูกว่าอาจารย์ต้องการชี้นำในแนวทางใด ดูเผินๆ เหมือนการบรรยายการบริหารจัดการทั่วๆไปที่เคยเรียน/ฟังจากอาจารย์หลายๆท่านมาแล้ว ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ น่าจะมีอะไรเคลือบแฝงอยู่ แต่เมื่อได้คุยกับท่านอาจารย์ที่โต๊อาหารกลางวัน และได้ฟังการบรรยายในช่วงบ่ายวันที่สอง ความคิด ความเข้าใจก็เปิดกว้างขึ้นทันที ความสงสัย คลุมเครือในช่วงเช้าวันแรกหายไป ดิฉันคิดว่าสามารถจับหลักการในการถ่ายทอดความรู้ของอาจารย์ได้ไม่มากก็น้อย การเรียนรู้ในหลักสูตรนี้ตามแนวทางการสอนของอาจารย์ ผู้เรียนจะต้องใช้ความคิด วิเคราะห์ เพื่อที่จะเข้าใจในหลักการแต่ละเรื่อง มิใช่การเรียนรู้ที่จะบอกกล่าวให้ฟังหรือให้จำ ทฤษฎีของ guru ต่างประเทศท่านต่างๆ ที่อาจารย์ยกมาให้ ใช้เพื่อเป็นแนวศึกษาเพื่อให้เข้าใจแนวทางความคิดของ guru เหล่านั้น และยิ่งได้การ coaching และอธิบายเพิ่มเติมจากอาจารย์จีระ จะทำให้เข้าใจในหลักการและมีแนวความคิดที่ถูกต้องยิ่งขึ้น สิ่งนี้เป็นประโยชน์สูงสุดที่จะได้รับจากการอบรมในโครงการนี้ คือคิดเป็น จัดการเป็น ดังเช่นที่ต้องการ "Fishing" ไม่ใช่ต้องการ "Fish"
ในสองวันแรกของหลักสูตรทำให้เกิดความอยากรู้ อยากเรียนต่อ เหมือนกำลังติดหนังสือที่อยากอ่านให้จบในคืนเดียว ขอบพระคุณอาจารย์อย่างยิ่งสำหรับการจุดประกายความอยากเรียนรู้ และความรู้ที่จะได้รับต่อไปค่ะ
สุดา นันทวิทยา
สวัสดีครับอาจารย์จิระ และพี่ๆเพื่อนๆผู้เข้าอบรมฯ
ตอนแรกผมคิดว่าจะเป็นคนแรกที่ได้เข้ามาร่วมใน blog ของอาจารย์ แต่แล้วก็มีพี่ๆน้องๆหลายคนที่เร็วกว่า.. การอบรมในวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาประทับใจผมมากครับ โดยเฉพาะได้รับการจุดประกาย Energize จากท่านอาจารย์จิระ ทำให้รู้สึกฮึกเหิมในการปรับปรุงและพัฒนาตัวเองให้มีภาวะผู้นำ จริงๆแล้วผมได้รับการอบรมในหลักสูตรพัฒนาผู้นำคลื่นลูกใหม่ราชการไทย รุ่นที่ 4 หรือ New Wave 4.. ซึ่งเป็นการอบรมที่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาภาวะผู้นำในข้าราชการระดับซี 4 ถึง 7.. ลักษณะการอบรมเป็นการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับการบริหาร การสร้างภาวะผู้นำ การบริหารระบบราชการ และเอกชน และอื่นๆอีกมาก เป็นเวลา 1 เดือน โดยในกลุ่มผู้รับการอบรมจะเป็นข้าราชการรุ่นใหม่จากหลายๆหน่วยงานในกระทรวงต่างๆ และในรุ่นของผมนั้นได้เชิญตัวแทนจากภาคเอกชนเข้าร่วมรับการอบรมด้วยจำนวนหนึ่ง กิจกรรมที่น่าสนใจในระหว่างการอบรมคือ CEO Visit คือการไปเข้าเยี่ยมพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ และเอกชน ซึ่งหากการอบรมในหลักสูตรของ วศ. ที่ท่านอาจารย์ได้ดำเนินการอยู่นี้มีกิจกรรมเช่นนี้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ เพราะจะได้เรียนรู้สไตล์การบริหาร และภาวะผู้นำของผู้บริหารหลายๆท่าน อย่างถ้าได้เข้าเยี่ยม ลี กวนยู ได้ก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมากๆนะครับ =) ส่วนกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งระหว่างการอบรม New Wave คือการลงพื้นที่ กินนอนกับชาวบ้านในชนบท รับรู้ปัญหาท้องถิ่น 2 วัน แล้วมาเขียนรายงานแนะนำการพัฒนาปรับปรุงท้องถิ่นให้เขา ตอนนั้นผมได้ลงพื้นที่ที่ บ้านศรีมูล จังหวัดลำพูน กับเพื่อนๆกลุ่มผมรวม 7 คน เป็นการที่ลงมาจากหอคอยงาช้าง แล้วดูว่ารากหญ้านั้น จริงๆแล้วเขาอยู่กันอย่างไร หากเราข้าราชการในส่วนกลางไม่รู้ถึงภาพที่แท้จริงตรงนี้ ก็คงจะวางนโยบาย หรือปฏิบัติการจากส่วนกลางไม่ได้ตรงตามความต้องการ หรือตรงกับปัญหาของชาวบ้าน.. การอบรมภาวะผู้นำของ วศ. ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงสั้นๆ เพียง 60 ช.ม. ผมคิดว่าน่าจะมีกิจกรรมต่อเนื่องหลังจากที่จบการอบรมแล้ว และเชื่อแน่ว่ากิจกรรมต่อเนื่องโดยประสานกับท่านอาจารย์จิระก็จะทำให้การพัฒนาภาวะผู้นำในวศ.ได้อย่างยั่งยืนทางหนึ่งครับ.. คราวนี้คงไว้เท่านี้ก่อนครับ.. ต้องไปร่วมกิจกรรม KM ของ วศ. แล้วครับ...
กรธรรม สถิรกุล
เรียน อาจารย์จิระที่นับถือ
จากการเรียนกับอาจารย์ และคณะ ทำให้เกิดความคิดว่าการที่จะเป็นผู้นำนั้น positive thinking เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมิฉนั้นเราจะไม่สามารถคิดอะไรต่อไปได้อีก และการมองในภาพรวมก็จะทำให้มองเห็นได้กว้างมากกว่าที่จะมองเป็นจุดๆ มีหลายๆประโยคที่โดนใจและคิดว่าสิ่งที่เราได้ยึดถือนั้นค่อนข้างถูกต้องแต่ก็ทำให้ต้องสำรวจตัวเองว่าใช่หรือไม่ อาจารย์คงจะให้ข้อคิดที่จะนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องในการที่ได้รับฟังในชั่วโมงต่อๆไป นั้นหมายถึงการอยากเรียนรู้ และจะรู้ในสิ่งที่ควรรู้ต่อไปค่ะ
สายพิณ สืบสันติกุล
เรียน คุณสายพิณ สืบสันติกุล
ขอบคุณมากครับที่ส่งข้อมูลผ่าน Blog ขอบคุณที่คิดว่าหลักสูตรนี้ดี ทำให้ผมมีกำลังใจ แต่ก็ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อง ๆ ครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
เรียน คุณเดช บัวคลี่
ส่งมาเร็วเช่นกัน ขอบคุณที่ให้กำลังใจผม ผมอยู่ได้เพราะผมมี Energy ซึ่งแปลว่า มีความคิดสร้างสรรค์และได้สัมผัสกับคนเก่ง ๆ ที่ยังไม่ได้ดึงศักยภาพเขาออกมา
จีระ หงส์ลดารมภ์
เรียน คุณสุดา นันทวิทยา
เป็นประธานที่ให้ความสนใจเร็วมากครับ ผมว่ารุ่น 2Blog น่าจะสนุก ขอให้สนุกกับการเรียนครับ เพราะมีการโต้ตอบแบบสร้างด้วยเยอะ ๆ
จีระ หงส์ลดารมภ์
เรียน คุณบัญญัติ บุญญา
2 ทุ่ม กว่า ๆ คุณบัญญัติก็เขียน blog แล้ว เร็วมาก ขอบคุณอย่างยิ่ง อ่านแล้วดีใจที่มีคนไทยแบบนี้ กรมวิทย์ฯ มีผู้นำดีทุก ๆ ระดับ ตั้งแต่ อธิบดีปฐม ลงมา ขอให้ช่วยผมพัฒนาคนในประเทศไทยต่อไปครับ ใครที่อ่าน Blog จะเห็นว่ามีหัวข้อหลาย ๆ เรื่องที่น่าสนใจ ขอให้ช่วยสร้าง Blog ให้ที่ราชการ กลุ่มได้สนใจด้วย ช่วยเน้นทฤษฎีตัว V ของผมมากขึ้น
จีระ หงส์ลดารมภ์
เรียน ดร.กรธรรม สถิรกุล
ผมประทับใจมากในการนำเสนอ เรื่อง ภาวะผู้นำอย่าเพิ่งท้อใจในการเป็นข้าราชการ มีอะไรที่ ผมช่วยได้ ผมยินดี ผมโชคดี อยู่ในองค์กรที่ได้รับโอกาส แต่งานสมัยหนุ่ม ผมมีคู่แข่งไม่มาก และมีคนช่วยเยอะ ผมจะเป็นผู้ผลักดันให้ คุณกรธรรมไปสู่ความเป็นเลิศให้ได้
จีระ หงส์ลดารมภ์
กราบเรียนท่านอาจารย์จีระที่เคารพอย่างสูง
ดิฉันได้ยินชื่อเสียงและแนวการอบรมของท่านอาจารย์มาตั้งแต่หลักสูตรแรกของวศ. และสนใจอยากได้โอกาสอย่างนั้นบ้างคอยติดตาม เหมือนร่วมอยู่ในองค์กรแห่งการเรียนรู้นั้นด้วยบ้างเท่าที่จะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้สัมผัสกับอาจารย์และที่มงานที่ให้แนวคิดและกระตุ้นศักยภาพที่มีอยู่ในตัวของพวกเราชาว วศ ออกมา ไฟที่เรามีอยู่รู้สึกจะโหมแรงขึ้นและมองภาพภายนอกได้กว่างขึ้นอะไรที่เคยคิดว่าไม่น่าจะได้ จะดีหรือ หรือแม้กระทั่งสิ่งที่รู้ว่าดี น่าทำแต่จะชี้นำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องเห็นด้วย หนู(ขออนุญาตแทนตัวว่าหนูนะคะเพราะว่ารู้สึกถึงความเป็นลูกศิษย์ จริงๆค่ะ)คิดว่าเราชาว วศ.มาถูกทางแล้วและรวมพลังให้ยิ่งใหญ่ไปพร้อมๆกันโดยมีท่านกุนซือขงเบ้ง ช่วยชี้แนะและเราจะเป็นทหารกล้า (นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นนักวิชาการจริ๊ง จริง)นำทัพไปสู่ชัยชนะ สิ่งที่อาจารย์กระทำนับเป็นภารกิจของปูชนียบุคคลที่น่าจดจำไว้เป็นแบบอย่างสำหรับคนรุ่นต่อๆไปค่ะ ต่อไปนี้ชาว วศ. อาจมีประเด็นคำถามหรือปัญหาที่จะให้ท่านอาจารย์ช่วยชี้แนะหรือ discuss กันแน่ค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
ดุษฎี มั่นความดี
เรียน ท่านอาจารย์จีระที่เคารพ พี่ เพื่อน และน้องๆ ผู้เข้าร่วมอบรมโครงการรุ่นที่ 2
มาช้าแต่...ก็ขอร่วมด้วยครับ ก่อนอื่นผมขอขอบคุณทางเจ้าภาพ วศ. ที่ได้ให้โอกาสผมได้เข้าร่วมรับอบรมครั้งนี้ และได้รับความรู้มากมายจากคณะอาจารย์ผู้บรรยาย โดยเฉพาะจากท่านอาจารย์จีระ ซึ่งผมได้เรียนเสนอท่านผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยที่ท่านเองก็เคยได้รับฟังการบรรยายจากท่านอาจารย์มาก่อนหน้านี้เช่นเดียวกัน และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผมขออนุญาตนำเสนอทฤษฎีภาวะผู้นำ เผื่อเพื่อนสมาชิกจะได้นำไปใช้ประกอบการศึกษาเพิ่มเติมกันนะครับ
ภาวะผู้นำ (Leadership)
L = Liberal ใจกว้าง มีเมตตา
E = Excellence เป็นเลิศ
A = Aspiration มีแรงบันดาลใจ
D = Devotion ต้องอุทิศตน
E = Enhance รู้จักการส่งเสริม เพิ่มพูน
R = Reason มีเหตุ มีผล
S = Self-Confidence มีความเชื่อมั่น
H = Human มีความเข้าใจมนุษย์
I = Innovation มีนวัตกรรม
P = Personality มีบุคลิกภาพ
สุวรงค์ วงษ์ศิริ
เรียนท่านอาจารย์ จีระ ที่เคารพ และ พี่ๆ ที่น่ารักที่ร่วมในโครงการทุกท่าน
วันนี้เรียนเรื่องภาวะผู้นำกับการทำ PR และก็มีเรื่องแบรนดิ้งเล็กๆ กับ อ. ลักขณา จำปาเลยมีความรู้สึกอยากแชร์ความรู้สึกร่วมกับทุกท่าน เพราะว่าได้อ่านหนังสือ "HAPPY คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน" ของ คุณธนา เธียรอัจฉริยะ แล้วรู้สึกว่าเรื่อง Branding ของ HAPPY ก็เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะในกรณีของ "มวยรอง" ที่สามารถสร้าง Brand ขึ้นมาสู้กับเจ้าตลาด ได้อย่างน่าสูสีภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยนัก ผมอ่านรวดเดียวจบแล้วก็มีความรู้สึกว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าเราลงมือทำ และความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งกับการทำงาน อยากแนะนำให้ทุกท่านถ้ามีโอกาสให้ไปหาอ่านกัน เล่มของผมบังเอิญว่าหยิบยืมให้คนรู้ใจไปอ่านอยู่ บังเอิญว่าอยู่กลุ่มเดียวกับพี่สมโภชน์ เลยมีนิสัยคล้ายๆกัน ว่าไม่ค่อยอยากไปรบกวนถ้าไม่จำเป็น
ส่วนในช่วงเช้ากับท่านอาจารย์ สมภพ มานะรังสรรค์ เป็น 3 ชั่วโมงที่ดีมากๆ ซึ่งผมคิดว่าทุกคนในห้องคงคิดเช่นเดียวกับผม สำหรับผมแล้วเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นมากกับหลายๆ ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มหภาค ที่ท่านวาดภาพแสดงความเชื่อมโยงได้อย่างน่าตื่นเต้นมากครับ ฟังแล้วอยากกลับไปเรียนเศรษฐศาสตร์เชิงประวัติศาสตร์เปรียบเทียบจริงๆ เลยครับ
ขอบคุณมากครับ
เดช บัวคลี่
เรียน ท่าน อ.จีระ ที่เคารพ
ดิฉันมีโอกาสได้เข้าอบรมหลักสูตรนี้ รู้สึกกลับมาสร้างพลังให้ตัวเองอีกครั้ง หลังจากออกจากบริษัทเอกชนมานานร่วม 10 ปี ซึ่งแต่ก่อนก้อเป็นผู้นำตัวน้อยๆ ในองค์กรเอกชน แต่พอมารับราชการก้อกลับเป็นเด็กอีก รับฟังหลักสูตรที่ผ่านมาร่วม 3 วันทำให้นึกไปว่าเราต้องสร้างพลังให้ตัวเอง และต้องเป็นแรงผลักดันให้องค์กรต่อไปในอนาคตคะ ขณะนั่งฟังแต่ละเรื่อง ก้อคิดเหมือนกันคะว่าจะพัฒนากรมวิทยาศาสตร์บริการให้เป็นรูปธรรมได้ยังไง เห็นทีจะต้องปรึกษา อาจารย์เป็นระยะๆ นะคะ อยากให้องค์กรเป็นที่มีชื่อเสียงทางด้าน วและท อย่างแท้จริงคะ
ด้วยความนับถืออย่างสูง
จันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ (กลุ่ม 4)
สวัสดีครับ
ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณท่านดร.จิระ มากครับที่ให้กำลังใจในการทำงานในราชการ และในความมุ่งมั่นของอาจารย์ที่จะผลักดันพวกเราชาว วศ รวมถึงผมด้วยในการดึงเอาศักยภาพภายในตัวและพัฒนาภาวะผู้นำอย่างแท้จริง สำหรับการอบรมเมื่อวานนี้ (อังคารที่ 8 ก.ค.'51) ทำให้ผมเข้าใจในเรื่องของหลักเศรษฐศาสตร์ในภาพรวมได้ดีขึ้น และเกี่ยวพันธ์กับการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนทำให้ผมเองเกิดความกระตือรือล้นในการจะหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเทคโนโลยีกับการพัฒนาเศรษฐกิจ อันที่จริงแล้วผมมีหนังสืออยู่ 2-3 เล่มที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา แต่ไม่มีเวลาและโอกาสได้ลงมืออ่านอย่างจริงจัง เลยวางอยู่บนชั้นหนังสือจนฝุ่นจับ ตอนนี้คงได้เวลาหยิบมันมาปัดฝุ่นและลงมืออ่านศึกษาอย่างจริงจังเสียทีครับ
ส่วนในวิชาสื่อสารองค์กร หรือประชาสัมพันธ์นั้น ฟังวิทยากรพูดสนุกดีครับ เป็นเรื่องที่ผมเองไม่ค่อยมีความรู้ แต่พอได้ฟังที่วิทยากรได้ให้เทคนิคในการประชาสัมพันธ์ และบอกเล่าประสบการณ์ของวิทยากร ทำให้เข้าใจ และจริงๆแล้วมันก็เป็น common sense นั่นเอง ก็อย่างที่ท่านวิทยากรว่า หากจะประชาสัมพันธ์แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมาย มันไม่ใช่การโฆษณาที่ต้องใช้เงินซื้อสื่อมากมาย และคิดว่า วศ สามารถนำเทคนิคของวิทยากรมาใช้ได้เลยไม่ยากนักครับ
สำหรับคราวนี้ขอเขียนไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ
กรธรรม
เรียน ดร.จีระ ที่เคารพ
ดิฉันเป็นหนึ่งในแนวร่วมที่อยู่นอกสังกัดกรมวิทยาศาสตร์บริการ ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ให้โอกาสเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นเข้าร่วมด้วย ขอบคุณมากค่ะ
ดิฉันได้อ่านรายวิชาและบรรดาคณาจารย์ในหลักสูตรนี้แล้วยิ่งดีใจที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย มีหลายเรื่องที่น่าสนใจมาก ยิ่งหน่วยงานที่เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงมาใหม่อย่าง สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)ที่ต้องมีการพัฒนางานวิจัยบางส่วนไปสู่ระบบธุรกิจ ซึ่งดิฉันจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอท่านผู้อำนวยการสถาบันฯ เพื่อจัดหลักสูตรที่เหมาะสมในการพัฒนาองค์กร ซึ่งคงต้องเรียนขอคำปรึกษาจากอาจารย์ในโอกาสต่อไป
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
อรรจยา มาลากรอง
ถึง ผู้รับการอบรมทุกท่าน และชาว Blog
Blog เราก้าวหน้าไปมากกว่า รุ่นที่ 1 เยอะ ผมจะพยายามให้กำลังใจ และตอบกลับถึงทุกท่านนะครับ
เมื่อวานนี้เป็นบรรยากาศที่ดีมาก และเป็นวันที่ผมได้ลงนามร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการครับ แต่ในวันพฤหัสบดีนี้ จะไม่ได้เจอผม เพราะผมต้องเดินทางไปพูดให้กับ กฟภ. (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ที่อุบลราชธานี กฟภ.มีข้อดีคือ ทำตามทฤษฎี 3 ต. คือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง ผมเห็นว่าการพัฒนาบุคลากร ทำจริงและเป็นผล ทาง กฟภ. จัดทำโครงการดังกล่าว เดือนละ 2 ครั้ง ในหัวข้อเรื่อง องค์การแห่งการเรียนรู้ เหมือนที่ผมพูดในวันแรกของกรมวิทยาศาสตร์ แต่เวลาน้อยเกินไป ถ้าท่านมีเวลาก็สามารถเข้าไปคลิกอ่านในบทความแนวหน้าได้
KM ไปสู่ LC ไปสู่ LO ไปสู่ LN
ขออภัยด้วยที่ไม่ได้มาเยี่ยมเยียน ขอให้เข้าติดต่อกับผมทาง Blog ด้วยนะครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
เรียน อาจารย์จิระที่นับถือ
เป็นครั้งที่2ที่ได้เรียนรู้จาก Team งานของอาจารย์ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งซึ่งไม่เคยได้เรียนจากที่ไหนมาก่อนแต่อาจารย์ทั้ง2ท่านก็ได้ให้เกร็ดความรู้ได้อย่างน่าสนใจ ทั้ง2 course เป็นอะไรที่น่าติดตามและคิดว่าไม่งายหนักสำหรับการเข้าใจอย่างลึกซึ้ง แต่ทำให้ต้องคิดและศึกษาต่อไป การเรียนรู้สำหรับภาวะผู้นำอาจจะไม่ยากนักแต่ยากสำหรับปฏิบัติและเป็นผู้นำที่ดี ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสอนของอาจารย็จะทำให้เราได้พิจารณาว่าถึงตัวเองว่าควรปฏิบัติอย่างไร และเจะป็นผู้นำที่ดีได้อย่างไร
ขอบคุณค่ะ
สายพิณ
<p>เรียน ศ.ดร.จีระ
ดิฉันต้องขอขอบคุณอาจารย์และทีมงานเป็นอย่างสูงที่ได้ร่วมสร้างหลักสูตรที่มีประโยชน์ต่อผู้เข้าอบรมในครั้งนี้ รู้สึกประทับใจมากกับวิทยากรทุกท่าน การเปิดสัมมนาในวันเสาร์ สัมผัสได้ถึงความทุ่มเทของอาจารย์ที่จะช่วยส่งเสริมสร้างผู้นำ ผู้บริหารมืออาชีพที่จะพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ นั่นหมายถึงทำให้ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจดี และประเทศชาติอยู่รอด ทั้งนี้อาจารย์เน้นยำเสมอว่า เป็นคนเก่งแต่อย่าลืมเป็นคนดีด้วย นั่นก็คือผู้นำที่สมบูรณ์แบบต้องเป็นทั้งคนเก่งและคนดี อาจารย์เป็นคนที่มีพลังในตนสูง จากเทคนิกการบรรยายที่มีลักษณะโดดเด่น สื่อถึ่งการทุ่มเทในการทำงาน และมีการทำงานอย่างมีเป้าหมายมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน นับว่าเป็นต้นแบบที่ดีมากๆ ฟังอาจารย์บรรยายแล้ว รู้สึกเหมือนการเติมพลังที่จะทำงานสร้างสรรค์ผลงานให้ดีมากขึ้น
การอบรมที่ผ่าน 3 วัน ได้เนื้อหาสาระดีมากและส่วนใหญ่ก็จะเป็นแนวทางในการประยุกต์ได้กับงานที่ปฏิบัติ เช่น การคิดในเชิงบวก คิดสร้างสรร เพื่อจะพัฒนาศักภาพของตน ใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต ทำงานอย่างมีความสุข
แนวทางการเป็นผู้นำที่ดีคงต้องใช้หลายๆศาสตร์นำมาผสมผสานกัน คงไม่มีสูตรสำเร็จรูปที่เดียว ทั้งนี้อยู่ที่ใครจะประยุกต์ใช้ รวมทั้งต้องมีการบริหารจัดการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการบริหารคน บริหารงาน บริหารทรัพยากร บริหารเวลา ซึ่งจะมีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้อง(ปัจจัยภายในองค์กร และปัจจัยภายนอก) แต่ที่ได้เรียนรู้จากวิทยากรแต่ละท่านก็นับได้ว่ามีประโยชน์ ได้เห็นแนวทางปฏิบัติ มุมมองต่างๆ การเรียนเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร ทำให้เห็นว่า ภาพลักษณ์ขององค์กรมีความสัมพันธ์กับความสำเร็จขององค์กร มีส่วนที่จะประชาสัมพันธ์องค์กรให้เป็นที่รู้จักเป็นที่ยอมรับของลูกค้า
การบรรยายของ อ.สมภพ มานะรังสรรค์ บรรยายได้ดีมาก ทำให้เห็นภาพได้ว่า ถ้าเรามองอนาคตให้ออก วางเป้าหมาย ใช้กลยุทธ์ที่จะผลักดันใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและมีผลกระทบต่อมวลรวมสูง จะมีผลทำให้เศรษฐกิจของชาติสามารถที่จะแข่งขันได้กับประเทศที่เจริญ
แต่ทั้งนี้ดิฉันเห็นว่าต้องมีปัจจัยเสริมในด้านนโยบายของชาติ นโยบายทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งนโยบายอื่นๆ เช่น นโยบายทางด้านพลังงาน นโยบายการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อที่จะร่วมผลักดันส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนการวิจัยเป็นไปอย่างมีระบบ รวดเร็วและทันเหตุการณ์
ดิฉันมีข้อเสนอฝากให้อาจารย์ทำหลักสูตรอบรมสำหรับผู้ปฏิบัติงาน(ผู้ปฏิบัติงานที่ดี ผู้สนับสนุน การเป็นทีมงานที่ดี) เพราะถ้าผู้นำดีร่วมกับการมีทีมงานที่ดี การทำงานจะมีผลสัมฤทธิ์สูง ทั้งนี้น่าจะมีการฝึกอบรมเพื่อการคิดสร้างสรรค์ สร้างเจตคติที่ดีต่อองค์กร กระตุ้นให้ทุกคนรักองค์กร ร่วมพัฒนาองค์กร เห็นความสำคัญของการพัฒนาตน ใฝ่รู้ ร่วมสร้างเครือข่ายความรู้ ขอขอบคุณค่ะ