ห้องสมุด..ที่ฉันต้องการ ทพ.ธนกร จารุธีระชน

                เมื่อนึกถึงข้าพเจ้า  คนส่วนใหญ่คงจะนึกถึงที่อ่านหนังสือ  บางคนอาจนึกถึงที่ค้นคว้าหาความรู้  บางคนนึกถึงห้องสีขาวที่เงียบสงบ  บางคนอาจนึกถึงบรรยากาศสมัยเป็นนักเรียนนักศึกษา  บางคนอาจนึกถึงห้องแอร์เย็นสบายที่เอาไว้นอนหลับขณะพักทานอาหารกลางวัน  หรืออาจจะแม้กระทั่งนึกถึงบรรณารักษ์จอมโหดที่คอยสั่งให้เงียบตลอดเวลา  ทุกคงคงเดากันได้แล้วว่าข้าพเจ้าเป็นใคร   ข้าพเจ้าก็คือ ห้องสมุด

 

ถึงแม้ว่าจะมีคนมากมายเดินผ่านเข้าออกในตัวของข้าพเจ้า  บางคนมาใช้ชีวิตระหว่างวันที่นี่เนื่องจากอากาศที่เย็นสบาย   บางคนใช้ข้าพเจ้าเป็นที่นัดหมาย   บางคนเข้ามาหยิบยืมหนังสือจากข้าพเจ้าแล้วก็จากไป   แต่กลับมีน้อยคนนักที่จะนั่งอ่านหนังสือในตัวของข้าพเจ้า   ทั้งที่จริงแล้วข้าพเจ้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์นี้เป็นหลักมิใช่หรือ  วันหนึ่งข้าพเจ้าเห็นนักศึกษากลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาเพื่อยืมหนังสือ   ข้าพเจ้าได้ยินพวกเขาคุยกันว่า อีกไม่กี่วันเราก็จะสอบแล้ว  ไปอ่านหนังสือที่ไหนกันดี  เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งตอบว่า  ไปอ่านที่ร้านกาแฟกันไหมละ  แล้วทุกคนในกลุ่มก็เห็นด้วย   ข้าพเจ้าจึงคิดว่าทำไมเด็กพวกนี้ถึงคิดกันอย่างนี้นะ   พยายามคิดว่าทำไมทั้งๆที่พวกเขามายืมหนังสือจากตัวข้าพเจ้าเองแท้ๆ   แต่กลับไม่อ่านหนังสือในตัวข้าพเจ้า   ทั้งๆที่ไม่ต้องไปเสียเงินเดินทางไปที่ร้านกาแฟและไม่ต้องเสียเงินซื้อกาแฟ  แอร์ในตัวข้าพเจ้าก็มีเหมือนกัน   อากาศในตัวข้าพเจ้าก็เย็นสบาย   โต๊ะ  เก้าอี้ก็มีเตรียมไว้พร้อมอยู่แล้ว    ไฟสำหรับอ่านหนังสือข้าพเจ้าก็มีเตรียมไว้ให้เรียบร้อย   แต่ทำไมนะทำไม  ทำไมถึงยังต้องหาที่อ่านหนังสือที่อื่นกันอีก 

 

ด้วยความสงสัยนี้เอง   ทำให้ข้าพเจ้าได้ตัดสินถามเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งได้เข้ามาอ่านหนังสือในตัวของข้าพเจ้าเป็นประจำ    ข้าพเจ้าเอ่ยกับเด็กน้อยว่า สวัสดี หนูน้อย  หนูชื่ออะไรจ๊ะ   เด็กหญิงตอบอย่างเรียบร้อยว่า หนูชื่อกิ๊ฟค่ะ  ข้าพเจ้าถามต่อว่า  ทำไมหนูมาอ่านหนังสือที่นี่ล่ะจ๊ะ   กิ๊ฟตอบอย่างน่ารักว่า  เธอชอบข้าพเจ้า  เธอพูดต่อว่า ถึงแม้ข้าพเจ้าจะมีขนาดเล็ก   แต่ก็ถูกทาด้วยสีขาว   ทำให้ดูสะอาด สว่างและดูกว้างขึ้นกว่าที่เป็นอยู่จริง   อีกทั้งยังเงียบสงบ  มีอากาศเย็นสบาย   เหมาะแก่การอ่านหนังสือ   พออ่านหนังสือเบื่อๆ ก็เงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างก็จะเห็นต้นไม้เขียวขจีเป็นที่พักสายตาได้ดีทีเดียว   เมื่อข้าพเจ้าได้ฟังแล้วยังอดที่จะยิ้มไม่ได้   แต่นั่นยังไม่ได้ตอบข้อสงสัยของข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าจึงถามต่อว่า   แล้วทำไมเพื่อนๆคนอื่นถึงไม่มาอ่านหนังสือที่นี่ล่ะ   กิ๊ฟทำท่าครุ่นคิดแล้วจึงเล่าว่า    เพื่อนสนิทของเธอเข้ามาอ่านหนังสือที่นี่ทีไร    ต้องเป็นหวัดหรือเจ็บคอในวันรุ่งขึ้นทุกที   โดยเฉพาะถ้าอ่านตรงบริเวณที่ปูพรมหรือนั่งตรงที่ที่แอร์ลงพอดี   เพื่อนหนูอีกคนชื่อริน   เมื่อก่อนรินมาอ่านหนังสือที่นี่เป็นประจำแต่อยู่มาวันหนึ่งรินนั่งอ่านหนังสืออยู่ดีๆ   ขาเก้าอี้ก็หัก   หัวฟาดพื้น  เย็บไป 3 เข็ม   จากนั้นมาหนูก็ไม่เห็นเธอเข้ามานั่งอ่านหนังสือที่นี่อีกเลย  เพื่อนบางกลุ่มเวลาอ่านหนังสือก็จะมีการพูดคุยกันบ้าง   แต่ว่าอ่านในนี้พูดคุยกันนิดหน่อย   ก็จะโดนเจ้าหน้าที่ว่ากล่าวตักเตือน   เพื่อนกลุ่มนี้ก็เลยไม่ค่อยได้มาอ่าน   ส่วนใหญ่จะยืมหนังสือไปอ่านข้างนอกมากกว่า   เพื่อนบางกลุ่มที่คุยแต่ไม่โดนด่า   ก็รู้สึกเกรงใจคนที่อ่านหนังสือเงียบๆ จึงไปอ่านที่อื่นเช่นกัน   บางคนก็ว่าเจ้าหน้าที่ที่นี่ดุ   บางคนว่าแค่เห็นหน้าเจ้าหน้าที่ก็เหมือนจะซวยไปทั้งวัน    ก็หล่อนเล่นทำหน้าบึ้งทั้งวัน  ใ ครมาถามว่าหนังสืออะไรอยู่ไหน   ก็บอกให้ไปกดหาดูในคอมพิวเตอร์เอาเอง    หนูก็รู้สึกนะคะว่าก็มีส่วนจริงอยู่นะคะ   แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจไปซะ  เพื่อนที่อ่านหนังสือกันดึกๆ  ช่วงหลังก็ไม่ค่อยได้มาอ่าน    บอกว่าที่นี่ตอนกลางคืนน่ากลัว    เพื่อนที่กลัวผีบอกว่า   ที่นี่มีไฟรอบตึก   แต่ไม่ยอมเปิด   เพื่อนอีกคนบอกว่า   คนน่ากลัวกว่าผีอีก  หนูก็กลัวเหมือนกันแต่ก็อาศัยวิธีกลับบ้านก่อนมืดเอาคะ   ถ้าได้คนรักษาความปลอดภัยที่ไว้ใจได้สักคนคงดีไม่น้อยนะคะ   พอได้ยินที่กิ๊ฟพูดข้าพเจ้าก็เริ่มรู้สึกว่านี่คงถึงเวลาที่ข้าพเจ้าจะต้องปรับปรุงตัวเองซะที   แล้วข้าพเจ้าก็กล่าวขอบคุณเธอ   ก่อนที่เธอจะกลับบ้านไป

 

ข้าพเจ้าเริ่มที่จะมองตัวเองตามความเป็นจริงไม่คิดว่านี่คือตัวของข้าพเจ้า  แล้วเริ่มมองหาสิ่งที่ควรปรับปรุงหรือสิ่งที่ตัวข้าพเจ้าจะสามารถทำให้มันดีขึ้นได้มากกว่านี้    ข้าพเจ้าเริ่มมองไปที่ตัวข้าพเจ้าเห็นห้องสีขาวสะอาดตา    มันให้ความรู้สึกสดใสมากกว่าหดหู่เป็นอย่างที่หนูกิ๊ฟพูดไว้จริงๆ   แล้วข้าพเจ้าก็เริ่มมองไปที่พื้นเห็นมีเศษกระดาษอยู่สองสามชิ้นถูกขยำทิ้งไว้    ข้าพเจ้าเริ่มคิด   ทำไมไม่เอาไปทิ้งถังขยะกันนะ    นึกออกแล้วก็ข้าพเจ้าไม่มีถังขยะนี่นา  เอาล่ะอย่างแรกที่ต้องทำคือหาถังขยะมาเตรียมไว้ดีกว่า  เอาล่ะได้ถังขยะและเก็บขยะเรียบร้อยแล้ว  เรื่องความสะอาดคงต้องหาคนมาดูแลแล้วล่ะ  เรื่องอากาศที่เย็นสบายนี่ไม่ใช่ปัญหา   แต่เรื่องคุณภาพอากาศต่างหากล่ะที่เป็นปัญหา    เอาอย่างงี้ละกันต้องเริ่มจากล้างแอร์   ดูดฝุ่นบริเวณพรม   แล้วติดตั้งเครื่องกรองอากาศเลยดีกว่า    เพราะตอนนี้อากาศในห้องสมุดก็มีการถ่ายเทดีอยู่แล้ว   แต่ที่เป็นหวัดเจ็บคอกัน   น่าจะมาจากเชื้อโรคมากกว่า   ล้างแอร์กับดูดฝุ่นคงไม่น่าจะพอ   อีกทั้งเดี๋ยวนี้เมืองเชียงใหม่ยังมีปัญหามลพิษอีก    ติดเครื่องกรองน่าจะได้ประโยชน์หลายต่อ   ลองมองออกไปข้างนอกบ้างดีกว่า   สีเขียวนี่ช่วยให้พักสายตาได้ดีจริงๆ    ข้าพเจ้าคิดว่าหาสีเขียวมาไว้ในตัวข้าพเจ้าเองเลยดีกว่า    เอาไว้ตรงที่ที่ไม่มีหน้าต่าง  จะได้ช่วยพักสายตาสำหรับคนที่ไม่ได้นั่งติดหน้าต่าง   แต่ว่าสีเขียวนี่จะทำยังไงดีล่ะ   เอารูปวิวทิวทัศน์มาติดไว้ หรือทำสวนหย่อมดีนะ  ข้าพเจ้าเป็นแค่ห้องสมุดเล็กๆ สวนหย่อมคงกินพื้นที่เยอะ    เอาเป็นรูปวิวดีกว่า  แล้วเรื่องโต๊ะ เก้าอี้  มาตรวจดูว่าตัวไหนชำรุดจะได้ทำการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนตัวใหม่มาใช้ดีกว่า   แล้วจำนวนล่ะเพียงพอกับคนที่มาใช้รึยัง  เห็นว่าช่วงสอบนี่ไม่มีที่พอให้อ่านหนังสือกันนี่     คงต้องเพิ่มให้เพียงพอแล้ว   ข้าพเจ้าเริ่มตรวจดูแสงไฟในแต่ละจุดที่อ่านหนังสือว่ามีเพียงพอรึยัง   เรื่องห้องน้ำถ้าหากไม่มีไว้ในห้องสมุดก็น่าจะอยู่ใกล้ๆ    มีแสงสว่างตลอดทางที่ไป   มีผู้รักษาความปลอดภัยอย่างที่หนูกิ๊ฟว่าก็คงดี  โดยเฉพาะช่วงกลางคืน   เรื่องน้ำกับอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่ห้ามนำเข้ามาในตัวข้าพเจ้าอยู่แล้ว    เพราะอาจทำให้ข้าพเจ้าสกปรก   มีมดขึ้นหรือทำให้หนังสือเสียหายได้    แต่ว่าคนที่มาก็ต้องทานน้ำทานอาหาร   เมื่อไม่ให้นำเข้ามาก็ควรมีไว้ให้ใกล้ๆ จะได้ไม่มีใครแอบนำเข้ามา 

 

เรื่องความสบายกายของผู้มาใช้ห้องสมุดน่าจะเรียบร้อย    ต่อมาคงต้องคิดถึงเรื่องความสบายใจบ้าง   คงต้องคุยกับเจ้าหน้าที่เรื่องการยิ้มแย้มแจ่มใสหน่อยแล้วล่ะ    ส่วนเรื่องการที่มีคนมาถามว่าหนังสืออยู่ไหนนั้น   ปัญหาอาจจะเกิดจากการเรียงหนังสือก็ได้    หากมีการจัดเรียงหนังสือเป็นหมวดหมู่   และมีข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่พร้อม   จำนวนคนที่มาถามเจ้าหน้าที่ก็คงลดลง   เจ้าหน้าที่ก็น่าจะไปหาให้ผู้ใช้ห้องสมุด   หากผู้ใช้ห้องสมุดไม่สามารถหาได้เจอ  เรื่องที่มีการคุยกันบ้าง   อาจจะต้องทำการแบ่งโซน  ให้มีโซนที่เงียบ   และโซนที่สามารถพูดคุยได้บ้าง   แต่หากการพูดคุยนั้นไม่เป็นการรบกวนก็น่าจะให้คุยกันได้บ้าง  โดยไม่ต้องมีการแบ่งโซน   เรียบร้อยแล้วข้าพเจ้าสามารถทำให้ผู้ใช้ห้องสมุดมีความสบายทั้งกายและใจเมื่อเข้ามาในตัวข้าพเจ้า    แต่ข้าพเจ้าคิดว่าแค่นี้ยังไม่น่าจะเพียงพอ   เพราะยังขาดเรื่องที่สำคัญไปอีกเรื่องหนึ่ง   คือเรื่องหนังสือในตัวข้าพเจ้านั่นเอง    หนังสือที่มีควรจะมีหลากหลายหมวดหมู่ทั้งประเภทที่ให้ความรู้จนกระทั่งถึงหนังสือที่อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน    อีกทั้งยังควรมีการหาหนังสือใหม่ๆ เข้าห้องสมุดอยู่เสมอ   แต่หน้าที่รับผิดชอบจัดหาหนังสือใหม่ๆ   เข้าห้องสมุดนั้นไม่น่าจะเป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง   แต่น่าจะให้เวียนกันหาหนังสือเข้าเดือนละครั้ง   โดยอาจแบ่งเป็นแต่ละฝ่ายให้รับผิดชอบในแต่ละเดือน   โดยมีงบประมาณกลางให้   วิธีนี้จะได้หนังสือหลากหลายประเภท   และไม่เป็นภาระของใครคนใดคนหนึ่ง 

 

เท่าที่ข้าพเจ้าพอจะคิดได้ก็มีเพียงเท่านี้   แต่ข้าพเจ้าคิดว่าหากได้ความคิดเห็นจากคนอื่นๆ   คงช่วยให้การเปลี่ยนแปลงของข้าพเจ้าเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้นมากกว่านี้แน่   และที่สำคัญที่สุดหากอยากให้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การพัฒนาต่อไป     ผู้ใช้ห้องสมุดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนคงจะต้องช่วยกันดูแลรักษาและมีจิตสำนึกในการใช้ห้องสมุด   ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่ากฎของห้องสมุดที่เข้มงวดซะอีก