งานสารสนเทศ ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ ขอเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับที่มาที่ไป และทีมงานได้ทำอะไรไปบ้าง เพื่อร่วมสร้างสรรค์ สังคมฐานความรู้ ซึ่งทีมงานตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันอนาคตศึกษา กล่าวไว้ในหนังสือเรื่อง “สังคมทุรชน” ว่า “สังคมขาดจุดตระหนักในความเลวร้าย เนื่องจากวิธีคิดของคนในสังคมไม่ได้รับการสอนเชิงเหตุผลตามหลักตรรกศาสตร์อย่างถูกต้อง แต่เน้นการสอนในลักษณะการเชื่อฟังผู้อาวุโส เชื่อถือในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สังคมไทยของเราไม่ได้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ประกอบกับการที่คนมีการศึกษาน้อย มีความยากจน ในขณะเดียวกันการวัดคุณค่าของคนในสังคม กลับวัดที่ “วัตถุ”............” ประกอบกับ ที่ผ่านมาห้องสมุดศูนย์ฯ มีผู้มาใช้บริการค่อนข้างน้อย
ผู้เล่าขอย้อนอดีตสักเล็กน้อยอย่างสั้นๆ (คงไม่ว่ากัน) กล่าวคือ เดิมห้องสมุดศูนย์ฯ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 3 อาคารเอนกประสงค์ ซึ่งเจ้าหน้าที่บางคนบอกว่าไกลไม่สะดวกในการมาใช้บริการ ต่อมาจึงย้ายมาอยู่ที่อาคารตลาดสุขภาพ อาคารชั้นเดียว (ใกล้ศาลา 3 หลัง) การพัฒนายุคแรกจึงเริ่มจากห้องสมุดที่ไม่มีอะไรเลย และสกปรก เนื่องจากน้ำท่วม ต่อมาทีมงานได้พัฒนาให้สะอาด สดใส ทันสมัย และมีชีวิตชีวา หลายคนชื่นชม และมาใช้บริการมากขึ้น (ทั้งอ่านหนังสือและประชุมปรึกษาหารือ) ต่อจากนั้นได้หาโปรแกรมระบบสารสนเทศงานห้องสมุดมาใช้ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกสำหรับ user และผู้ปฏิบัติงาน แต่บริการยังเป็นบริการเชิงรับอยู่ ต่อมาได้มีโอกาสไปดูงานห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี อ.แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากอุทยานการเรียนรู้แห่งชาติ (TK PARK) ทั้งในด้านห้องสมุดมีชีวิต และบรรณารักษ์ดีเด่น ทำให้โลกทัศน์ในการดำเนินงานดังกล่าวกว้างขึ้น จิตใจกว้างขึ้น (ที่ผ่านมาเกรงว่าหนังสือจะหาย) และปรับเปลี่ยนทัศนคติในการดำเนินงาน รวมทั้งการทำงานโดยยึดหลักบทบาทหญิงชายยุคใหม่ คือ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน และความรับผิดชอบ
ในปีงบประมาณ 2551 ทีมงานจึงดำเนินโครงการห้องสมุดยุคใหม่ เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมฐานความรู้ โดยรับสมัครอาสาสมัครรักการอ่าน ซึ่งหลายคนยินดีรับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจ และมีการประชุมทุกเดือน(CoP Library) รับฟังความคิดเห็น และรายงานความก้าวหน้า หรือปัญหาอุปสรรค พร้อมทั้งช่วยกันแก้ไขปัญหา อาสาสมัครมีหน้าที่ยืม-คืนหนังสือ อำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์เชิญชวนทั้งเจ้าหน้าที่ และผู้รับบริการมาใช้ประโยชน์จากตะกร้าบริการ และห้องสมุด นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมรณรงค์รักการอ่าน ทั้งนี้เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่าน อีกกิจกรรมหนึ่งคือ รณรงค์รักการเขียน “ห้องสมุด...ที่ฉันต้องการ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวคิด/แนวทาง เพื่อนำมาพัฒนาห้องสมุดต่อไป
ด้วยตระหนักว่างานนี้ทำได้ไม่ง่ายนัก นอกจากอาศัยการมีส่วนร่วมแล้ว ยังต้องอาศัยสิ่งจูงใจต่างๆ อาทิ การให้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมผลประโยชน์ (win-win approach) การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ความยืดหยุ่น รวมทั้งอาศัยรางวัลเล็กๆน้อย มติที่ประชุม ได้ตกลงว่า ควรทำเสื้อรณรงค์รักการอ่านและการเขียน สำหรับอาสาสมัครที่กระตือรือร้นในการทำงาน รวมทั้งรางวัลสำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรม ทีมงานคาดว่าน่าจะได้สมาชิกรักการอ่าน และการเขียนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป้าหมายของทีมงานคือ ชาวศูนย์ฯทุกคน
จากการดำเนินงานและการประชุมทุกเดือน พบว่า ผลการดำเนินงานก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่ง การมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การรับฟังความคิดเห็นและปฏิบัติตามเพิ่มขึ้น ผู้ร่วมงานเพิ่มขึ้นโดยสมัครใจ ลำพังผู้รับผิดชอบงานห้องสมุดไม่สามารถให้บริการเชิงรุกเช่นนี้ได้ และกระแสตอบรับดีมาก สมาชิกให้ความสนใจงานห้องสมุดมากขึ้น โดยแสดงความจำนงต้องการวารสารต่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานที่ตนเองรับผิดชอบ อีกส่วนหนึ่งต้องการหนังสือบันเทิง และ นวนิยาย โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว เห็นสมควรซื้อให้ ทั้งนี้เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านจาก นวนิยาย กลายเป็นหนังสือวิชาการต่อไปในอนาคต เช่นเดียวกับนักคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถ และเริ่มต้นสนใจคอมพิวเตอร์ด้วยการเล่นเกม เป็นต้น หนังสือในห้องสมุด ควรมีบริการทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับชั้น เพราะผู้รับบริการของศูนย์ฯมีตั้งแต่คนงานถึงแพทย์ บางครั้งจึงตัดสินว่าหนังสือเล่มนี้ดีหรือไม่ดีได้ยาก ห้องสมุดศูนย์ฯควรเปิดกว้างสำหรับทุกคน
สืบเนื่องจากทีมงานรักการอ่านและการเขียน ได้ตระหนักถึงปัญหาการอ่านหนังสือของคนไทย จากสถิติประเทศไทยพบว่า คนไทยอ่านหนังสือ 5-6 บรรทัด/คน/ปี ทีมงานดังกล่าวได้ตระหนักถึงผลกระทบนี้ จึงได้จัดการรณรงค์รักการอ่านและการเขียนขึ้น ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2550 - 30 มิถุนายน 2551 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมฐานความรู้ กิจกรรมที่รณรงค์ ได้แก่ การยืมหนังสือ กิจกรรมที่ 2 คือ การประกวดบทความ “ห้องสมุด...ที่ฉันต้องการ” บัดนี้การรณรงค์สิ้นสุดลงแล้ว และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง จึงขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ และขอประกาศให้ทราบว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลเสื้อยืด “รักการอ่าน” คือบุคคลที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมรักการอ่าน จำนวน 2 ท่าน คือ
1. คุณผ่องศรี จันทะชัย
2. คุณปรมินทร์ อ่อนมณี
ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประกวดบทความเรื่อง “ห้องสมุด...ที่ฉันต้องการ” คือ
นักศึกษา คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายธนกร จารุธีรชน ได้รับรางวัล MP 3 2 GB
รองชนะเลิศ คือ คุณทรงศรี อัศวแก้วฟ้า เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ ได้รับเสื้อยืดรักการอ่าน 1 ตัว
กรรมการตัดสินบทความคือ พญ.โชติรส พันธ์พงศ์ และคุณนิตยา เลิศมัลลิกาพร (กรรมการสละสิทธิ์ 1 ท่าน เนื่องจากเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ และกรรมการอีก 2 ท่าน ตัดสินตรงกัน จึงสามารถประกาศผลได้โดยไม่ต้องรอกรรมการท่านที่ยังไม่ได้ให้คะแนน)
ทีมงานรักการอ่านและการเขียนของศูนย์ฯ จึงขอแสดงความชื่นชมและขอแสดงความยินดี พร้อมทั้งขอนำเสนอบทความ “ห้องสมุด...ที่ฉันต้องการ” ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศ รวมทั้งขอแถมอีก 1บทความคือ “ห้องสมุดศูนย์ฯ...ที่ฉันต้องการ”(ไหนๆก็เขียนแล้ว ขอเผยแพร่หน่อยก็แล้วกัน คงไม่ว่ากันนะคะ)สำหรับบทความที่ไม่ได้นำเสนอ ณ.ที่นี้ ได้นำเสนอที่บอร์ดศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร(ศูนย์ฯ10)
การพัฒนางานดังกล่าว เห็นผลได้ไม่รวดเร็ว ทันใจ เพราะปัญหารักการอ่านและการเขียน เป็นปัญหาระดับชาติสำหรับสังคมไทย แต่เป็นที่น่ายินดีว่า ปีที่ผ่านๆมารวมทั้งปีนี้ สังคมไทยรวมทั้งศูนย์ฯ กำลังเร่งรัดการรณรงค์รักการอ่าน
และศูนย์ฯกำลังพัฒนาศูนย์สารสนเทศงานสร้างสุขภาพ หรือห้องสมุดเฉพาะทาง ซึ่งสอดรับกับนโยบายของกรมอนามัย แต่งานนี้ไม่ใช่งานที่จะทำให้สำเร็จได้โดยง่ายนัก จึงต้องการแรงผลักดัน การมีส่วนร่วม และกำลังใจเป็นอย่างมาก