ทางแก้ไขเพื่อควบคุมเพลี้ยกระโดดสีนำตาล สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี หาทางออกได้แล้ว

       เชื้อราบิวเวอร์เรีย (Beauveria bassiana)  จัดเป็นเชื้อราจุรินทรีย์จำพวกเชื้อราทำลายแมลง โดยกลไกการเข้าทำลายแมลงของเชื้อราบิวเวอร์เรียคือ เมื่อสปอร์ของเชื้อราสัมผัสกับผิวหนังของแมลงในสภาพความชื้นที่เหมาะสม(ความชื้นสัมพัทธ์ 50 เปอร์เซนต์ขึ้นไป)สปอร์ของเชื้อราจะงอกแทงทะลุผ่านผนังลำตัวของแมลงแล้ววขยายจำนวนอยู่ภายใน โดยใช้เนื้อเยื่อของแมลงเป็นอาหารทำให้แมลงเป็นอัมพาตทั้งตัวและตายภายใน5-7วัน เชื้อราบิวเวอร์เรียสามารถนำไปใช้ในการกำจัดแมลงศัตรูพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจได้หลายชนิดเช่นแมลงศัตรูพืชในข้าวได้แก่เพลี้ยกระโดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ  หนอนห่อใบข้าว ในมะม่วงได้แก่เพลี้ยจั๊กจั่นที่ทำลายช่อมะม่วง แมลงค่อมทอง ในพืชตระกลูส้มได้แก่เพลี้ยอ่อนส้ม เพลี้ยไก่แจ้ เพลี้ยไฟ ไรแดง ในพืชผักได้แก่เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไรขาว แมลงหวี่ขาว หนอนผีเสื้อต่างๆ และในอ้อยได้แก่แมลงค่อมทองเป็นต้น แต่เนื่องจากเชื้อราบิวเวอร์เรียค่อนข้างอ่อนแอต่อแสงแดดและอุณภูมิสูงจึงควรใช้ฉีดพ่นในช่วงเวลาเย็นถึงค่ำ และถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่วางขายตามท้องตลาดให้ใช้ตามวิธีการที่เขียนใว้ที่ฉลาก ส่วนวิธีการใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียชนิดสดที่เจริญอยู่บนเมล็ดธัญพืชที่รับจากศูนย์บริการศัตรูพืชหรือที่เกษตรกรผลิตขยายได้เองมี ดังนี้

                1. ใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียที่เจริญบนเมล็ดธัญพืชอัตรา 1 กิโลกรัม(2 ถุง) ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยแบ่งน้ำ 20 ลิตร ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่ง 15 ลิตร นำมาผสมกับสารจับใบคนให้เข้ากัน ส่วนน้ำอีก 5 ลิตร นำมาผสมกับเชื้อราที่เจริญบนเมล็ดธัญพืช โดยใส่เชื้อในตาข่ายเขียว แล้วนำไปคนขยี้ในน้ำให้สปอร์เชื้อราหลุดจากเมล็ดข้าวโพดกรองด้วยผ้าขาวบางและเอาเฉพาะของเหลว นำไปผสมกับน้ำอีกส่วนหนึ่งและคนให้เข้ากัน

                2. นำเชื้อราไปฉีดพ่นเพื่อควบคุมศัตรูพืชโดยตรง

- พ่นให้ถูกตัวแมลงศัตรูพืชหรือบริเวณที่แมลงศัตรูพืชเกาะหรืออาศัยให้มากที่สุด

- ช่วงระยะเวลาพ่นควรเป็นช่วงแมลงศัตรูพืชออกหากินหรือเวลาเย็นด้วยมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการงอกและการเจริญเติบโตของเชื้อราคือมีความชื้นสูงและแสงแดดอ่อนๆ

- ระหว่างที่ฉีดให้กวนน้ำเป็นระยะๆและควรปรับหัวฉีดให้พ่นฝอยละเอียดจะฉีดได้ผลดีและได้พื้นที่เพิ่มขึ้น

3. สำรวจแปลงพืชก็ยังพบศัตรูพืชเป้าหมายให้พ่นเชื้อบิวเวอร์เรียซ้ำ

ข้อจำกัดในการควบคุมศัตรูพืช

1. เชื้อราบิวเวอร์เรียสามารถ ทำลายแมลงได้หลายชนิดรวมถึงแมลงศัตรูธรรมชาติบางชนิดด้วย ดังนั้นถ้าหากพบว่ามีศัตรูธรรมชาติอยู่มากก็ควรจะงดหรือชะลอการใช้ออกไป

2. เชื้อราบิวเวอร์เรียจะทำลายแมลงได้ในสภาพความชื้นสูง ดังนั้นการใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียในช่วงฤดูแล้งหรืออากาศแห้งแล้งอาจจำเป็นต้องเพิ่มความชื้นด้วยการให้น้ำหรือพ่นละอองน้ำก่อนและหลังการใช้

และเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม- สิงหาคม ปีที่ผ่านมา จังหวัดสุพรรณบุรีพบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในแปลงนาของเกษตรกร จึงได้นำเชื้อราบิวเวอร์เรียมาฉีดพ่น ผลปรากฏว่า สามารถลดปริมาณการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้เป็นอย่างดีจึงขยายผลให้สำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ ดำเนินการตั้งจุดนำร่องการผลิตเชื้อราบิวเวอร์เรียทุกอำเภอๆละ 1 จุดรวม 10 จุดโดยได้สนับสนุนอุปกรณ์การผลิตต่อจุดประกอบด้วย ชุดหม้อนึ่งลูกทุ่ง เมล็ดธัญพืชเลี้ยงเชื้อ ถุงทนร้อน คอขวด ขี้ฝ้าย และอุปกรณ์เขี่ยเชื้อ ประกอบด้วยตู้เขี่ยเชื้อ ตะเกียง

แอลกอฮอล์ เข็มเขี่ยเชื้อแอลกอฮอล์ 70 % และ 95 %  แล้วได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้การผลิตเชื้อราบิวเวอร์เรียให้กับเกษตรกรที่ให้ความสนใจ จนเกษตรกรผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถเขี่ยเชื้อ ขยายและนำไปใช้ได้ ซึ่งนอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมแนะนำให้เกษตรกรรู้จักใช้เชื้อชนิดอื่นๆ ในการควบคุมศัตรูพืช เช่น ไตรโครเดอร์มา บีที  เอ็มทีวี ฯลฯ เพื่อให้สามารถลดปริมาณการใช้สารเคมีของเกษตรกรให้ได้มากที่สุดอันจะก่อให้เกิดผลกำไรและสุขภาพที่ปลอดภัยของผู้ผลิตและผู้บริโภค และนอกจากจะส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตเชื้อในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแล้ว สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรียังได้จัดทำแปลงพยากรณ์การระบาดศัตรูข้าว ตำบล ละ 1 จุดทุกอำเภอ โดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลร่วมกับเกษตรกรเจ้าของแปลง และอาสาสมัครเกษตรในพื้นที่ช่วยกันตรวจวิเคราะห์ทุกสัปดาห์ อย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าปริมาณโรค แมลง มากเกินจำนวนที่กำหนด จะมีการแจ้งเตือนภัยการระบาดไปยังเกษตรกรรายอื่นๆ เพื่อสามารถหาแนวทางป้องกันและกำจัดได้อย่างทัน ท่วงที สามารถลดต้นทุนการผลิตได้อีกวิธีหนึ่ง.