วันนี้ไปเผาศพคุณลุงชด โพชนุกูล ที่ระโนด กลับมาก็มีคำถามจากคุณสุภาวรรณ โภชนุกูล (ไม่รู้ลูกใคร !) เรื่องความหมายของนามสกุลรออยู่ จึงขอโอกาสเล่าประวัติและความหมายนามสกุลส่วนตัว
ต้นตระกูลโพชนุกูล-โภชนุกูล เริ่มต้นจาก นายฉิ้น แซ่ตััน (แซ่ตั้ง) ซึ่งเดินทางมาจากเมืองจีนเมื่อประมาณสองร้อยปีก่อน โดยบัดนี้ฮ้วงซุ้ยหรือหลุมศพของท่านอยู่ในป่าช้าตรงข้ามวัดกระดังงา ต.กระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา (ใครรู้ตัวว่าเป็นลูกหลานประจำตระกูล ผ่านไปผ่านมา ก็ควรแวะเยี่ยมบ้าง)
ตามคำบอกเล่าของคุณลุงชุบ โพชนุกูล ท่านว่า โพชนุกูล มาจากพยางค์แรกในวรรคต้นของโพชฌังคปริตว่า...
- โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา ฯ
นั่นคือ นำพยางค์แรกว่า โพช มาสมาสและสนธิเข้ากับคำว่า อนุกูล จึงกลายเป็น โพชนุกูล ดังนี้
- โพช + อนุกูล = โพชนุกูล
ตามนัยนี้ โพช มาจากคำว่า โพชฌะ ซึ่งแปลว่า ความรู้ ...ส่วนคำว่า อนุกูล มาจาก อนุ (ตาม) + กูล (ก่อตัวขึ้นมา) = อนุกูล (ตาม+ก่อตัวขึ้นมา)... ดังนั้น เมื่อแปลโดยตรงตัว คำว่า อนุกูล อาจแปลได้ว่า ก่อตัวขึ้นมาตามลำดับ ... แต่ถ้าจะเพ่งถึงความหมายตามนิยมเท่าที่เคยเห็น อนุกูล หมายถึง
- วงศ์ตระกูล หรือเชื้อสาย (เพราะต้องใช้เวลาในการค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา)
- การช่วยเหลือ การบำรุงรักษา (เพราะจะได้ให้สิ่งนั้นค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาได้)
เมื่อถือเอาตามนัยนี้ โพชนุกูล (โพช+อนุกูล) ก็อาจแปลได้ว่า...
- เชื้อสายหรือวงศ์ตระกูลแห่งความรู้
- การทำให้ความรู้ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาตามลำดับ
- การหมั่นบำรุงรักษาความรู้
............
ต่อมา คำว่า โพชนุกูล เริ่มมีปัญหาในการใช้ เพราะเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร์ โรงเรียน หมู่บ้าน หรือธนาคาร เป็นต้น มักจะเขียนผิดเป็น โภชนุกูล ...โดยอ้างว่า โพชนุกูล เขียนผิด ไม่มีความหมาย ถ้าจะเขียนให้ถูกต้องเขียนเป็น โภชนุกูล
ตอนแรกเข้าโรงเรียน ผู้เขียนก็ใช้ว่า โพชนุกูล จนกระทั้งตอนอยู่ ป.๓-๕ เริ่มมีนโยบายจากก๋งและญาติผู้ใหญ่บางท่านให้เปลี่ยนเป็น โภชนุกูล จำได้ว่า ช่วงนั้นผู้เขียนมั่วเรื่องนามสกุลอยู่สองสามปี... แต่บางครอบครัว บางท่านก็ไม่ประสงค์จะเปลี่ยน ยังคงใช้ โพชนุกูล เหมือนเดิม....
กลายเป็นว่าสับสนปนเปกันมาจนกระทั้งปัจจุบัน กล่าวคือ พี่กับน้อง พ่อกับลูก หรือก๋งกับหลาน เขียนนามสกุลไม่เหมือนกัน จึงเป็นเรื่องค่อนข้างจะธรรมดาสำหรับตระกูลนี้
...........
- โภชนะ + อนุกูล = โภชนุกูล
คำว่า โภชนะ มาจากรากศัพท์ว่า ภุชะ ใช้ในความหมายว่า กิน ... ดังนั้น โภชนะ จึงแปลว่า สิ่งที่ถูกกิน ซึ่งโดยตรงก็คือ อาหาร ... แต่เมื่อขยายความให้กว้างขึ้น สิ่งที่ถูกกินด้วยตา หู จมูก ลิ้น และกาย ก็คือ ปัจจัย ๔ (อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค) ... ดังนั้น โภชนะ จึงอาจแปลโดยอ้อมได้ว่าปัจจัย ๔
เมื่อนำคำว่า โภชนะ มาสมาสและสนธิเข้ากับ อนุกูล ก็อาจได้ความหมายว่า
- เชื้อสายหรือวงศ์ตระกูลแห่งปัจจัย ๔
- การทำให้ปัจจัย ๔ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นตามลำดับ
- การตามช่วยเหลือด้วยปัจจัย ๔
.............
อนึ่ง ถ้านับ นายฉิ้น แซ่ตัน (แซ๋ตั้ง) ต้นตระกูลที่มาจากเมืองจีนเป็นรุ่นแรก และจากคนรุ่นหนึ่งมาถึงคนอีกรุ่นหนึ่งใช้เวลาประมาณ ๒๕ ปี... ปัจจุบันนี้ ตระกูลโพชนุกูล-โภชนุกูล เดินทางมาถึงรุ่นที่เจ็ด (ผู้เขียนรุ่นที่ห้า) ดังนั้น จึงประมาณคร่าวๆ ว่า น่าจะมีอายุเกิน ๑๗๕ ปีและคงจะเกือบๆ หรือถึง ๒๐๐ ปี...
อีกอย่างหนึ่ง การแตกเป็นกิ่งก้านสาขาออกไป ถือว่าเป็นความเจริญงอกงามกว้างใหญ่ไพศาลแห่งวงศ์ตระกูล ดังนั้น สำหรับผู้เขียนเอง ใครจะใช้ว่า โพชนุกูล หรือ โภชนุกูล ก็ตาม ก็ใช้ไปเถิด (ฟังว่ามีบางคนเปลี่ยนกลับไปกลับมา 5 5 5...)
นมัสการพระคุณเจ้า
ใด้ปัญญา เรื่อง ศัพย์ ภาษาขึ้นครัน
นามสกุลของผมก็สับสน ในตัวสะกด "หอมหวล และหอมหวน"
ทั้งๆทีเป็นพี่น้องท้องตามกันมา
คนข้างบ้าน นามสกุล ไขยาน เพื่อนไปเปลี่ยนเป็น "อัณฑยานนท์" 555555
บังหีม
บังก็นำเรื่องชวนหัวมาถวายเสมอ...
เจริญพร
นมัสการค่ะ
ได้มีโอกาส ทราบประวัติ นามสกุลของท่านแล้วค่ะ เก่าแก่ทีเดียวค่ะ
Sasinanda
เจริญพร
นมัสการพระคุณเจ้า
ที่ผมได้รู้จักการเขียนบล็อกก็มาจากว่าในคืนวันหนึ่งผมได้เปิดเน็ตไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจับพลัดจับผลูยังไงถึงได้ไปเปิดอ่านอนุทินของท่านได้ อ่านแล้วเพลิดเพลินเจริญใจ เหมือนอ่านนิยาย ได้ทั้งสาระความรู้ ได้ทั้งความสุขดื่มด่ำในข้อเขียนของท่าน น่าทึ่งจริงๆ
อันที่จริงผมอยากจะเรียนเหมือนท่าน แต่รู้สึกว่าวาสนาไม่มี
ท้ายที่สุดนี้ผมขอนำบล็อกของท่านเข้าแพลนเน็ตของผมนะครับ
กราบขอบพระคุณท่านมาก
หมอน้อย 447 (ด.ต.พัสธรณ์ เดชะ)
หมอน้อย 447
เจริญพร
นมัสการค่ะพระคุณเจ้า หนูเพิ่งรุ้ต้นตระกูลของตัวเองก็วันนี้เองว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร หนูเปนหลานของคุณปู่ฉ้วน โพชนุกูล เป็นลูกของพ่อวิสิทธิ์ โพชนุกูล ซึ่งเป็นลูกคนที่4นั่นเอง
วิไลพร โพชนุกูล
ตอนนี้หนังสือรวบรวมบรรดาเครือญาติเบื้องต้นก็มีผู้ทำแล้ว... pochanukul.com ก็มีผู้จดแล้ว เบื้องแรกข่าวว่าจะนำเสนอทำเนียบเครือญาติ แต่คงจะยุ่งจึงยังไปไม่ถึงไหน...
เจริญพร
นมัสการพระคุณท่าน สุภาวรรณ เป็นลูกของ นายห่วง โภชนุกูล และนางสำรวย โภชนุกูล นายห่วงโภชนุกูล เป็นลูกของ ปู่ฮวด โภชนุกูล กับนางแทน โภชนุกูล อาศัยอยู่ที่ บ้านโรง ต. โรง อ. ระโนด จังหวัดสงขลา
ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมเยียนตั้งนาน ไม่ทราบว่าพระคุณท่าน ตอบคำถามให้แล้ว ขอขอบพระคุณมาด้วยค่ะ
ก๋งฮวด อยู่โรง หลวงพี่รู้จักและสนิทคุ้นเคยมาตั้งแต่เล็กๆ เพราะมีงานสำคัญท่านจะมาทุกครั้ง ส่วนคนอื่นๆ น่าจะเคยเจอ แต่จำชื่อไม่ได้...
อนึ่ง เมื่อกี้โยมแม่โทรมาว่า ป้าซิ้ม บ้านอยู่หน้าวัดกระดังงา ถึงแก่กรรมแล้ว จะเผาวัดพฤหัส...ป้าซิ้มเป็นลูกของก๋งเลือน ซึ่งก๋งเลือนเป็นพี่น้องกับก๋งฮวด ลองบอกไปที่บ้านก็ได้ เค้ารู้จักแน่นอน...
เจริญพร
ทางบ้านทราบกันแล้วค่ะหลวงพี่ พ่อ แม่และป้านง คงไปที่งานกันแล้ว เพราะว่าแม่โทรมาบอกแล้ว แต่สุภาวรรณ อยู่นราธิวาสคงไม่ได้ไป ขอบคุณนะค่ะ
หลวงพี่ก็ไปแล้วเมื่อคืนวาน จะไปคืนสุดท้ายอีกครั้ง...
ญาติผู้ใหญ่ในงานเล่าให้ฟังว่า รุ่นป้าซิ้มมี ลูกพี่ลูกน้องทั้งหมด ๔๒ คน ถึงแก่กรรมไปแล้ว ๑๖ คน...
เจริญพร
นมัสการค่ะหลวงลุงหนูเผอิญผ่านมาเลยแวะเข้ามาเยี่ยมเยียนตอนนี้ทราบแล้วว่าตระกูลเรายิ่งใหญ่มากค่ะถึงแม้ว่าตอนนี้หนูไม่ได้นามสกุลนี้แต่ก็ยังเป็นคนในตระกูลอยู่ค่ะแม่ของหนู(ติ๋ว)เป็นลูกของตาภิญโญ โพชนุกูลค่ะดีใจมากค่ะที่ได้เจอหลวงลุง
จะจำชื่อไว้ เวลาเจอจะได้เรียกถูก ที่บ้านทุกคนคงจะสบายดี...
เจริญพร
นมัสการค่ะ พระคุณเจ้า หนูดีใจมากเลยคะที่ทราบเรื่องวงศ์ตระกูลของเราคะ
หนูอยู่ อำเภอเมือง จังหวัดสตูลค่ะ เป็นหลานของปู่ฉ้วน โพชนุกูล ค่ะ
ลูกของคุณพ่อสุพิช โพชนุกูลบุตรคนที่ 3 อยากทำความรู้จัก ญาติๆทุกคนค่ะ
เคยได้ยินจากญาติว่า น้าหลวงฉ้วน บวชอยู่ที่สตูล แต่ก็ไม่เคยเจอ น่าจะเป็นคนเดียวกัน...
เดียวนี้ ตระกูลแพร่ขยายออกไปมาก มีชื่อและสกุลเหมือนกันหลายคนแล้ว... พิมลรัตน์ ที่นครฯ ก็มีอยู่คนหนึ่ง แต่ได้ข่าวว่าเปลี่ยนชื่อใหม่แล้ว
อีกอย่างหนึ่ง รุ่นใหม่ๆ รู้สึกว่าจะเป็นผู้หญิงกันมาก หลายครอบครัวที่เป็นผู้หญิงทั้งหมด เมื่อเปลี่ยนนามสกุล ก็คงจะนับญาติได้ยากยิ่งขึ้น...
เจริญพร
บังเอิญจังเลยนะคะคุณคห.ที่15เมื่อก่อนแม่หนูก็ชื่อพิมลรัตน์(ที่หลวงลุงบอกว่าอยู่ที่นครฯไงคะ)นามสกุลก็แบบเดียวกัน
แต่ตอนนี้เปลี่ยนจากพิมลรัตน์เป็น --->นิชาพร สารพงษ์แล้วค่ะใช้นามสกุลของพ่อชูแก้ว สารพงษ์ค่ะหนูมีพี่น้อง3คน
พี่คนโตเป็นหญิงชื่อมุก อัญญาณี ตอนนี้ทำงานอยู่หาดใหญ๋ พี่คนกลางเป้นชายชื่อมิวอยู่หาดใหญ่ค่ะหนูอยู่กับแม่ที่นครฯค่ะ
วันเด็กปีนี้อยากขอให้หลวงลุงให้พรหนุหน่อยค่ะ
นมัสการพี่หลวง ชัยวุฒิ กระผม วิเชียร โพชนุกูล ของกราบเรียนถึงปู่ฉิ้น โพชนุกูล(ตัวดำ)คนละคนกับกำนันฉิ้นนะ มีภรรยา ๒ คน คนแรก ย่านวล มีบุตร ๓ คน คือ นายฉ้วน ,นายถัน และนางแจ่ม โพชนุกล ภรรยาอีกคนคือ นางแมว อยู่ที่ ต.รามแก้ว อ.หัวไทร จว.น.ศ. มีบุตร ๑ คน คือนายฉ้าย โพชนุกูล พ่อกระผมเอง ลุ่งฉ้วนเสียชีวิตแล้วผมกระไปเผาอยู่ที่ อ.เมืองสตูล ลุงฉ้วนมีบุตร ๘ คน คือ พี่ธรรม,อำไพ ,สุพิศ,วิไลวรรณ ,วิสุทธิ์,นางสุพรรณี,วิโรจน์ และนางนุจรี โพชนุกูล ลุงถัน ก็มีบุตรหลายคน เช่น นิคม ,นาง,อำนวย ที่เหลือจำไม่ได้ และป้าแจ่ม ก็มีบุตรหลายคน และนายฉ้าย(เสียชีวิตแล้ว) มีบุตร ๖ คน นางพวงทิพย์ ,เฉลิม,ชาญชัย ,จ.อ.วิเชียร,สมชาย,นางสุดา ตอนนี้ยังขาดบุตรของของถันกับป้าแจ่มข้อมูลยังไม่พร้อมถ้ามจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไปและยังไม่รวมหลานๆ อีกไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ คน สิ่งที่กระผมอยากให้เกิดขึ้นคือการจัดงานร่วมญาติของกำนันฉิ้นและปู้ฉิ้นและพี่น้องที่อยู่ในตระกูลโพชนุกูล-โภชนุกูล เกิดขึ้นมาให้ได้จะเป็นการดีมาก นมัสการ, สวัสดีพี ๆ น้อง ๆ ตระกูล "โพชนุกูล" ทุกท่านครับ...
ข้าพเจ้าต่องการทราบที่อยู่ของคุณสุภาวรรณ โภชนุกูล ทราบว่าอยู่ที่นราธิวาส เหมือนกับกระผมก็ของนราธิวาสเช่นกันวันก่อนเจอกับพี่ศุภชัย โพชนุกูล ทำงานกับ รมช.ถาวร เสนเนียม ถามผมว่ายังมีใคร่อีกบ้างที่ทำงานในพื้นที่ ๓ จชต. ให้บอกมา
หลายเดือนก่อน กลับไปทำบุญ ก็ทราบว่าหลุมศพหรือฮ้วงซุ้ยของนายฉิ้น ซึ่งเป็นต้นตระกูลนั้น ได้รับการทาสีใหม่อีกครั้งจากญาติพี่น้องกลุ่มหนึ่ง...
ก็คุยกับบรรดาญาติว่า เราน่าจะรวมญาติทุกฝ่ายบูรณะฮ้วงซุ้ยกันสักครั้ง แล้วทำป้ายประกาศไว้ว่าเป็นต้นตระกูล เพราะเท่าที่ผ่านมานั้น ฮ้วงซุ้ยจะได้รับการบูรณะ จากฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ ไม่เคยได้รวมกลุ่มเป็นหนึ่งเดียวเลย...
คิดง่ายๆ ลูกหลานเหลน ช่วยคนละร้อย ขอเพียงพันคน ก็ได้แสนหนึ่งแล้ว ซึ่งหาคนในตระกูลจำนวนพันคน น่าจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย...
เจริญพร