หลักคิดครูติดแผ่นดินข้าวพะเยา

        1.  เกษตรกรใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้องเหมาะสมมีเหตุมีผล
        2. เปลี่ยนแนวคิดเกษตรกรเพิ่มผลผลิตมาเป็น การผลิตโดยคำนึงถึงต้นทุนการผลิตเพื่อกำไร
        3. การผลิตต้องคำนึงสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศน์

        4. ใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่   โดยเน้น การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นและสามารถผลิตเองได้

 

หลักวิชาการ
1. มีการจัดการเมล็ดพันธุ์ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

2.  ปรับปรุงดินโดยใช้อินทรีย์วัตถุและปุ๋ยพืชสด
3.  บริหารศัตรูพืชโดยวิธีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน
4. ลดต้นทุนการผลิตโดยไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิต

 

จุดคอขวด

    1. เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ คือการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวต่อไร่มากเกินไป นาดำ ประมาณ  5-7  กิโลกรัม นาหว่านประมาณ  18- 20  กิโลกรัม และใช้เมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น  มีพันธุ์ปน  มีสิ่งเ

 2. เกษตรกรมีการเตรียมดินและปรับปรุงดินไม่เหมาะสมทำให้ต้นทุนสูง

    3. เกษตรกรใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชและวัชพืชโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนการผลิตและสิงแวดล้อม

     

หลักปฏิบัติ

      พันธุ์และอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์พืชทุกชนิดจะ เจริญเติบโตดีให้ ผลผลิตสูงเมื่อ เกษตรกรสามารถจัดการให้เกิด ความลงตัวพอดี   ระหว่าง พันธุ์พืชกับ ปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง  อาทิ  ดิน  ปุ๋ย น้ำ  แสงแดด อุณหภูมิ   ความชื้น  วัชพืช  โรคแมลงศัตรูพืช  เป็นต้น

      เกษตรกรจังหวัดพะเยา มีหลักปฏิบัติเพื่อลดต้นทุน ดังนี้

1.  การคัดเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ดี
      1
.1 ควรเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์จากทางราชการหรือแหล่งเชื่อถือได้
      1.2 เลือกพันธุ์ต้านทานโรค  แมลงและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่
     1.3 ตรวจพันธุ์ปน  วัชพืช
และคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวให้สะอาดก่อน

     1.4  คัดเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ปลูกด้วยน้ำเกลือผสมน้ำวัดความเข้มโดยใช้ไข่ไก่สดลงไปลอยในน้ำเกลือ ถ้าไข่ไก่ลอยพ้นน้ำเท่ากับเหรียญบาทความเค็มจะพอดีในการคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว  เมล็ดที่ลอยให้นำทิ้งหรือใช้ประโยชน์อื่น  เมล็ดที่จมนำไปล้างเอาน้ำเกลือออกแล้วนำไปแช่ตามขั้นตอนการแช่เมล็ดพันธุ์ข้าวจะแข็งแรง  

 

 

 

2.  อัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ต่อพื้นที่  1 ไร่
   2.1  ใช้เมล็ดพันธุ์อัตราเหมาะสม  นาหว่าน ใช้  12-15กิโลกรัม   นาดำใช้ 3- 5 กิโลกรัม

  2.2  การใช้ระยะปลูกที่เหมาะสมช่วยลดการระบาดของโรคแมลง   นาดำใช้ระยะปลูก 25+25  ซ.ม.ต้นข้าวจะสมบูรณ์ดี ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

3.2  มีการไถ่กลบตอซัง
      3.3  มีการหว่านเมล็ดพืชตระกูลถั่วเพื่อเป็นปุ๋ยพืชสด
      3.4  ใช้น้ำหมักหอยเชอรีเร่งการย่อยสลายวัชพืช

3.  ปรับปรุงบำรุงดิน

       3.1 ควรมีการตรวจวิเคราะห์ดิน

      

       3.5  ควรมีการพักดินหรือปลูกพืชหมุนเวียน

4.  มีการเตรียมดินให้สม่ำเสมอเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นข้าวโดยนำผลวิเคราะห์ดินประกอบการตัดสิน

เพื่อประโยชน์ในการควบคุมระดับน้ำและควบคุมวัชพืชในแปลงนาและ ลดต้นทุนการผลิต เช่น แรงงาน  น้ำมันเชื้อเพลง

 

5.   การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
     5.1 หมั่นตรวจแปลงข้าวเป็นประจำอย่างน้อย  7 วัน/ครั้ง
     5.2 ป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสานใช้สมุนไพร ตามภูมิปัญญาท้องถิ่นและเลือกใช้สารเคมีเป็นวิธีสุดท้าย

 

6. การป้องกันกำจัดวัชพืช

      ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่สะอาดไม่มีวัชพืชปลอมปน  เตรียมดินโดยการไถ่กลบดินแล้วทิ้งไว้ให้วัชพืชย่อยสลายอย่างน้อย

 2 3  อาทิตย์  หรือให้เมล็ดวัชพืชที่ตกค้างในแปลงนา งอกแล้วไถ่กลบเพื่อกำจัดวัชพืช  ฯลฯ

 

7.  การตรวจและตัดพันธุ์ปน

      เกษตรกรควรมีการตัดพันธุ์ปนอย่างน้อย  4  ระยะ คือ ระยะข้าวแตกกอ  ระยะข้าวออกดอก  ระยะข้าวโน้มรวง  ระยะเมล็ดข้าวสุกแก่

 

8. วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวข้าวที่เหมาะสม 

        เก็บเกี่ยวข้าวในระยะพลับพลึง  ตากแดด 2-3  แดด  นวดอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เมล็ดแตกร้าวเสียคุณภาพ  ทำความสะอาดเมล็ดเมล็ดข้าวก่อนขนย้ายเข้ายุ้งฉาง