สวัสดีชาว Blog เมื่อวันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน 51 ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้รับเชิญมาบรรยายในเรื่อง “ธุรกิจอุตสาหกรรมในยุคโลกาภิวัฒน์” ใน “โครงการเข้าค่ายพัฒนาศักยภาพของเยาวชนเพื่อรองรับการปฏิบัติงานด้านธุรกิจอุตสาหกรรม จ.สมุทรปราการ ประจำปี 2551” ของโรงเรียนเตียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สมุทรปราการ ที่ค่ายริมขอบฟ้า จ.สมุทรปราการ ระหว่างวันที่ 23-24 มิถุนายน 2551 ผมจึงนำภาพบรรยากาศมาฝากครับ ขอบคุณครับ
โครงการเข้าค่ายพัฒนาศักยภาพของเยาวชนเพื่อรองรับการปฏิบัติงานด้านธุรกิจอุตสาหกรรม จ.สมุทรปราการ ประจำปี 2551 ของโรงเรียนเตียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สมุทรปราการ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ขจิต ฝอยทอง · 23 มิ.ย. 2551
คุ้มครองแรงงานชุมพร · 23 มิ.ย. 2551
คุ้มครองแรงงานชุมพร · 23 มิ.ย. 2551
นรินทิพย์ · 23 มิ.ย. 2551
Handy · 23 มิ.ย. 2551
สมานฉันท์ · 23 มิ.ย. 2551
ผมเลือก 4 ประเด็นหลักในการพูดของผมวันนี้ ที่เน้นให้กับนักเรียน ร.ร.เตรียมอุดมน้อมเกล้า สมุทรปราการ
- การสร้างแรงบันดาลใจ
- การสร้างความหวัง (hope) ให้กับนักเรียนที่นี่
- ธุรกิจอุตสาหกรรมในหลักสูตรควรเพิ่มภาคบริการด้วย เพราะปัจจุบัน จ.สมุทรปราการ มีเรื่อง Logistics มาก การแพทย์ ค้าส่ง ค้าปลีก การศึกษาฯลฯ
- เน้นฝึกธุรกิจกับภาษาอังกฤษ เรียนจริงๆและนำไปใช้ ฝึกการเรียนเน้น Entreprenuer spirit ด้วยอย่าเน้นเฉพาะ มนุษย์เงินเดือน
สุดท้ายเน้นการมีความคิดสร้างสรรค์และนำไปสร้าง Innovation
ขอขอบคุณเทศบาลสำโรงใต้ด้วย ที่ทำหน้าที่สนับสนุนได้ดี
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ได้เข้าใจความต้องการของตัวเอง ต้องค้นพบว่ามีความต้องการในด้านไหนของตนเองเพราะถ้าเราเรายังไม่ค้นพบสิ่งที่ตัวเองต้องการก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จได้ และสิ่งที่ตนเองอยากทำในชีวิตคือศึกษาค้นคว้าสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาและมีคนต้องการ
อยากทราบว่าถ้าจะประกอบธุรกิจใน จ.สมุทรปราการ ที่เป็นธุรกิจใหม่และตรงกับความต้องการของคนในจังหวัดคือธุรกิจอะไรครับ เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงน้อย
ได้รับอะไรหลายๆอย่างเช่น ธุรกิจบริการ โลกาภิวัฒน์ การใช้ความคิดให้เป็น การเป็นผู้ประกอบการ การไฝ่รู้ อยากรู้และการหาความรู้อยู่ตลอดเวลา เรื่องLogistics และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก่อให้เกิคประโยชน์ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ถึงจะเรียนไม่เก่ง ถึงจะจน แต่ถ้ามีความคิดก็จะไม่จน
สอนให้รู้จักการบริการที่ดี ควรจะเป็นอย่างไร/ภาษาต่างประเทศนั้นมีความจำเป็นในชีวิตประจำวันมากแค่ไหน
สิ่งที่ได้รับ ท่าน ดร.จีระ ช่วยสอนวิธีในการดำรงชีวิตว่าให้คิดอะไรนอกกรอบ อย่าคิดว่าเราสู้ใครไม่ได้แต่ต้องพยายามก่อน อย่าคิดว่าเราไม่มีความสามารถ ดิฉันจะพยายามนำแนวทางที่ท่านบอกมาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด ดิฉันได้ฟังก็อยากที่จะไปฝึกงานก่อนที่จะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย เพราะถึงจะเรียนไม่ค่อยเก่งแต่ก็มีประสบการณ์ค่ะ
เราควรจะบ้าคลั่งในสิ่งที่มีประโยชน์
1.เราต้องสนใจภาษาต่างประเทศ
2.การให้บริการ
3.การเข้าใจในด้านผู้ประกอบการ
4.การพึ่งพาตนเอง
5.เราไม่ควรเป็นมนุษย์เงินเดือน
จะพยายามหาความรู้ใส่ตนเอง เพื่อชีวิตที่ดีข้างหน้า
ประโยชน์ที่ได้รับจากการบรรยาย
ทำให้เรารู้จักพึ่งพาตนเองไม่พึ่งพาคนอื่น สอนให้เราจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ประสบผลสำเร็จ เราต้องมีความพยายามทำธุรกิจของตัวเองให้ถึงจุดมุ่งหมายในชีวิต ให้เราตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อนำไปใช้ในการทำงาน ทำให้เราต้องใฝ่รู้หาความรู้ด้วยตนเอง สอนให้เราแก้ใขปัญหาด้วยตนเอง
ประโยชน์จากการฟังการบรรยาย
-การพึ่งพาตนเองโดยการเรียนรู้ด้วยตนเอง
-การพยายามทำสิ่งที่ตนเองชอบให้สำเร็จ
-การเรียนรู้ทักษะในการทำงาน
-การเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ไปสู่จุดที่ใหญ่และเจริญก้าวหน้า
-รู้จักคิดด้วยตนเอง
-รู้จักการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย
ต้องรู้จักการบริหารการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ และเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของเศรฐกิจในยุคนี้
-การคิดให้เป็น
-บริหารความคิดในการใช้เงิน
-มีความคิดสร้างสรรค์และแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา
-มีความสามารถ
ที่ผมได้รับความรู้จากการฟังครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ฟังแล้วผมรู้สึกกระตือรือร้น ผมคิดว่าโรงเรียนน่าจะมี เหมือนกับให้เด็กนักเรียนทำร้านอาหารหรือกิจการเล็กๆเป็นของตนเอง ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษต้องให้เด็กเข้าใจหรือสอนให้เด็กเข้าใจง่าย
ผมชอบเรื่องที่ท่านบอกว่าให้รู้จักคิดนอกกรอบ ใช้สมองและสติปัญญา
ฝึกให้นักเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจอุตสาหกรรม ให้เรารู้จักใช้ความคิดของตนเองในการทำงานไม่ลอกเลียนแบบผู้อื่น และฝึกฝึกให้นักเรียนเป็นนักธุรกิจที่มีความสามารถและให้ตัวเองมีศักยภาพในการทำงานมากชึ้น
สิ่งที่ได้รับความรู้จาก ดร.จีระ
คือ ทำงานเอง ใช้ความคิดของตนเองเพราะคนทุกคนมีความรู้เท่ากัน แต่อยู่ที่ว่าใครจะขยันกว่ากัน จะมีจะจนก็มีความรู้เท่ากัน และที่สำคัญคือต้องมีความรู้เรื่องภาษา เพราะปัจจุบันในการทำวานนั้นส่วนใหญ่จะต้องใช้ภาษาอังกฤษ
สิ่งที่ได้จากการฟัง ดร.จีระ คือ
- ในการทำงานเราต้องมีความคิดนอกกรอบ คิดให้ต่างจากผู้อื่นเพราะว่าบัจจุบันเด็กไทยคิดว่าการเรียนต้องเรียนแต่ในห้องเท่านั้น ซึ่งไม่จำเป็นเสมอไปถ้าเราไม่ออกไปหาประสบการณ์จากบริษัทห้างร้านที่เราไปฝึกงาน เพราะอย่างที่ ดร.จีระพูดว่า การที่เราได้ออกไปฝึกงานเราไม่จำเป็นจะต้องเป็นแต่ลูกจ้าง ถ้าเรามีศักยภาพพอเราก็สามารถที่จะพัฒนาความสามารถและประสบการณ์ ของเราให้เป็นเจ้าของกิจการได้ไม่ยาก
ท่านสอนให้เรารู้ว่าถึงเราจะยากจนแต่เราต้องไม่ยากจนความรู้ ท่านยังสอนให้เรารู้จักคิดนอกกรอบและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคิดนอกกรอบ การพึ่งตนเองและอ่านเขียนและพูดภาษาอังกฤษได้
ทำให้เราได้รู้ว่าถ้าอยากเป็นคนเก่งต้องทะเยอทะยาน มุ่งมั่นและกล้าที่จะทำ
เห็นด้วยกับธุรกิจอุตสาหกรรมบริการที่ว่า
สิ่งสำคัญของผู้ประกอบการมี 3 อย่างคือ
1.คิดให้เป็น คือสามารถบริหารความเสี่ยงได้ การใช้เงิน การหาความรู้
2.มีความเข้าใจเรื่องภาษา+IT
3.อย่าทำตัวเป็นมนุษย์เงินเดือน
และสุดท้ายจะเป็นคนที่ตั้งใจเรียนและจะทำความฝันให้เป็นจริง ใฝ่รู้บ้าคลั่งในเรื่องการศึกษา เพราะเชื่อในคำพูดที่ว่าความรำรวยมาจากความบ้าคลั่งในการศึกษา
ได้รู้เกี่ยวกับการคิดสิ่งใหม่ๆและสามารถนำไปต่อยอด ให้ตนเองนำไปประกอบธุรกิจของตนเองได้
-ทำอย่างไรถึงจะพูดภาษาอังกฤษได้ดี เพราะต่อไปอนาคตคงจะมีมาติดต่อธุรกิจในเมืองไทยมากขึ้น
- ผมได้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจเพื่อที่จะพัฒนาตนเอง
หลัก 3 ประการคือ
1.คิดให้เป็น
2.บริหารความเสี่ยง
3.การเดินสายกลางและมีความคิดสร้างสรรค์
ในอนาคตจะเกิดสิ่งต่างๆเพิ่มขึ้นอีกมากมาย เราต้องเลือกที่จะทำความฝันให้ดี ฝันให้ใกล ผมอยากจะเรียนทางด้าน Logistics จะได้มีส่วนพัฒนาประเทศ