ส่วนที่ 2  ความสามารถของบุคคล

หมวดความสามารถนี้ ถ้าจะให้แบ่งย่อยซอยออกมาอีกก็จะได้ทั้งหมด 3 ประเภท คือ

  1. ความสามารถของผู้เยาว์
  2. ความสามารถของคนวิกลจริต
  3. ความสามารถของผู้เสมือนไร้ความสามารถ

อธิบาย

  1. ความสามารถของผู้เยาว์ คือสิ่งที่กฎหมายระบุว่าผู้เยาว์สามารถจะทำอะไรได้บ้าง  บุคคลจะบรรลุนิติภาวะได้ก็ต่อเมื่อ มีอายุครบ 20 ปี หรือว่า แต่งงานหลังจากอายุ 17 แต่ ไม่ต่ำกว่า 15 โดยผู้เยาว์ที่จะทำการสมรสจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองเสียก่อน เมื่อผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ จะสามารถ พินัยกรรมได้  และผู้เยาว์จะสามารถทำการใดๆได้ทั้งสิ้น แต่ยกเว้นการทำนิติกรรม (นิติกรรมคือ การทำสัญญา ต่างๆ) หากได้กระทำลงไปโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม การกระทำของผู้เยาว์ กฏหมายจะถือว่าเป็นโมฆียะ (โมฆียะคือ การกระทำที่ไก้กระทำลงไปแล้ว ขัดต่อหลักกฎหมาย แต่เหตุการณ์แบบนี้กฏหมายบังคับให้มีคนรับผิดชอบ) พูดกันภาษาชาวบ้านก็คือการที่ผู้เยาว์จะทำอะไรได้ ก็ควรต้องขออนุญาตบิดามารดาก่อนนั่นเอง ถ้าหาก ผู้เยาว์ได้กระทำการที่ขัดต่อกฎหมาย ผู้ที่รับผิดชอบก็คือพ่อแม่นั่นเองคะ
  2. ความสามารถ ของผู้เสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลวิกลจริต เหตุที่สามารถอธิบายรวมความหมายของบุคคล2 ประเภทนี้มารวมกันได้ เพราะกฎหมายชี้ว่า คนวิกลจริตก็เปรียบเสมือนบุคคลไร้ความสามารถคนนึง (ความหมายของบุคคลไร้ความสามารถคือ บุคคลที่ไม่สามารถจะดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้เหมือนคนปกติทั่วไป อาจจะเป็นโรคจิต สติฟั่นเฟือน หรือประพฤติตัวสุรุ่ยสุร่ายเสเพลเป็นอาจิณ) การที่จะกำหนดว่าบุคคลใดเป็นบุคคลไร้ความสามารถนั้นต้องมีการร้องขอต่อศาลและให้ศาลประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้นนะคะ  สรุปประเด็นหลักโดยทั่วๆไปก็คือ

2.1  คนไร้ความสามารถ จะต้องมีผู้พิทักษ์ ซึ่งผู้พิทักษ์นี้ลำดับแรกๆที่ศาลจะเลือกก็คือ ญาติลำดับที่ 1 คือบิดามารดา ญาติลำดับที่ 2 คือ พี่น้องที่คลอดตามกันมา และถ้าหากว่าผู้เสมือนไร้ความสามารถไม่มีทั้งญาติลำดับที่ 1 และ 2 แล้วศาลจะต้องพิจารณาและจะกำหนดเองว่าจะแต่งตั้งให้ใครมาเป็นผู้พิทักษ์  

2.2  การกระทำใดๆที่ผู้เสมือนไร้ความสามารถได้ทำลงไปแล้วตามกฎหมายให้ถือว่าเป็นโมฆียะ

2.3  การกระทำของบุคุคลที่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ ได้กระทำลงไปเช่นพันธะสัญญาระหว่างบุคคล 2 บุคคล โดยที่อีกฝ่ายรู้ตลอดเวลาแห่งการทำสัญญา ว่าอีกฝ่ายเป็นบุคคลวิกลจริต กฎหมายให้ถือว่า การกระทำนี้เป็นโมฆียะ