เมื่อวานไปเป็นวิทยากรที่โรงเรียนพนมศึกษา อ.พนม จังหวัดสุราษฏร์ธานี มีอาจารย์ผู้หญิงมารับน่ารักมาก เขาบอกว่าวันนี้มีผู้ปกครองมาในรายการนี้ถึง 800 คน เราก็ตกใจว่าทำไม ถึงสามารถเชิญผู้ปกครองมาได้เยอะขนาดนี้ ทั้งที่เป็นวันราชการด้วย อาจารย์เลยเล่าให้ฟังว่า ที่นี่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวน สามารถเชิญเขามาได้ แต่ต้องเป็นช่วงบ่าย เพราะเขาจะเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว และที่เขามากันได้มากมายแบบนี้ ก็เพราะว่า ที่โรงเรียนนี้จะมีมาตรการว่า ถ้าครั้งแรกไม่มา ก็จะเชิญอีก เป็นครั้งที่สอง และครั้งที่สามตามอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนผู้ปกครองเรียนรู้ว่า ยังไงก็ต้องมาอยู่ดี ก็เลยมาซะตั้งแต่ครั้งแรกดีกว่า มันทำให้เราเรียนรู้ว่า บางอย่างถ้าเรามุ่งมั่น และติดตามอย่างจริงจัง ก็สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้จริง ๆ ที่จริงหัวข้อที่เชิญเราไปบรรยาย ก็คือ บทบาทของผู้ปกครองต่อวัยรุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดประชุมครั้งนี้ โดยเริ่มตั้งแต่ตอนเที่ยงกว่า ๆ ที่เขาจะลงทะเบียนก่อน แล้วหลังจากนั้นก็เป็นพิธีเปิด และการมอบรางวัลเป็นประกาศนียบัตรกับเด็กนักเรียนที่เรียนดี และประพฤติดี ตามลำดับ แล้วก็มีหัวข้อให้รองคณะกรรมการโรงเรียนทักทาย และพูดคุย แต่เผชิญในช่วงที่เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองซักถามมันใช้เวลามาก ทำให้กินเวลาสอนของเรา เหลือเวลาสอนประมาณ 20 นาที เราเตรียมสไลด์ไปสอนประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ต้องปรับ และเลือกเฉพาะแก่น ๆ ของเนื้อหาไป และก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ก็ทำได้นะ สามารถพูดคุย และสื่อสารแก่นเนื้อหาให้ผู้ปกครองได้หมด สังเกตจากสีหน้า ท่าทาง ก็ OK เขาได้รับตามที่เราให้ไป จริง ๆ แก่นที่พูดถึงก็คือ การย้ำให้ผู้ปกครองรับรู้ว่า วัยรุ่นเขามีหน้าที่ต้องวุ่นวาย และปีกกล้าขาแข็งเป็นธรรมดา ส่วนผู้ปกครองก็มีหน้าที่ในการสร้าง และส่งเสริมให้เขาเป็นคนดี และมีความสุข และหลังจากนั้นก็บอกวิธีการ โดยเริ่มจากว่า วัยรุ่นต้องการอะไรบ้าง และเราต้องทำอะไรบ้าง และจบด้วย Slide สุดท้ายว่า วิธีการหนึ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือการให้ลูกของเรามีความนับถือตนเอง โดยการชื่นชมในสิ่งที่เขาทำ ช่วยกันค้นหาความสามารถที่ลูกเราทำได้ดี แล้วสนับสนุน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่เรียนเก่งอย่างเดียว เรายกตัวอย่างว่า ให้คิดถึงภาพที่เราเคยมองเขาตอนสมัยที่เป็นเด็ก ถึงแม้ความจริงหน้าตาลูกเราเป็นอย่างไร เราก็หาความน่ารักของเขาได้เสมอ ไม่ว่าจะผมหยิก ตัวดำ ตาตี่ จมูกแบน ก็ยังน่ารักเป็นที่สุด ลูกเราอยู่มุมไหนของห้อง เราก็ยังมองเห็นเขาเสมอ ตอนเมื่อเขาโตขึ้นเป็นวัยรุ่น ทำไมเราถึงไม่มองเขาเป็นแบบนั้น มองหาจุดดีของเขาให้พบชื่นชมเขา เปิดโอกาสให้เขา สนับสนุนเขา ถ้าเขาหาที่บ้านไม่ได้ เขาก็ไปมองหาจากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนแก็งค์ต่าง ๆ ที่ทุกคนต่างมีความรักให้เขา ยินดีต้อนรับเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยเราย้ำให้พ่อแม่เห็นว่า ถ้าลูกเรานับถือตนเอง ก็จะเกิดความภูมิใจ และสุดท้ายคือศรัทธาในตนเอง แล้วก็จะนำพาตนเองให้ผ่านพ้นสิ่งที่เป็นอันตราย น่ากลัว ในวัยรุ่นนี้ไปได้ และเราก็ปิดการบรรยายว่า เราศรัทธาในตัวพ่อแม่เช่นกัน เพราะการที่พ่อแม่ทุกคนในที่นี้ยอมเสียสละเวลามาโรงเรียนในวันนี้ ก็เพราะมีความรัก ความห่วงใย ศรัทธาในโรงเรียน ศรัทธาในตัวลูก และมีความปรารถนาดีต่อลูก สิ่งเหล่านี้จะนำพาให้ครอบครัวผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้เช่นกัน ก็เอวังด้วยประการฉะนี้ หลังจากนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ไปพบกับครูประจำชั้น และจบด้วยการประเมินความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมผู้ปกครองของโรงเรียนพนมศึกษา เราก็กลับบ้านอย่างปลอดภัยโดยได้รับเกียรติจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียนขับรถมาส่ง ซึ่งได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากท่านผู้อำนวยการว่า โรงเรียนแห่งนี้ได้รับรางวัลโรงเรียนสีขาวแล้วด้วย
มองลูกตนเองอย่างไร เมื่อเขาโตขึ้นเป็นวัยรุ่น
ถ้าลูกเรานับถือตนเอง ก็จะเกิดความภูมิใจ และสุดท้ายคือศรัทธาในตนเอง แล้วก็จะนำพาตนเองให้ผ่านพ้นสิ่งที่เป็นอันตราย น่ากลัว ในวัยรุ่นนี้ไปได้
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
beeman 吴联乐 · 19 มิ.ย. 2551
beeman 吴联乐 · 19 มิ.ย. 2551
บุญเลื่อน วงศ์หาญ · 19 มิ.ย. 2551
รองศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ นพรัก · 19 มิ.ย. 2551
My Corner · 19 มิ.ย. 2551
beeman 吴联乐 · 19 มิ.ย. 2551
สวัสดีครับพี่เยาวลักษณ์ ผมชื่อประกาศิต จินะครับ วันนั้นผมอยู่บนเวที คนที่ผอมน่ะครับพี่คงจะจำไม่ได้ แต่ก็เคยเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมค่านิยมและพฤติกรรมทางเพศในวัยรุ่นกับศูนย์สุขภาพจิตที่ 11 กะจะกลับมาทำต่อที่โรงเรียน พอดีมีปัญหาชีวิตเข้ามานิดหน่อย ก็กะจะเริ่มเทอมสอง เป็นกำลังใจให้พวกผมด้วยนะครับ
สวัสดีค่ะ พี่เยาวลักษณ์ เมื่อวันที่ไปพูดที่โรงเรียนพนมศึกษา พี่พูดได้ดีมากๆ เลยค่ะ