ถ้าบุคคลทั้งหลายในโลกนี้ไม่เพียง “รู้เรื่องหรือรู้จัก”  การจัดการความรู้ (Knowledge) แต่ “มี” การจัดการความรู้อยู่ในจิตในใจโลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นอีกมาก

แต่นั่นก็เถอะ...!

หน้าที่หลักและเร่งด่วนอันเป็นหน้าที่ที่จำเป็นหน้าที่แรกของเราเองในวันนี้นั่นก็คือ สร้างและสั่งสมการจัดการความรู้ให้ “มี” ขึ้นในจิตในใจ

หากเรามีการจัดการความรู้อยู่ในทุกลมหายใจใน ทุกย่างก้าวของชีวิตเราจะ “ไม่ประมาท” เลย

อันดวงจิตของมนุษย์ทุกคนนั้น ล้วนสั่งสมความรู้และประสบการณ์มามากมาย ทุกสิ่งที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจได้สัมผัสนั้น ล้วนทุกสะสมไว้ในดวงจิตแห่งนี้

เพียงแค่เรามีสมาธิ เราทุกคนนั้นก็สามารถดึงหรือเรียกว่า “จัดการ” ความรู้ที่มีอยู่ ฝังลึก ลึกมากเสียกว่าความรู้ที่อยู่ในหัวสมองนั้นออกมาใช้

ความรู้ที่ถูกดูดออกมาจากดวงจิตอันเป็นสมาธินี้ เป็นความรู้ที่มีอย่างมากมายเหลือคณานับ และถ้าหากว่าดวงจิตนั้นประกอบด้วยศีลเป็นพื้นฐานของดวงจิตด้วยแล้วล่ะก็ ความรู้นั้นจะเป็นความรู้ที่สร้างผลได้มาก มีอานิสงส์มาก ความรู้ที่จัดการออกมาจากจักสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้มากอย่างหลากหลาย

อนึ่ง... ความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) ของคนทุกผู้ทุกคนนั้นคือ “ความรู้ที่ประเสริฐ” มิมีความรู้ใดที่จะเหมาะสมไปกว่าความรู้ที่ดวงจิตดวงนั้นได้สัมผัสและสั่งสมไว้เองได้อีกแล้ว เพราะความรู้นั้นเป็นความรู้ที่ถูกสร้างด้วยจริต เก็บด้วยจริต สุขด้วยจริต และทุกข์ด้วยจริตของดวงจิตดวงนั้นเอง ใครคนอื่นอาจจะมีความรู้เรื่องโลก เรื่องจักรวาลมากกว่าเราได้ แต่บุคคลอื่นนั้นไซร้ มิอาจรู้ความรู้ที่เหมาะสมกับจริตและจิตใจของเราได้เท่ากับตัวของเราเอง…