เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายสำรวม พฤกษ์เสถียร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวแก่ข้าราชการต่ำกว่าระดับ (ซี) 5 ลงมา โดยผู้ที่ได้รับเงินเดือนและค่าครองชีพไม่เกิน 7,700-11,000 บาทต่อเดือน จะได้ปรับเพิ่มขึ้นแต่ละซีประมาณ 6% คิดเป็น 8,200-11,700 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของครูโรงเรียนเอกชนได้ร้องเรียนเข้ามาเช่นกันว่า ขอให้พิจารณาจัดสรรให้กับครูโรงเรียนเอกชนด้วย เพราะกำลังเผชิญกับปัญหาค่าครองชีพสูงเช่นกัน ซึ่งทางสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ก็รับรู้ถึงความเดือดร้อนของครูโรงเรียนเอกชน เพราะครูโรงเรียนเอกชนมีเงินเดือนต่ำอยู่แล้ว และยังไม่มีเงินวิทยฐานะและค่าครองชีพเหมือนกับครูโรงเรียนของรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรื่องการปรับค่าครองชีพดังกล่าวยังเป็นเพียงมติ ครม. โดยกรมบัญชีกลางยังไม่ได้กำหนดหลักการของการปรับเพิ่มค่าครองชีพ รวมถึงยังไม่มีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ดังนั้น ในส่วนของโรงเรียนเอกชน จึงควรรอความชัดเจนก่อน หลังจากนั้นทาง สช. จะทำหนังสือถึงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อขอพิจารณานำเสนอ ครม.ให้จัดสรรค่าครองชีพให้กับครูโรงเรียนเอกชนด้วย

"โรงเรียนเอกชนไม่มีระดับเงินเดือนเหมือนกับครูโรงเรียนรัฐ และครูทุกคนก็มีเงินเดือนต่ำกว่า 10,000 บาท ดังนั้น สช.จะเสนอขอให้รัฐบาลช่วยพิจารณาจัดสรรค่าครองชีพให้กับครูโรงเรียนเอกชนทุกคน ซึ่งมีประมาณ 100,000 คนทั่วประเทศ ขอให้ครูเอกชนทุกคนสบายใจได้ หากครูโรงเรียนรัฐได้อะไรในส่วนครูโรงเรียนเอกชนก็ควรจะได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อ ครม.อนุมัติเพิ่มเงินเดือนให้กับครูโรงเรียนรัฐ ในส่วนของ สช.ก็เสนอขอให้รัฐบาลเพิ่มเงินเดือนให้กับ ครูโรงเรียนเอกชนด้วยทุกครั้ง" เลขาธิการ กช.กล่าว

วันเดียวกัน นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัด ศธ. เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน     ทุกประเภทในสังกัด สช. ซึ่งมีผู้บริหารและผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเข้าร่วมประมาณ 1,000 คน ว่าที่ประชุม      ได้รายงานถึงปัญหาที่โรงเรียนเอกชนต้องประสบภายหลัง พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้ เช่น มาตรา86 กำหนดให้กิจการโรงเรียนเอกชนในระบบไม่อยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ทำให้บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปฏิบัติงานอื่นที่ไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนจะต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ ครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน และเป็นเหตุให้สำนักงานประกันสังคมปฏิเสธการรับเงินสมทบจากคนกลุ่มนี้ และ
จะตัด
การคุ้มครองตั้งแต่วันที่
12 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นไป ส่งผลให้ใช้สิทธิเบิกเงินประกันสังคมไม่ได้ ที่ประชุม     จึงเสนอขอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ใช้อำนาจตามมาตรา 6 ของ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน ออกประกาศให้โรงเรียนเอกชน  ในระบบและนอกระบบได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 86 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้สอบถามความชัดเจนเรื่องที่โรงเรียนเป็นนิติบุคคลกับผู้รับใบอนุญาต    เป็นนิติบุคคล ซึ่งได้ชี้แจงว่าเป็นคนละส่วนกัน โดยการให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลเพื่อเป็นหลักประกันว่า ทรัพย์สินทั้งหมดของโรงเรียนไม่สามารถนำไปค้ำประกันกิจการอื่นใดที่ไม่เกี่ยวกับการศึกษา ทั้งนี้ ที่ประชุมพอใจกับข้อเสนอที่ให้โรงเรียนจัดสรรกำไรร้อยละ 3 เข้ากองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน เพื่อจัดเป็นเงินวิทยฐานะให้กับผู้บริหารและครู  อย่างไรก็ตาม จะประมวลประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะทั้งหมดเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ กช. ในวันที่ 10 มิถุนายน ก่อนนำเสนอรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เพื่อพิจารณาดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ต่อไป

มติชน 9 มิ.ย. 51