การศึกษาเป็นพัฒนานักเรียนให้มีความคิดดี มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง และทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม จึงจะถึอได้ว่า "สัมฤทธิผล"

มีนักปกครองจีนท่านหนึ่ง กล่าวว่า ...

"การปกครองที่ไม่มีปัญหา/ปกคอรงได้ยาวนาน คือ การทำประชาชนให้โง่แล้วปกครอง"

ส่วนของตะวันตก กล่าวว่า ...

"การปกครองที่ไม่มีปัญหา/ปกคอรงได้ยาวนาน ต้องแบ่งแยกแล้วปกครอง"

การคิดของนักปกครองเหล่านี้คงเข้าใจกำพืดของนักปกครองที่หวังมีอำนาจที่ยืนยาวโดยไม่ต้องออกแรงจึงได้กล่าวไว้เช่นนั้น

พิจารณาดูแล้วนักปกครองทั้งสองฝั่ง ต่างเขียนได้ถูกต้องกับเหตุการณ์ประเทศไทยปัจจุบันเหลือเกินนะ การศึกษาของไทยดูจึงไม่กระเตื้องขึ้นเลย แม้คนในกระทรวงศึกษาก็มีประเภทรับใช้นักกินเมือง(ไม่อยากเรียก นักการเมือง เพราะการเมืองไม่เห็นทำ บ้านเมืองไม่เห็นมีความเจริญรุ่งเรือง มีแต่โทรมลงทุกวัน ปัจจุบันแทบดูไม่ได้เลย มีแต่นักกินเมือง ยุคไหนก็ยุคนั้น)ให้เห็นเมื่อเร็วๆ นี้ ไปหาข่าวอ่านเอาก็จะรู้ แถมยังพยายามใช้ครูโง่ๆ(ขออภัย ถ้าทำตามที่ขอ ก็โง่จริงๆ ไม่ควรเป็นครูต่อไป) เป็นเครื่องมืออีกด้วย

ทำไมถึงเรียกครูเหล่านั้นว่าโง่ ลองพิจารณาดู

คนเรือนหมื่นเรือนแสน ออกมประท้วงรัฐบาล เป็นเหตุการณ์จริงแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องจัดแสดงเหมือน "อาจสามารถ" ของนายกฯ คนก่อน ทำไมไม่ให้นักเรียนเข้าร่วมล่ะ เข้าไปศึกษาดูซิเขาคิดกันยังงัย จึงออกมาประท้วงกัน มันเป็นจริงอย่างที่เขาประท้วงกันหรือเปล่า นักเรียนมีข้อมูลอื่นบ้างไหมที่จะมาสนับสนุนหรือคิดค้าน คนมากมายเขาอยู่กันยังงัย จัดการกันยังงัยถึงไม่มีปัญหา ที่มีพวกถูกเรียกว่า "ถ่อย" มาป่วนนั้น จริงหรือไม่ ทำไมต้องป่วน นักเรียนคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ ถ้าเป็นนักเรียนจะยอมเป็นเครื่องมือป่วนของเขาไป เหล่านี้ เป็นต้น ไม่ต้องสอน นักเรียนเขาเรียนรู้เองจากสถานการณ์จริง ให้กลับมารายงานการร่วมกิจกรรมกับพันธมิตรอย่างเดียว เด็กรุ่นนี้จะมีสติปัญญาต่างกับเต็กรุ่นหน้า ที่เพียงได้ยินครูเล่าให้ฟังเท่านั้น บางทีก็ไม่มีโอกสเล่าให้ฟังด้วยซ้ำ เหมือนปัจจุบัน ไม่มีครูคนไหนเอาเรื่อง "เดือนตุลา" มาสอนเด็กเลย ประวัติศาสตร์จริงไม่รู้ มีแต่รับรู้ความบิดเบือน ปลิ้นปล้อนให้ตัวดี

ครูต้องการให้นักเรียนของตนเองเป็นยังงั้นใช่ไหม? ถามจริ๊ง