กล่อมกุมาร
คนไทยในภาคกลางมีความรู้ความความเข้าใจในการนำธรรมชาติ อันเกี่ยวเนื่องกันพืชพันธุ์ธัญญาหารมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน ทั้งในการอุปโภคและบริโภค โดยเพาะอย่างยิ่งการนำพืชมาประกอบอาหารและยาสมุนไพร ในขณะเดียวกัน ก็พยายามสอดแทรกความเชื่อที่ผูกพันกับพระพุทธศาสนา ทำให้อาหารนั้นบำรุงทั้งรางกายและจิตใจ ซึ่งจะได้นำเสนออาหารและยาที่สะท้อนความรู้ ความคิดที่เกิดจาก “ภูมิปัญญาชาวบ้านของไทย” อันทรงคุณค่าต่อไป
ยากล่อมกุมาร บำรุงร่างกายและจิตใจ
คนไทยโบราณมีความรัก ความผูกพันกับบุตรหลานดุจแก้วตาดวงใจ มีความปารถนาอันแรงกล้าที่จะให้ลูกหลานที่เกิดมา เป็นดี มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ด้านร่างกายให้ครบอาการ 32 ในส่วนของอวัยวะภายนอก และ ทางด้านจิตใจให้เปี่ยมล้น ด้านศีลธรรมจรรยา จึงพยายามสร้างอาหารและยาเพื่อสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวให้บรรลุ โดยบำรุงตั่งแต่เริมแรกของการตั้งครรภ์ของหญิงผู้เป็นมารดา มีอาหารและยาชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “ยากล่อมกุมาร” มีส่วนประกอบตัวยา ดังนี้
1. มะพร้าวอ่อน
2. มันเทศหัวเล็ก ๆ 3 หัว
3. เกสรทั้งห้า ประกอบด้วย ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกมะลิ และ ดอกบัวหลวงอย่างละเท่า ๆ กัน (รวมน้ำหนัก 1 บาท)
วิธีทำยากล่อมกุมาร
1. นำมะพร้าวอ่อนมาปอกเปลือกเกือบถึงกะลา ใช้มีดปาดเปิดเป็นฝาด้านบน เพื่อที่จะใส่เกสรทั้งห้าและหัวมันเทศลงไปในผลมะพร้าว
2. นำลูกมะพร้าวดังกล่าวไปวางไว้ที่พื้นลานบ้านส่วนที่เป็นดิน แล้วใช้แกลบกลบโดยรอบให้ท่วมลูกมะพร้าว จุดไฟจากด่านล่างทั้ง 4 ทิศพร้อมๆ กันสุมไฟไปเรื่อยๆจนกว่าแกลบจะมอดไหม้โดยรอบทั้งหมดเมื่อไฟมอดดับลงแล้วค่อยๆเขี่ยเถ้าถ่านออก
3. นำมะพร้าวที่ผ่านการสุมไฟมาวางทิ้งไว้ให้เย็น นำลงมาให้สตรีที่ตั้งครรภ์รับประทานทั้งน้ำและเนื้อมะพร้าวให้หมด แล้วนำเปลือกและกะลาไปฝังกลบให้เรียบร้อย
ข้อปฏิบัติของหญิงมีครรภ์ที่จะรับประทานยากล่อมกุมารขนานนี้ คือ
1. ตั้งครรภ์ระหว่าง 3 – 4 เดือน
2. ก่อนรับประทานต้องชำระร่างกายและสวดมนต์ ทำจิตใจให้สงบ อธิษฐานถึงสิ่งที่ดีงามให้บังเกิดแก่บุตรในครรภ์
3. เมื่อรับประทานแล้วต้องฝังกลบกะลามะพร้าวให้ดี
4. ผู้ที่จะเตรียมยาขนานนี้ที่ดีที่สุด คือชายผู้เป็นบิดาของบุตรในครรภ์ของสตรีนั้น
แนวคิดและความเชื่ออันเป็นภูมิปัญญาในเรื่องนี้ คือ
1. น้ำมะพร้าวเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ พิธีกรรมต่าง ๆ ของคนไทยมักนิยมใช้น้ำมะพร้าวมาเป็นส่วนประกอบเสมอ คนไทยมีความเชื่อว่าน้ำมะพร้าวเกิดจากการกลั่นกรองโดยธรรมชาติ อยู่ภายในผลมะพร้าวมีความสะอาดบริสุทธิ์ การให้สตรีผู้เป็นมารดารับประทานลงไปแทนบุตรจะทำให้บุตรได้รับสิ่งที่บริสุทธิ์ สะอาด เป็นการชำรพล้างจิตใจตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา
2. เกสรดอกไม้ทั้งห้าเป็นคติความเชื่อว่าเป็นสิ่งที่หอมหวลจทำให้เด็กที่เกิดมาเป็นผู้มีความบริสุทธิ์ผุดผ่อง สุภาพอ่อนหวานดุจดั่งดอกไม้เหล่านั้น โดยเฉพาะดอกมะลิเป็นความขาวบริสุทธิ์ และดอกบัวเป็นดอกไม้ที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา เชื่อว่าจะทำให้ได้รับอานิสงค์ว่าเด็กนั้นเป็นพุทธมามกคนหนึ่ง และการกำหนดให้ใช้ 5 ชนิด เรียกว่า “เกสรทั้งห้า” ก็เปรียบเสมือนเบญจศีล เบญจธรรม
3. หัวมันเทศ 3 หัว ถือเป็นคติในเรื่องการสะสมทรัพย์ มันเทศเป็นอาหารของคนไทยมาตั้งแต่โบราณ หาง่ายและมีลักษณัเก็บสะสมอาหารเป็นหัวอยู่ใต้ดินเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างให้ จากการสะสมของรากเล็ก ๆ เสมือนการขยันทำมาหากินสะสมทรัพย์สินไว้เป็นค่าใช้จ่ายในภายหน้า กำหนด 3 หัวก็เกี่ยวโยงกับไตรลักษณ์ ได้แก่ ศีล สมาธิและปัญญา เชื่อว่ารับประทานแล้วจะทำให้เด็กได้เกิดมามีความรู้ ความคิด และปัญญาเลิศในการดำรงชีวิตด้วยความขยันหมั่นเพียร และเก็บออมถนอมใช้ทรัพย์สินได้เป็นอย่างดี
4. การกำหนดให้ก่อนรับประทานต้องชำระล้างร่างกายและสวดมนต์ทำใจให้สงบ ก็เพื่อให้แม่และเด็กได้รับกุศลผลบุญ ตามคติของชาวพุทธ
5. การเสนอให้บิดาของบุตรในครรภ์เป็นผู้เตรียมเครื่องยา ทำการสุมยาและจัดยากล่อมกุมารให้ภรรยาได้รับประทาน ก็ด้วยมีความเชื่อว่ายานั้นได้ประกอบไปด้วยความรักความผูกพันของพ่อที่มีต่อลูกที่อยู่ในครรภ์
6. สำหรับการกลบฝังกะลามะพร้าวและเปลือกลงใต้ดินนั้น สะท้อนสัจธรรม ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมาจากดิน ควรกลบฝังลงสู่ดิน ดุจสังขารของมนุษย์ เมื่อใช้ประโยชน์จนสิ้นสุดของวาระ ก็ต้องฝังกายลงสู่ใต้ดิน คืนสู่สามัญแห่งธรรมชาติ