แบบเสนอโครงการวิจัย
1. ชื่อโครงการ (ชื่อเรื่อง) รายงานผลการพัฒนาความรู้ความสามารถ และความพึงพอใจในการเรียนอักษร
คันจิโดยใช้เพลงญี่ปุ่นเป็นสื่อ ในรายวิชาภาษาญี่ปุ่น ญ 43202 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประจวบวิทยาลัย
2. ชื่อและประวัติของผู้วิจัย: นายอำนาจ ไพนุชิต อายุราชการ 16 ปี สถานที่ทำงาน โรงเรียนประจวบวิทยาลัย ตำแหน่ง ครู คศ. 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาที่สอนภาษาญี่ปุ่น ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 สถานที่ติดต่อ 291 ถ. เกาะหลัก ต. เกาะหลัก อ. เมืองฯ จ. ประจวบคีรีขันธ์ 77000 โทรศัพท์ 032-604352, 08-18561773 หรือ สถานที่ทำงาน โรงเรียนประจวบวิทยาลัย ถ. สละชีพ อ. เมือง
จ. ประจวบคีรีขันธ์ 77000 โทรศัพท์ 032-611103 โทรสาร 032-603576 E-mail:pw@prachuabwit. ac.th
3. ประสบการณ์ในการวิจัย(หรือมีความชำนาญในด้านใด)
มีพื้นความรู้ และประสบการณ์ในด้านการวิจัย สถิติ การวัดผลและประเมินผลในการศึกษาระดับปริญญาโท การทำวิทยานิพนธ์ และการทำวิจัยในชั้นเรียน มีความชำนาญในการใช้โปรแกรม spss for windows ในการวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัย
4.ประวัติการศึกษา
ชื่อสถาบันอุดมศึกษาที่สำเร็จ วุฒิ สาขาวิชา/วิชาเอก
พ.ศ. 2543,Fukushima Uni. ประเทศญี่ปุ่น 1 ปี ประกาศนียบัตร การสอนคณิตศาสตร์
(Teacher Trainee) ระดับประถมและมัธยมศึกษา
พ.ศ. 2541,Tohoku Uni.ประเทศญี่ปุ่น6 เดือน ประกาศนียบัตร ภาษาญี่ปุ่นระดับกลาง
พ.ศ.2539, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท วิจัยการศึกษา
พ.ศ.2535, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ปริญญาตรี การศึกษาปฐมวัย
วิชาโทภาษาอังกฤษ(คุรุทายาท)
5.รายละเอียดของโครงการวิจัย
5.1 ความสำคัญและที่มาของหัวข้อวิจัย
ภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นภาษาที่สาม ที่โลกปัจจุบันกำลังให้ความสำคัญรองลงมาจาก
ภาษาอังกฤษ จะเห็นได้จากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศเปิดทำการสอนกันอย่างแพร่หลาย และในแต่ละปีก็มีจำนวนผู้สนใจศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้เพื่อจะใช้ประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร ทำการค้า ในธุรกิจระหว่างประเทศ
ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นระยะเริ่มแรกนับเป็นปัญหา และอุปสรรคอย่างมาก สำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากภาษาญี่ปุ่น มีโครงทางภาษาที่เป็นลักษณะเฉพาะหลายประการ กล่าวคือ มีอักษร หลายชุด( อักษรฮิรางะนะ, คาตาคานะ และอักษรคันจิ) ที่จะต้องใช้ร่วมกัน โดยเฉพาะอักษรคันจิ ซึ่งญี่ปุ่นรับมาจากจีน โบรานมีใช้อยู่เป็นจำนวนมากในชีวิตประจำวันของสังคมญี่ปุ่น
อักษรคันจิมีวิธีการอ่าน และการเขียนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เสียงอ่านและความหมาย แปรเปลี่ยนไปตามบริบทของภาษา นอกจากนี้วิธีการเขียนก็มีกฎเกณฑ์ตายตัว และประกอบด้วยเส้นจำนวนมาก ทำให้เป็นปัญหา และอุปสรรคสำหรับผู้เรียนเป็นอย่างมาก
จากประสบการณ์และจากการสำรวจปัญหาอุปสรรคในการเรียนภาษาญี่ปุ่นของนักเรียนทุกๆปี ที่ผ่านมา พบว่า นักเรียนในแต่ละรุ่น ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า อักษรคันจิ ยาก มีปัญหาในการอ่าน การเขียน และจดจำความหมาย ทำให้ผู้วิจัยตระหนักในปัญหานี้ และพยามยามหาวิธีการต่างๆ เข้ามาช่วย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแบบฝึกทักษะการอ่าน การเขียน และการแปรความหมาย แต่นักเรียนส่วนใหญ่ก็ยังขาดแรงจูงใจให้เกิดการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนโปรแกรมการเรียนศิลป์ภาษา โดยเฉลี่ยเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นอยู่ในระดับปานกลาง และอ่อน จำนวนมาก
ผู้วิจัยพยามค้นหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยกลับไปคิดทบทวนว่า นักเรียนในวัยนี้ มีสิ่งใดบ้าง ที่จะเป็นแรงจูงใจให้เกิดการเรียนรู้ เหมือนไม่ได้กำลังเรียน และมีความเพลิดเพลินเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในโรงเรียน ที่บ้าน ตลอดใช้ศึกษาเพื่อเป็นกิจกรรมยามว่าง ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆโดยไม่ต้องไม่ต้องมีครูสอน
หลังจากการดำเนินการค้นหาคำตอบไปได้ระยะหนึ่งก็สังเกตเห็นนักเรียนที่ไม่ค่อนสนใจเรียน นำเพลงมาฟังในห้องเรียน จึงทำให้เกิดความคิดขึ้นมาได้ว่า เพลงน่าจะเป็นคำตอบของปัญหานี้
ดังนั้นในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 ผู้วิจัยจึงได้ทดลองทำเพลงญี่ปุ่นเข้ามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยบันทึกลงในแผ่นซีดี พร้อมเนื้อเพลงให้นักเรียนทดลองศึกษา และทำการสอนวิธีการใช้พจนานุกรมคันจิฉบับนักเรียน เพื่อใช้ค้นหาคำตอบด้วยวิธีการต่างๆ ผลปรากฏว่า นักเรียนให้ความสนใจ และเกิดความเพลิดเพลินในฟังตนตรี และยังอยากจะนำเพลงไปศึกษาต่อที่บ้านต่อไปเรื่อยๆ
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาการพัฒนาทักษะทางภาษา และความพึงพอใจของนักเรียนในการ
เรียนอักษรคันจิโดยใช้เพลงญี่ปุ่นเป็นสื่อ ในรายวิชาภาษาญี่ปุ่น ญ 43202 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนประจวบวิทยาลัย
5.2 ประเภทของงานวิจัย
เป็นรูปแบบนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
5.3วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาวิธีการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนโดยการฝึกใช้พจนานุกรมอักษรคันจิ 2. เพื่อวิเคราะห์หาจำนวน ความถี่ของอักษรคันจิในเพลงญี่ปุ่นที่มีอยู่ในหลักสูตร และอยู่นอกหลักสูตร
3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอักษรคันจิก่อนเรียน และหลังเรียนโดยใช้
เพลงญี่ปุ่นเป็นสื่อ
4. เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจในการเรียนอักษรคันจิของนักเรียนก่อนเรียน และหลังเรียน โดยใช้เพลงญี่ปุ่นเป็นสื่อ
5.4 สมมุติฐานการวิจัย(ถ้ามี)
1. นักเรียนทุกคนสามารถใช้พจนานุกรมในการแสดวงหาความรู้ด้วยตนเองได้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอักษรคันจิโดยใช้เพลงญี่ปุ่นเป็นสื่อ หลังเรียน สูงกว่าก่อน
เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ความพึงพอใจในการเรียนอักษรคันจิของนักเรียนโดยใช้เพลงญี่ปุ่นเป็นสื่อ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05
5.5 ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
1. ประชากร ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนแผนการเรียนศิลป์-ภาษา จำนวน 2 ห้อง (ห้อง 6/7-6/8 ) จำนวน 65 คน ปีการศึกษา 2550
2. กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนแผนการเรียนศิลป์-ภาษา ห้อง 6/7 จำนวน 34 คน ปีการศึกษา 2550
3. ตัวแปรที่ศึกษา
ตัวแปรต้น การใช้เพลงญี่ปุ่น การใช้พจนานุกรมอักษรคันจิ
ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความพึงพอใจต่อการเรียนอักษรญี่ปุ่นด้วยเพลง
4. ขอบเขตของเนื้อหาที่ใช้เป็นเครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนครั้งนี้ เป็นอักษรคันจิ ที่ปรากฎอยู่ในหลักสูตรของโรงเรียนที่ใช้หนังสือเรียน อะคิโกะโตะโทะโมะดะจิ เล่มที่ 1- 6 จำนวน 305 คำ
5. ระยะเวลาที่ทำการศึกษา เป็นช่วงเวลาปลายภาคเรียนหลังจากที่นักเรียนเรียนจบตามหลักสูตรตามหนังสืออะคิโกะโตะโทะโมะดะจิ เล่ม 6 เรียบร้อยแล้วโดยใช้เวลาชั่วโมงซ่อมเสริม ชั่วโมงชุมนุม ในการจัดกิจกรรม จำนวน 18 ชั่วโมง และนำเพลงไปศึกษาด้วยตนเองที่บ้านจนกว่าจะสิ้นสุดสุดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550
5.6นิยามคำศัพท์เฉพาะ
เพลงญี่ปุ่น หมายถึง เพลงญี่ปุ่นที่มีวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด เพลงประกอบการ์ตูน ละคร หรือได้จากการค้นหาทางอินเตอร์เน็ต ที่นักเรียนสืบค้นมาด้วย โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นเพลงที่มีใช้อักษรคันจิจำนวนมากพอ และต้องไม่มีเสียงอ่านเป็นอักษรฮิรางะนะหรือคาตาคานะแนบไว้ให้
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอักษรญี่ปุ่น หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับอักษรคันจิในเรื่องความหมาย การอ่าน และการเขียน ซึ่งวัดได้ด้วยแบบทดสอบที่ผู้ศึกษาสร้างพัฒนาด้วยตนเอง
ความพึงพอใจต่อการเรียนอักษรภาษาญี่ปุ่นด้วยเพลง หมายถึง ความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ สนใจ ไม่สนใจ ต่อการเรียนอักษรคันจิโดยใช้เพลงญี่ปุ่นเป็นสื่อ ในแต่ละขั้นตอนของขบวนการเรียนการสอนซึ่งวัดได้ด้วยแบบวัดความพึงพอใจที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นด้วยตนเอง
5.7 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. นักเรียนรู้จักการใช้พจนานุกรมเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
2. ทำให้ทราบถึงประเภท จำนวน และ ความถี่ ของอักษรคันจิที่นิยมใช้ในเพลงญี่ปุ่น ในหลักสูตร และนอกหลักสูตร
3. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอักษรคันจิมากขึ้น
4. นักเรียนมีความพึงพอใจ ได้ความรู้ เพลิดเพลินในการเรียนอักษรคันจิด้วยเพลงญี่ปุ่น
5. ทำให้ได้นวัตกรรมใหม่ๆในการเรียนอักษรคันจิในวิชาภาษาญี่ปุ่นที่มีประสิทธิภาพและตรงกับความสนใจ และวุฒิภาวะของผู้เรียน
6. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
-หลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
-พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
-เพลงญี่ปุ่น
-ประเภทของเพลง
-การผลและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
-ทฤษฎีการวัดความพึงพอใจ
-องค์ประกอบ โครงสร้างทางภาษาของภาษาญี่ปุ่น
-หลักการใช้พจนานุกรมอักษรคันจิ
7.กรอบแนวคิดในการวิจัย..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
8.วิธีดำเนินการวิจัย
8.1 รูปแบบการวิจัย การวิจัยกึ่งทดลอง
X1 O
8.4 เครื่องที่ใช้ในการวิจัย
1. แบบตรวจสอบรายการอักษรคันจิญี่ปุ่นในหลักสูตร
2. แบบทดสอบภาคปฏิบัติการหาความหมาย การอ่าน วิธีเขียน อักษรคันจิ
3. แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอักษรคันจิ
4. แบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนอักษรโดยใช้เพลงญี่ปุ่นเป็นสื่อ
5. พจนานุกรมอักษรคันจิ
6. เพลงญี่ปุ่น
7. เครื่องซีดี
8. กิจกรรมโครงงาน
9. แผนการจัดการเรียนรู้
8.5 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
-สังเกต
-สัมภาษณ์
-ตรวจสอบรายงานการ
-ตรวจรายงาน
-ตรวจโครงงาน
-ทดสอบภาคปฏิบัติ และภาคความรู้
-วัดความพึงพอใจ
8.6 การวิเคราะห์ข้อมูล (ระบุสถิติที่ใช้)
นับจำนวน วิเคราะห์หาค่าความถี่ ร้อยละ ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย t-test
9. ระยะเวลาทำการวิจัย
มีนาคม 2551 – มีนาคม 2552
10. แผนการดำเนินงานตลอดโครงการ(ให้ระบุขั้นตอนโดยละเอียด)
|
กิจกรรม |
|
|||||||||||