เมื่ออัตราส่วนต่างกันแบบนี้ ใครจะแน่กว่าใคร

 

พ่อแม่คาดหวังในตัวลูกไม่มากก็น้อย

แต่ การคอยสังเกตให้เห็นข้อดีแล้วสนับสนุนส่งเสริม 
ต่างกับ การเพ่งหาแต่ข้อที่ยังไม่มีแล้วเร่งรัดกวดขัน

ความสุข สงบ ในครอบครัวขึ้นอยู่ที่ว่าพ่อแม่จะมองลูกด้วยมุมมองแบบไหน

พ่อแม่สมัยนี้มีลูกมักไม่เกินสามคน 
ถ้ามีลูกสองคน ก็เท่ากับว่าอัตราส่วนพ่อแม่ต่อลูกๆ คือ 1:1
ในขณะที่อัตราส่วนที่โรงเรียน
ครูต่อนักเรียนในโรงเรียนมีตั้งแต่ 1:15 ไปจนถึง 1:50
แล้วใครจะเป็นคนที่รู้จักเด็กมากกว่ากัน  พ่อแม่ หรือ ครู

จริงอยู่ว่าความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียนเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเด็ก
แต่เราจะปฏิเสธไม่ได้ว่า บ้านมีอิทธิพลต่อเด็กมากกว่า
ดังนั้น ทุกวันนี้ จึงเกิดโรงเรียนพ่อแม่ขึ้นในหลายจุดทั่วโลก

การให้ความรู้ ความเข้าใจกับพ่อแม่ ในเรื่องพฤติกรรมเด็ก และวิธีสื่อสารกับเด็ก  จึงเป็นหน้าที่ของสังคมและโรงเรียน
เพื่อสร้างทีมงานหรือคู่หู  อันหมายถึงพ่อแม่และครู 
สำหรับการพัฒนามนุษย์ให้เติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน

นี่เป็นข้อคิดที่ได้จากการพูดคุยระหว่างผู้บริหารโรงเรียนกับกลุ่มผู้ปกครองในวันนี้