ต่อไปนี้มาจากข่าว บวท. เช่นเดียวกันกับบันทึกที่แล้ว

ตั้งกองทุนศาสตราภิชาน เฟ้นนักวิทย์สร้างทีมวิจัย
          จาก :  ศ. ดร.ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ
---------------------------------------------------------------------------------


          สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ดึงภาคธุรกิจเอกชนรายใหญ่ร่วมอุปถัมภ์นักวิทยาศาสตร์ทั้งไทยและต่างชาติให้ดำรงตำแหน่ง "ศาสตราภิชาน"พร้อมมอบทุนให้นำลูกทีมทำวิจัยสนับสนุนภาคการผลิตและบริการตั้งเป้าปี ๒๕๕๑ คัดสรรได้ศาสตราภิชาน ๑๐ คน

          รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่าได้หารือกับบริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทย ในการจัดทำโครงการจัดตั้ง"ศาสตราภิชาน"เพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้เฉพาะด้านและเป็นที่ยอมรับกันในแวดวงเดียวกันโดยผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราภิชานจะได้รับค่าตอบแทนประจำและทุนสนับสนุนงานวิจัยตลอดโครงการ


       "สวทช.นำแนวคิดดังกล่าวทาบทามกับภาคเอกชนรายใหญ่เพื่อจัดหาทุนสนับสนุนโครงการซึ่งถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมของภาคธุรกิจหรือที่เรียกว่าซีเอสอาร์ โดยเอกชนรายแรกที่อยู่ระหว่างการเจรจาคือเครือซิเมนต์ไทยและน่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะทำบันทึกความเข้าใจร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี"  ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว...


       ส่วนบทบาทของศาสตราภิชานจะเป็นผู้นำกลุ่มวิจัยที่ช่วยขับเคลื่อนงานวิจัยสู่ภาคการผลิตและบริการเร็วขึ้นโดยเฉพาะเมื่อภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุนทุนวิจัยแก่นักวิจัยในสถาบันการศึกษา    ทั้งนี้โครงการดังกล่าวตั้งเป้าหมายว่าในปีหน้าจะสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราภิชาน ๑๐ คน


       มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีตำแหน่ง Chair professor และชื่อเรียกในภาษาไทยแตกต่างกันไป เช่น ศาสตราเกียรติยศ ประสพ รัตนากร และกองทุนศาสตราจารย์เกียรติยศ ศาสตราจารย์พรชัย มาตังคสมบัติ เป็นต้น   ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งนี้ได้ปฏิบัติงานวิจัยที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


       "สวทช. จะเป็นหน่วยงานกลางในการผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในประเทศที่สนใจกับนักวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ต้องการร่วมทำงานวิจัยโดยรับทุนจากเอกชนด้วยการคัดเลือกจากความสามารถและประสบการณ์ในการทำวิจัย" ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว


        ปัจจุบันมีบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งที่แสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการอุปถัมภ์ศาสตราภิชานดังกล่าว เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบริษัท เบทาโกร จำกัด   ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาความร่วมมือ


        ช่วงแรก สวทช.รับหน้าที่ประสานงาน   แต่ในระยาวจำเป็นต้องหาหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการนี้โดยตรง เช่น บัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (บวท.)  สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เพื่อทำหน้าที่เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

แหล่งที่มาของข่าว (๑๙ พ.ย. ๒๕๕๐)
http://www.bangkokbiznews.com/2007/11/19/news_25113885.php?news_id=25113885