การจ่ายยาในสหรัฐฯ ไม่เหมือนในไทย ยาส่วนหนึ่งซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา(ของคุณหมอ)

 

...

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า คนไข้ฝรั่งส่วนหนึ่งไม่ค่อยเชื่อหมอ ต้องขอเช็คข้อมูลซ้ำทางอินเตอร์เน็ตเป็นประจำ

วันนี้มีผลการศึกษาที่พบว่า คนไข้ฝรั่งส่วนหนึ่งมีรายได้เสริมจากการให้เช่าใบสั่งยา (prescription)

...

การจ่ายยาในสหรัฐฯ ไม่เหมือนในไทย ยาส่วนหนึ่งซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา(ของคุณหมอ) 

ยาอีกส่วนหนึ่งต้องใช้ใบสั่งยา หมอตรวจคนไข้แล้วเขียนใบสั่งยา ซึ่งคนไข้ต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมหมอ (doctor fee) หลังจากนั้นคนไข้จะถือใบสั่งยาไปซื้อกับเภสัชกรที่ร้านขายยา

...

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ริชาร์ด โกลด์สเวิร์ตตี (Dr. Richard Goldsworthy) และคณะ จากกลุ่มธุรกิจอะคาเดมิค เอดจ์ บลูมมิงทัน อินเดียนา สหรัฐฯ ทำการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 700 คน

ผลการศึกษาพบว่า

การใช้ใบสั่งยาร่วมกัน (sharing) ร้อยละ (%)
ให้ยืม หรือให้เช่าใบสั่งยา 23%
ขอยืม หรือขอเช่าใบสั่งยา 27%

...

ยาที่พบว่า มีการขอยืม หรือขอเช่าใบสั่งยามากที่สุดได้แก่

กลุ่มยา ร้อยละ (%)
ยาแก้แพ้ 25%
ยาแก้ปวด 22%
ยาปฏิชีวนะ / ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย 21%

...

ยากลุ่มที่มีการขอยืม หรือขอเช่าใบสั่งยาน้อยหน่อยได้แก่

กลุ่มยา ร้อยละ (%)
ยาระงับประสาท ยานอนหลับ ยาต้านซึมเศร้า 7%
ยารักษาสิว มากกว่า 6% เล็กน้อย
ยาคุมกำเนิด 5%

...

เมื่อแยกแยะกลุ่มย่อยลงไปพบว่า ผู้หญิง (24%) แลกเปลี่ยนใบสั่งยากันมากกว่าผู้ชาย (12%)

อาจารย์โกลด์เวิร์ตตีไม่ได้บอกเหตุผลเรื่องนี้ไว้ ผู้เขียนขอเดาว่า โรคหลายๆ อย่างของผู้ชายอาจจะเป็นโรคความลับในสังคมฝรั่งมากกว่าโรคในผู้หญิง

...

ตัวอย่างโรคที่อาจจะเป็นความลับในสังคมฝรั่งได้แก่

  • โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • โรคเอดส์ หรือโรคติดเชื้อ HIV
  • กามโรค หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (ฝรั่งที่ตั้งใจจะเป็นนักการเมือง... ถ้ามีประวัติเสียเหล่านี้อาจจะทำให้ไม่มีโอกาสเล่นการเมืองอีกต่อไป)

...

อาจารย์โกลด์เวิร์ตตีกล่าวว่า การใช้ยาบางอย่างร่วมกันอาจจะมีความเสี่ยงน้อย เช่น ยาแก้ปวดพาราเซตามอล ยาแก้แพ้ ฯลฯ

ทว่า... ยาอื่นๆ นั้นอาจมีอันตรายได้มากกว่าที่คิด ทางเลือกที่ดีกว่าคือ ปรึกษาหมอ เภสัชกร พยาบาล หรืออนามัยใกล้บ้าน

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                  

  • Thank Reuters > People often share prescription medicine: survey > [ Click ] > April 30, 2008. // source: Am J of Public Health (online April 30, 2008). June 2008.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 1 พฤษภาคม 2551.