แต่กล่าวอย่างนี้ อย่านิ่งนอนใจว่า..หมดสิ้นไปแล้ว ไม่ใช่จะมีแต่คนเป็นครูเท่านั้น หวังใจว่า....อาชีพอื่นๆ คงจะไม่มีอะไรเปิดเผยตามๆกันมาอีก...หวาดใจจริง

นอกจากความรู้  กระบวนการ  และเจตคติที่ดี  ประกอบกับใจรักและศรัทธาในการเป็นครู  ที่ทุกคนเมื่อเรียนจบจากวิทยาลัยครู  หรือสถาบันที่ผลิตครู.....จะต้องปฏิญาณตนก่อนที่เป็นครู 

ทำให้ครูทุกคนได้ตระหนักในการเป็นครูทั่วทุกคน  แต่สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด  มีความสำคัญเท่าเทียมกัน  เมื่อเข้าไปอยู่ในบุคคลที่เสมอเสมือนกัน  แต่จะผิดแผกแตกต่างกัน  เพราะความแตกต่างระหว่างบุคคลมีค่าความแตกต่างสูงกว่ากันเหลือเกิน.....

จะไปโทษ สถาบัน  หลักสูตร ที่เกี่ยวข้องกับครูไม่ได้เสียแล้ว....เพราะค่าของความเป็นครูในคนแต่ละคน...นั้นแตกต่างกัน  

ในเมื่อนำคนมาเป็นครู  ซึ่งครู....ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่ของใช้  ที่มีคุณประโยชน์และผ่านการตรวจคุณภาพ (Q.C.) ให้เป็นพิมพ์เดียวกันหมด  ที่ทุกบ้าน ทุกครัวเรือนได้ใช้เหมือนกันเท่าเทียมกันหมด 

แต่ครูทุกคนที่เรียนจบครูมานั้น  มีความพร้อมดูภายนอกว่า.....เหมาะสมที่จะเป็นครู 

ครูที่มีความรู้  ทักษะ  ความประพฤติเหมาะสม  ที่จะเป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติได้  

แต่ในจิตใจ  สภาพจิตใจ ที่ซ่อนอยู่ภายใน  ใครเล่าจะล่วงรู้   หรือจะวัดจิตใจกันได้อย่างไร 

สภาพสังคม  เศรษฐกิจ  ลาภ ยศ สรรเสริญ  กิเลส ตัณหา  ที่ล่อใจ.....มีเท่าเทียมกัน  

เพียงแต่ว่า....ความเพียงพอ  การประมาณตน  ความรู้ผิดรู้ชอบ  มีศีลสัตย์ในจิตใจ  มีสามัญสำนึก  จิตใต้สำนักที่ดี  .....มากเพียงใด 

ใครเล่าจะยอมให้ตนตกเป็นเหยื่อ.....ของความไม่เพียงพอ  ไม่ประมาณตน  ไม่รู้ผิดรู้ชอบ  ความไม่มีศีลไม่มีสัตย์  ไม่มีสามัญสำนึก  ไม่มีจิตใต้สำนึกที่ดี  .....หรือไม่ 

ทั้งหมดนี้  มันเป็นเรื่องของคน(ที่เป็นครูเท่านั้นหรือ)    ทุกคน ทุกอาชีพ ในสังคมต้องมีสิ่งเหล่านี้หรือไม่  

ทำไม.....จะมาคาดหวังกับ....คนเป็นครูเท่านั้นหรือ.....

รู้สึกเศร้าเสียใจต่อการกระทำของคนที่มีจิตผิดปกติ  แฝงตัวอยู่กับกลุ่มอาชีพที่สังคมคาดหวังว่าเป็นสุดยอดของความดี....นั่นคือ..... ครู 

แต่กล่าวอย่างนี้  อย่านิ่งนอนใจว่า..หมดสิ้นไปแล้ว  ไม่ใช่จะมีแต่คนเป็นครูเท่านั้น  หวังใจว่า....อาชีพอื่นๆ  คงจะไม่มีอะไรเปิดเผยตามๆกันมาอีก...หวาดใจจริง