ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเป็นดั่งเข็มทิศของสถาบัน

เมื่อตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาหลักสูตร (ไม่จำเป็นต้องเป็นด้านแพทยศาสตร์ สาขาใดๆ ก็ได้) โดยวิเคราะห์ความต้องการ ความคาดหวังที่รอบด้านของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อผลผลิตของหลักสูตรที่จะออกมา ผลผลิตในที่นี้รวมทั้งบุคคล (เช่น บัณฑิต บุคลากร อาจารย์) ผลงาน งานวิจัย งานบริการ ความรับผิดชอบต่อชุมชนหรือสังคมที่พึง  ผู้รับผิดชอบหลักสูตรต้องพยายามตีโจทย์ให้แตกว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประกอบด้วยภาคส่วนใดบ้าง ต้องพยายามนำเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทั้งหมด  ขั้นตอนนี้ใช้เวลาค่อนข้างนานโดยเฉพาะหลักสูตรเปิดใหม่  สำหรับแพทยศาสตรศึกษามักใช้ทั้งข้อมูลปฐมภูมิคือข้อมูลที่เก็บได้โดยตรงจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ผสมผสานกับข้อมูลทุติยภูมิคือได้จากบันทึก คำบอกเล่า ผลการประชุมต่างๆ มาบูรณาการเข้าหากัน

หลักจากตกผลึกความต้องการและความคาดหวังแล้ว ขั้นตอนต่อมา คือ การกำหนดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา (Educational outcomes) ให้ชัดเจน ติดตามและประเมินได้  สิ่งนี้จะเป็นเสมือนเข็มทิศของสถาบัน ให้ผู้มีส่วนร่วม ส่วนได้ส่วนเสียได้ติดตาม และเดินไปในทิศทางเดียวกัน  สาขาแพทยศาสตร์มักมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่หลากหลายแตกต่างกันไปของแต่ละโรงเรียนแพทย์ แต่สิ่งหนึ่งที่มักได้บูรณาการเข้าไปด้วย คือ เกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ของแพทยสภา ซึ่งเป็นความรู้ความสามารถขั้นต่ำที่บัณฑิตแพทย์ไทยพึงมีพึงปฎิบัติ (ท่านผู้อ่านที่สนใจ สามารถค้นหาอ่านเพิ่มเติมได้จาก Website ของแพทยสภา ที่ www.tmc.or.th)

ครั้งหน้า จะยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมมาแสดงให้ดูบ้าง