"ปัญหาคุณไม่มีทางแก้ได้แม้จะนำเทคนิคการฝึกอบรมที่ดีที่สุดในโลกมาใช้ หากบริษัทไม่มีความตั้งใจที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวบ้านอย่างแท้จริง"

          เครือข่ายไทยมิตรภาพเอเชีย (tafs) เขียนบันทึกเรื่อง CSR ในสังคมไทย (http://gotoknow.org/blog/corporationsocialresponsibility/176709)  ว่ากลุ่มธุรกิจประเภทต่างๆ ตื่นตัวตามกระแส CSR สูง   แนวทางที่ใช้มีการบริจาคในรูปแบบต่างๆ (Corporate Philanthropy) และการอาสาสมัครทำงานช่วยเหลือชุมชน (Community Volunteering) ที่อยู่รอบบริเวณบริษัทฯและสังคมวงกว้าง การทำ CSR นอกจากเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างภายในองค์กรแล้ว ยังเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอีกทางหนึ่งด้วย  ทำให้พนักงานภูมิใจในองค์กรด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงเกิดขึ้นได้ยากในการดำเนินธุรกิจหรือดำเนินชีวิตตามปกติ

          คุณ มดคันไฟ เข้ามาอ่าน (เมื่อ อา. 13 เม.ย. 2551 @ 09:22
607761) แล้วแสดงความคิดเห็นว่า "ถ้า CSR ออกมาจากจิตวิญญาณของผู้กระทำ มันจะต้องแฝงอยู่ในทุกอณูของการทำธุรกิจ"

          อ่านเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์หนึ่งเมื่อวันสงกรานต์ปีก่อนที่ผมได้นั่งกินข้าวเที่ยงกับเพื่อนคนหนึ่งที่มีตำแหน่งใหญ่พอสมควรคนหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ทำอุตสาหกรรมเกษตร เขาบอกว่าบริษัทเขาถูกต่อต้านจากชาวบ้านในบางพื้นที่ บริษัทเขาก็มีโครงการให้ทุนการศึกษาบ้าง อะไรบ้าง เขาตั้งคำถามขึ้นมาว่าจะมีวิธีฝึกอบรมพนักงานในพื้นที่อย่างไรดี

          ผมไม่มี "ความรู้" พอจะตอบคำถามเขาได้ แต่มี "ความรู้สึก" พอที่จะตั้งคำถามเขาว่า "บริษัทคุณมีความตั้งใจที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวบ้านด้วยความจริงใจหรือเปล่า?" เขาอึ้งไปเหมือนกัน

          ผมบอกเขาไปตามความรู้สึกของผมว่า ปัญหาคุณไม่มีทางแก้ได้แม้จะนำเทคนิคการฝึกอบรมที่ดีที่สุดในโลกมาใช้ หากบริษัทไม่มีความตั้งใจที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวบ้านอย่างแท้จริง

          CSR ที่ดีที่สุด(ตามความคิดผม) ก็คือ หันกลับมาดูตัวเนื้องานอันประกอบด้วย "อณู" ของธุรกิจนั้นๆ เองว่าจะทำให้กระบวนการผลิต-บริการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นมิตรกับ customer และ supplier ช่วยประหยัดพลังงาน ช่วยให้เกิดระบบการค้าและบริการที่เป็นธรรม ช่วยให้คนหันหน้าเข้าหากัน ฯลฯ หรือไม่ เช่น ที่ Google ปรับหน้าจอเป็นสีดำเพื่อร่วมการรณรงค์ประหยัดพลังงานเมื่อวันที่ ๒๙ ก.พ.๕๑ พร้อมประกาศว่านับแต่นี้ไปโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของเขาทั้งหมดจะสร้างขึ้นโดยคำนึงเรื่องการประหยัดพลังงานของโลก (ผมก็อยากเฝ้าดูเหมือนกัน) หรืออย่างบริษัทน้ำมันก็ทำเรื่องการประหยัดพลังงาน บริษัทผลิตอาหารก็ทำเรื่องการกินเพื่อสุขภาพ บริษัทท่องเที่ยวก็ทำเรื่องท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในให้คนรักและหวงแหนธรรมชาติ ฯลฯ

          แต่ทั้งนี้มิได้หมายความกิจกรรม CSR ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ "อณู" ของธุรกิจตัวเองจะไม่มีประโยชน์นะครับ เพียงแต่อยากชวนให้คิดว่า จะดีกว่าไหมหากคิดให้เป็น "เนื้อเดียว" เป็นวิญญาณของสินค้าและบริการของธุรกิจนั้นๆ เลย

          ผมว่านี่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของ CSR ที่แท้จริง!