การรับฟังข้อมูลโดยรอบด้านในประเด็น เกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้ซึ่งเป็นความหลากหลายทางเพศคงดีกว่าการมุ่งไป "พิพากษา"ซึ่งกลุ่มนอกจากกลุ่ม "เอ็มพลัส" ยังมี
อาจารย์ศิริพร สุวรรณเทศ นักสังคมสงเคราะห์สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นกรมสุขภาพจิตได้ให้ข้อสังเกต แต่ไม่ใช่การตัดสิน เพิ่มเติมว่า
ü ผู้ชายที่มีท่าทีสุภาพเรียบร้อยอาจไม่ได้ชอบเพศเดียวกัน ขณะที่ผู้ชายที่มีลักษณะเป็นชายชาตรีอาจรู้สึกพึงพอใจกับเพศเดียวกัน
ü ผู้ชายที่ชอบเพศเดียวกันอาจมีเพื่อนชายที่สนิทสนมเป็นพิเศษ แสดงความห่วงใยมากเกินปกติแต่ผู้ชายทั่วไปก็อาจมีเพื่อนชายที่เป็นเพื่อนซี้ เพื่อนตายในลักษณะนี้
ü ผู้ชายที่ชอบเพศเดียวกันเมื่ออยู่ใกล้กับผู้หญิงอาจไม่สนใจที่จะแตะเนื้อต้องตัวฝ่ายหญิงแต่ก็เป็นไปได้ว่าอาจเป็นผู้ชายทั่วไปที่สุภาพและให้เกียรติฝ่ายหญิง
การหาคำตอบว่าใครชอบเพศเดียวกันไม่ใช่เรื่องง่าย การรู้หรือไม่รู้ไม่ใช่สิ่งสำคัญเพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัว
ดังนั้นสิ่งที่ช่วยเพื่อนได้และอาจเป็นส่วนที่ช่วยให้เพื่อนพัฒนาบทบาทที่เหมาะสมกับเพศได้แก่
ü ส่งเสริมและชวนให้เพื่อนมีกิจกรรมที่เหมาะสมกับเพศอาจเริ่มต้นด้วยการชักชวนให้ออกกำลังกายใช้เวลาว่างที่เป็นประโยชน์ เล่นกีฬา แต่ไม่ใช่ประเภทเตะ ต่อยรุนแรง เพราะเพื่อนอาจไม่ชอบแล้วพาลเกลียดกีฬาทุกประเภทไปเลย
ü ลดกิจกรรมที่ผิดเพศไม่ให้ความสนใจเมื่อเพื่อนมีท่าทีคล้ายหญิง ไม่ล้อเลียนหรือด่าว่ารุนแรง
ü ถ้าเพื่อนดูกังวลไม่แน่ใจ สับสน อยากแก้ไข หรือต้องการคำแนะนำ เสนอทางออกให้เพื่อนโดยแนะนำให้เพื่อนปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ คุณครู ผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดหรือให้คุณพ่อคุณแม่พาไปขอคำแนะนำจากจิตแพทย์
แต่ถ้าเพื่อนชอบเพศเดียวกันสิ่งที่ช่วยเพื่อนได้คือ
ü การยอมรับ
ü การไม่แสดงความรังเกียจ
ü มองด้วยความเข้าใจหรือพยามเข้าใจ
ü แนะนำคำพูดกิริยา ท่าทาง การแสดงออกที่เหมาะสม
เพราะวัยรุ่นหลายคนถูกเพื่อนล้อและมีปัญหาในการปรับตัวแต่ถ้ารู้สึกรังเกียจหรือยอมรับไม่ได้ก็อยู่ห่างๆแล้วปฏิบัติต่อเขาเหมือนเพื่อนแบบหนึ่งที่เราอาจไม่ชอบซึ่งไม่จำเป็นต้องชักชวนให้ใครๆรังเกียจเขาพึงระลึกว่าไม่มีใครอยากแตกต่างจากคนทั่วไปไม่ว่าเพื่อนจะเป็นทอม ดี้ เกย์ ตุ๊ดยังไงเพื่อนเหล่านั้นก็เป็นเพื่อนของเรา ปฏิบัติต่อเขาเหมือนที่เราปฏิบัติต่อเพื่อนหลายๆคนที่เรารักเพราะความรู้สึกที่ต่างจากคนทั่วไปของเพื่อนเหล่านี้คงไม่อาจเป็นคำพิพากษาที่จะทำลายมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่มีให้ต่อกันได้รัก และ ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นและเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
ชายรักชาย...เสี่ยงแค่ไหนที่จะติดโรค
เนื่องจากพฤติกรรมการร่วมเพศของ“ชายรักชาย”ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอวัยวะ3 ส่วน คือ อวัยวะเพศชาย ปาก และทวารหนักขณะร่วมเพศอาจจะทำให้อวัยวะดังกล่าวโดยเฉพาะทวารหนักวึ่งไม่มีน้ำหล่อลื่นเหมือนช่องคลอดมีการฉีกขาดและเกิดบาดแผลได้ง่ายกว่าดังนั้นกลุ่มของ “ชายรักชาย”จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ได้มากกว่าชายที่มีเพศสัมพันธ์กับหญิง(หากไม่มีการป้องกันและจัดการที่ดี)
ปฏิบัติตัวอย่างไร?ให้ปลอดภัยจากโรค
การปฏิบัติทางเพศที่ปลอดภัย(Save Sex) หมายถึงกิจกรรมหรือการปฏิบัติทุกอย่างที่ก่อให้เกิดความสุข ความพึงพอใจทางเพศโดยไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค เช่น ไม่มีการส่งถ่ายเลือด น้ำอสุจิน้ำหล่อลื่น ช่องคลอดหรือสารเหลวในช่องทวารหนักจากบุคคลหนึ่งสู่อีกบุคคลหนึ่ง
การป้องกัน
1. การปฏิบัติทางเพศที่ปลอดภัย(Safe Sex) ได้แก่การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง การมีเพศสัมพันธ์โดยการไม่สอดใส่การร่วมเพศระหว่างคู่นอนที่ไม่มีเชื้อโรคทั้งคู่
2. ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
ทั้งนี้การดูแลสุขอนามัยของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายเป็นเรื่องจำเป็นเพราะนอกจากจะส่งผลดีต่อร่างกายตนเองแล้วยังเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อคู่นอนด้วยซึ่งมีวิธีการดูแลง่าย ๆ ได้แก่
1. ควรล้างทำความสะอาดอวัยวะเพศและนิ้วมือทุกครั้งทั้งก่อนและหลังที่ที่มีการร่วมเพศด้วยน้ำสะอาดและสบู่ที่เป็นด่างอ่อนๆโดยไม่ขัดถูรุนแรง
2. ซับด้วยผ้าฝ้ายแห้งสบายอย่างเบามือเพื่อให้อวัยวะเพสแห้งไม่อับชื้น มีกลิ่นเหม็น
3. สวมกางเกงในที่นุ่มสบายไม่รัดเกินไป ควรเป็นผ้าฝ้าย เพราะมีการระบายอากาศที่ดีไม่ทำให้ให้เกิดความอับชื้น มีกลิ่นเหม็นและไม่ทำให้เกิดเชื้อรา
4. ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอเพื่อป้องกันการขีดข่วนผิวถุงยางขณะสวมใส่หรือไม่ให้ถูกเยื่อบุภายในทวารหนัก(เมื่อมีการใช้นิ้วล้วงทวารหนักเพื่อทาสารหล่อลื่น)เพราะอาจจะทำให้สิ่งสกปรกติดปลายเล็บได้
5. ชโลมอวัยวะเพศที่สวมถุงยางด้วยสารหล่อลื่นเช่น เควายเจลให้มากพอเพื่อช่วยลดการเสียดสีระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
6. ห้ามใช้สารหล่อลื่นชนิดที่มีส่วนผสมของน้ำมันเช่น โลชั่นทาผิวหรือวาสลินเพราะจะทำให้ถุงยางอนามัยรั่วหรือแตกได้
7. ก่อนมีเพศสัมพันธ์ทางปากไม่ควรแปรงฟัน เพราะจะทำให้เหงือกนุ่มซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดแผลในปากอาจทำให้ติดเชื้อได้ง่ายหากไม่ใส่ถุงยางอนามัย

ฉีดฮอร์โมน...กินยาคุม...ตัดอัณฑะคุ้มค่ามั้ย?
“ชายรักชาย”ที่ต้องการจะมีรูปร่างสวยงามแบบผู้หญิงมักใช้วิธีกินยาคุมกำเนิดหรือฉีดฮอร์โมนเพศหญิงในปริมาณที่มากกว่าผู้หญิงใช้ในการคุมกำเนินทั่วไปหรือแม้แต่การตัดอัณฑะเพื่อต้องการให้เกิดผลอยางรวดเร็วซึ่งมักจะทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะใจสั่น อาจจะมีอาการคัดหน้าอกและบางครั้งอาจมีน้ำไหลจากหัวนมนอกจากนี้ จำนวนอสุจิลดลง อาจจะทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลง แก่เร็วอ้วนลงพุงหรือหัวล้านเร็วขึ้น

ขนาดอวัยวะเพศนั้นสำคัญไฉน?
ขนาดของอวัยวะเพศไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ การกระตุ้น การเล้าโลม การจัดท่าทางในการร่วมรักการหาวิธีเพิ่มความตื่นเต้นให้แก่กันเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าการเพิ่มขนาดของอวัยวะเพศโดยใช้วิธีฉีดสารเคมีเข้าไปใต้ผิวหนังของอวัยวะเพศชายเช่น ซิลิโคน พาราฟิน หรือน้ำมันมะกอกอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้เพราะสารดังกล่าวมักกระจายไปไม่ทั่วอวัยวะเพศจึงกลายเป็นกระเปาะทำให้อวัยวะเพศมีลักษณะผิดรูปไปเพราะเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังจะมีพังผืดเกิดขึ้นนอกจากนี้อาจมีอาการติดเชื้อมีแผลเกิดขึ้นภายหลังจากการฉีดและทำให้เจ็บปวดขณะร่วมเพศได้

ผ่าเบ็นซ์...ฝังมุกปลุกอารมณ์จริงหรือ ?
ผู้ชายไทยส่วนหนึ่งนิยมการผ่าบริเวณหนังหุ้มปลายที่เรียกว่า“ผ่าเบ็นซ์”เพื่อฝังวัตถุเม็ดแก้วขนาดเล็กๆ ที่เกิดจากการนำเอาก้นขวดแก้วมาฝน กลึง เรียกกันทั่วไปว่า“มุก” โดยเชื่อว่าการทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มความสุขให้ฝ่าตรงข้ามในขณะร่วมเพศการฝังมุกนี้หากฝังเพียงตื้น ๆใต้ผิวหนังไม่นานก็อาจหลุดออกมาก็ได้หากฝังลึกก็อาจจะมีโอกาสติดเชื้อเป็นแผลได้แต่มักไม่รุนแรงเท่าการฉีดสารเพิ่มขนาดอวัยวะเพศการฝังมุกส่วนใหญ่คู่เพศสัมพันธ์มักบ่นว่าเจ็บมากกว่าบอกวาเพิ่มความสุขในการมีเพศสัมพันธ์
การรักเพศเดียวกันไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจคุณยังโชคดีกว่าใครหลาย ๆ คน เพราะอย่างน้อยคุณยังมีคนที่คุณรักหรือรักคุณ ในขณะที่คนบางคนตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยรู้จักคำว่า“รัก”ทั้งการเป็นผู้ที่ “รักเขา”และผู้ที่“ถูกรัก”เมื่อมีความรักที่ล้นปรี่ก็ปล่อยความรักนั้นไหลล้นสู่“มวลชน”ขอเป็นกำลังใจให้กับกลุ่ม“เอ็มพลัส”ในการทำงานเพื่อสังคมต่อไป