เรื่องใหญ่ฉีดไม่ฉีด ชาวรังสีถกเครียดเสียงแตก นิ่งหรือรับ
ต่อกรณีที่ สภาการพยาบาลได้มี ประกาศห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง หรือผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ให้ยาหรือสารละลายทางหลอดเลือดดำ ซึ่งประกาศนี้ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๔ง หน้า ๑๐๓ วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๑ ได้เกิดผลกระทบต่อสาขาวิชาชีพสุขภาพ ซึ่งวิชาชีพรังสีเทคนิคก็ได้รับผลกระทบนี้โดยตรง เรื่องนี้แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ก.ช. สาขารังสีเทคนิคในคราวประชุมครั้งที่ ๒๙-๒/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ได้รับทราบอย่างเป็นทางการ และได้มีการพูดคุยกันในระดับหนึ่งและมีมติให้ คณะอนุกรรมการวิชาชีพด้านจรรยาบรรณฯ นำเสนอ ก.ช. อย่างเป็นทางการอีกครั้ง และในการประชุม ก.ช. ครั้งที่ ๓๐-๓/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑ ได้มีการพิจารณาอีกครั้ง และ ก.ช. มีมติว่า จะได้ทำหนังสือ ๓ ฉบับ ฉบับหนึ่งเพื่อหารือฝ่ายกฎหมายของกระทรวงว่าวิชาชีพรังสีเทคนิค ไม่มีหน้าที่ในการให้ยาหรือสารละลายทางหลอดเลือดดำ ฉบับที่สองเพื่อหารือแพทย์สภาว่าเรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของแพทย์ใช่หรือไม่ ฉบับที่สามเพื่อหารือราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรังสีแพทย์ใช่หรือไม่
ในการประชุมวิชาการรังสีเทคนิคประจำปีครั้งที่ ๑๖ ที่ชลจันทร์ พัทยา รีสอร์ท เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๑ ก็ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ โดยสมาคมรังสีเทคนิคแห่งประเทศไทย ได้จัดให้ผู้เข้าร่วมประชุมพบกับ ก.ช. ในรูปแบบของการอภิปรายอย่างเต็มอิ่ม เป็นเวลา ๔ ชั่วโมงเต็ม ผู้ร่วมอภิปรายประกอบด้วย ก.ช. ๕ ท่าน นำโดย รศ.จิตต์ชัย สุริยะไชยากร ประธาน ก.ช. ร่วมด้วยนายสละ อุบลฉาย นายกสมาคมรังสีเทคนิคแห่งประเทศไทย คุณอำไพ อุไรเวโรจนากร รศ.ชวลิต วงษ์เอก และ รศ.มานัส มงคลสุข เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย มีการรายงานเรื่องราวต่างๆที่เป็นข้อมูลสำคัญในปัจจุบันให้ชาวรังสีเทคนิคทั้งหลายได้ทราบ มีหลายเรื่องหลายประเด็นที่พูดกัน ได้แก่
การพัฒนามาตรฐานการจัดสอบใบประกอบฯ ซึ่งเรื่องนี้จะได้มีการระดมสมอง ในระหว่างวันที่ ๓๐ เมษายน ถึงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ นี้ที่โรงแรม KU Home มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ ผู้เข้าร่วมระดมสมองคือ ก.ช. คณะอนุกรรมการวิชาชีพ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนมหาวิทยาลัย รวมประมาณ ๕๕ คน ทั้งนี้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเครื่องมือวัดมาตรฐานความรู้ทางด้านวิชาการ และการรวบรวมข้อสอบที่ดีเพื่อจัดทำเป็นคลังข้อสอบ
ปัญหาเงินค่าตอบแทนที่นอกเหนือจากเงินเดือนปกติที่แต่ละแห่งได้ไม่เท่ากัน ซึ่งเรื่องนี้ ก.ช. และสมาคมฯรับทราบแล้วด้วยความเห็นใจ และหามาตรการที่เหมาะสมต่อไป รวมถึงการที่ ก.ช. เสนอให้มีการปรับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุข (พ.ต.ส.) จากเดิมที่เคยได้ ๙๐๐ บาทต่อเดือน เป็น ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน
การยกเลิกระบบซีไปเป็นระบบแท่งที่เราเข้าใจกัน มีข่าวดีเล็กๆว่า จากการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ก.พ. มีความเป็นไปได้สูงที่ รังสีเทคนิคตำแหน่งนัก..ฯและเจ้า..ฯ ที่มีใบประกอบฯ จะได้ถูกจัดไปอยู่แท่งวิชาการ
เรื่องที่พูดวิจารณ์กันนานที่สุด และกลายเป็นประเด็นร้อนแรงคือ เรื่องประกาศของสภาการพยาบาล ห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง หรือผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ให้ยาหรือสารละลายทางหลอดเลือดดำ ในทางปฏิบัติเมื่อพยาบาลไม่ฉีด แล้วรังสีเทคนิคจะวางตัวอย่างไร จะให้ฉายเอกซเรย์อย่างเดียวหรือจะให้ทำอย่างไร ซึ่งโดยข้อเท็จจริง ในการปฏิบัติงานของชาวรังสีบางคนก็ได้ทำตรงนี้อยู่แล้ว ทั้งที่รู้ว่าทำไม่ได้ ต่อไปนี้จะให้ชาวรังสีทั้งหลายทำอย่างไร ทุกคนอึดอัดมากในเรื่องนี้ ในการอภิปรายวันนั้น ก.ช. ก็ได้ยืนยันต่อผู้ร่วมฟังการอภิปรายทุกท่านราว ๒๐๐ คน ต่อการที่ ก.ช. ได้มีแนวทางในเรื่องประกาศของสภาการพยาบาลฯ ว่า ก.ช. จะได้หารือไปยังองค์กรทั้งสามองค์กรตามที่กล่าวข้างต้น มีการถกกันอย่างเคร่งเครียด ซึ่งมีความเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมแยกเป็นสองส่วน
ส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า รังสีเทคนิคหรือรังสีการแพทย์ควรฉีดเพราะ ควรเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส เป็นการเปิดโอกาสให้ชาวรังสีทั้งหลาย ได้ทำหน้าที่ีนี้ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งไม่ควรจะปล่อยให้ผู้ป่วยนอนรอด้วยความเสี่ยง เราควรเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยความเมตตายึดความอยู่รอดของผู้ป่วยเป็นหลัก เอาผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง และในสภาพการณ์ปัจจุบัน ก็มีชาวรังสีจำนวนไม่น้อยที่ทำหน้าที่ฉีดทั้งที่ไม่มีหน้าที่จึงทำให้เกิดความอึดอัดมาก
อีกส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า รังสีเทคนิคหรือรังสีการแพทย์ไม่ควรฉีด เพราะไม่ได้ฝึกทำเรื่องนี้อย่างถูกต้อง ในหลักสูตรที่เรียนในมหาวิทยาลัยก็ไม่มีการสอนเรื่องนี้ และที่สำคัญคือรังสีเทคนิคไม่มีหน้าที่ตรงนี้ หากเกิดอะไรกับผู้ป่วยทั้งที่เราทำไปด้วยความเมตตา แต่ทำให้ผู้ป่วยเดือดร้อนหนักขึ้นและเราก็เดือดร้อนด้วยเพราะจะถูกฟ้องร้องได้ ชาวรังสีหรือพยาบาลไม่ใช่ขาดความมีเมตตาหากไม่ทำตรงนี้ และเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส แต่เป็นเรื่องวิกฤติของคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง แล้วทำไมเราจะต้องไปรับวิกฤติของเขาเหล่านั้นมาใส่ตัวเรา เป็นเรื่องไม่ควรอย่างยิ่ง ควรนิ่งไว้ก่อนดีกว่า
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ ก.ช. ก็ได้ยืนยันอีกครั้งว่า ก.ช. จะได้หารือไปยังองค์กรทั้งสามองค์กรตามที่กล่าวข้างต้น ผลออกมาเป็นเช่นไรจะได้นำมากำหนดมาตรการกันต่อไปอีกครั้ง
มาตรฐานของนักรังสี คือ ถ่ายx,สแกน.ฉายแสง เป็นต้น แต่มีน้องนักรังสีอยู่บางท่าน ที่ทำงานเกินมาตรฐาน เช่น ฉีดสารทึบรังสีได้ ฉีด(บริหารสารเภสัชรังสี)ได้ เป็นต้น เหล่านี้คือการทำงานที่เกินมาตรฐาน ซึ่งคนเหล่านี้การที่เขากล้าที่จะทำเช่นนี้แสดงว่าเขามีความสารมารถ มีความรอบรู้ ว่าควรหรือไม่ควรทำ แล้วเขาก้อตัดสินใจทำ เหล่านี้คือ คนที่องค์กรยุคปัจจุบันต้องการ ชาวเราน่าจะเปลี่ยนวิกฤตินี้ใ้หเป็นโอกาศ แต่ต้องด้วยความรอบรู้และรอบคอบ
ด้วยความเป็นวิชาชีพ โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าเราควรจะต้องรับผิดชอบในสายวิชาชีพเราให้ดีเสียก่อน อันประกอบด้วยการปฏิบัติงานทางด้านรังสีเป็นหลัก แต่เนื่องจากเท่าที่เห็นเราไม่มีมาตรฐานในการปฏิบัติงานเพราะว่าไม่มีกฏข้อบังคับที่เป็นมาตรฐานในวิชาชีพ กฎหรือ พ.ร.บ. ต่างๆที่ออกมาก็ไม่ได้ใช้บังคับกับนักรังสีทุกท่าน ทุกสถานที่ปฏิบัติงาน ทำให้เสื่อมมาตรฐานและเกิดการอิ่มตัวไม่พัฒนางานเพราะมีความเหลื่อมล้ำแม้แต่ในสายวิชาชีพเราเอง หากเป็นไปได้อยากให้สายวิชาชีพเรามีมาตรฐานมากกว่านี้และเท่าเทียมกันใน หากมีการพิจารณาด้านสาขาไม่ว่าจะเป็นวินิจฉัย เวชศาสตร์ รังสีรักษา ก็อยากให้เป็นกฎเกณฑ์ที่ใช้ได้ทั่วประเทศ ทุกสังกัด กระทรวง ทบวง กรม เพื่อความเป็นมาตรฐาน เพราะโดยส่วนตัวทุกวิชาชีพล้วนมีความสำคัญและความเสี่ยงเช่นเดียวกันเพียงแต่แตกต่างกันคนละหน้าที่เท่านั้น ไม่เว้นแม้แต่แพทย์กับเราซึ่งจะเห็นว่าในสังคมไทยนั้นเหลื่มลำอย่างชัดเจน