มีนิสิตหลายคนที่ทำวิจัยในลักษณะ R&D และการเขียนรายงานการวิจัยมักพบปัญหาว่าจะเขียนรายงานวิจัยอย่างไร ส่วนไหนควรอยู่บทที่ 3 ส่วนไหนควรอยู่บทที 4 และบททที่ 5 เขียนอย่างไร

      การเขียนรายงานการวิจัยแบบ R&D นั้นถ้าใช้รูปแบบการวิจัยแบบเชิงทดลองแล้วจะพบปัญหาการเรียนรายงานวิจัยว่าไม่สามารถเขียนรายงานได้อย่างสอดคล้อง ทางที่ดีผู้เขียนรายงานการวิจัยควรเขียนในรูปแบบ R&D จะเขียนได้ง่ายกว่า

       โดยขั้นตอนของการ research และ Develop ขั้นต้น เช่น ขั้นตอนของการพัฒนาสื่อ ในช่วงของการสำรวจความต้องการ การวิเคราะห์เนื้อหา และให้ผู้เชี่ยวชาญเนื้อหาตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา การนำไปทดลองกับกลุ่มย่อย 1:1 กลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ การหาความเชื่อมั่นของเครื่องมือ หรือข้อสอบ สิ่งเหล่านี้ควรเขียนไว้ในบทที่ 3 เพราะเป็นขั้นของการพัฒนา

            ส่วนในบทที่ 4 นั้นจะเป็นผลของการวิจัยตามจุดมุ่งหมายของการวิจัย จุดมุ่งหมายของการวิจัยตั้งไว้อย่างไร เราก็เขียนผลตามกรอบของจุดมุ่งหมายการวิจัย

           ส่วนบทที่ 5 ตามรูปแบบใหม่ของการเขียนรายงานการวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ตัด ส่วนของวัตถุประสงค์และขั้นตอนการทำวิจัยออก เหลือแต่ส่วนของ สรุปและอภิปรายผลเท่านั้น

             และการเขียนข้อเสนอแนะ ก็เขียนตามผลของสิ่งที่ค้นพบจากการวิจัย ซึ่งอาจเขียนข้อเสนอแนะผลงานวิจัยแบบ R&D ได้ออกเป็นสองส่วนคือ

              ข้อเสนอแนะทั่วไป แบ่งเป็นข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ ซึ่งส่วนนี้คือการให้ข้อเสนอแนะไว้ว่าถ้ามีคนต้องการนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ เค้าควรทำอย่างไร เตรียมอะไร เช่น ต้องเตรียมความพร้อมของผู้เรียนอย่างไร ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือข้อเสนอแนะในการพัฒนา กล่าวคือถ้าผู้อ่านงานวิจัยมีความประสงค์จะทำงานวิจัยตามแนวนี้เค้าควรทำอย่างไร มีสิ่งใดที่ผู้วิจัยพบจากการวิจัยแล้วควรทำตาม เช่น ควรใช้สีพื้นหลังอย่างไร ควรใช้เสียงประกอบอย่างไร ควรออกแบบตามแนวทางทฤษฎีการเรียนรู้ แต่ถ้าสิ่งใดเป็นความรู้ทั่วไปที่ไม่ต้องบอก ไม่ต้องเสนอแนะคนทั่วไปก็รู้อยู่แล้ว เช่น ผู้วิจัยควรให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แล้ว ถือว่าเป็นข้อเสนอแนะที่ไม่ได้ค้นพบจากการวิจัย