มีคนถามผมกันนักหนาว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมถึงอยากเดินไปในแนวทางที่ไม่ค่อยมีคนที่อยากจะเดินไป เพราะมันไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเงิน เป็นตัวหลักเลย
แต่ตัวผมเองก็จะบอกกับตัวเองเสมอว่า เราเดินมาถูกทางและจะขอเดินทางนี้ต่อไปเพราะยังมีหลายคนมากมายที่ยังรอการช่วยเหลือของเรา ใจผมมันบอกอย่างนั้น ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่แปลกคนนะผมว่า
กฎหมายด้านสถานะบุคคล ผมรู้จักและเข้าใจก็ตอนที่ผมเรียนปี 4 ในมหาวิทยาลัยพายัพ ซึ่งที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นสถานศึกษาที่ สั่งสอนให้ผมเข้าถึงประชาชนและมีความรู้ นั่นก็เป็นสิ่งที่เป็นปณิธานของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ที่ว่า "ความรู้คู่คุณธรรม"
ด้วยเหตุนี้เองที่เป็นสิ่งที่ส่งให้ผมมองกลับจากแนวความคิดเดิมเดินกลับทางมามุ่งศึกษาในด้านกฎหมายสถานะบุคคล โดยมีเหตุผลที่อยากจะเข้าใจถึงตัวกฎหมายนี้อย่างถ่องแท้
เพราะอะไร นั่นก็คือ ความรู้ที่จะนำไปช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อน ผิดไหมนะที่เราคิดแค่นี้
ในช่วงที่เรียนอยู่ปี 4 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายก็ได้มีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปที่บ้านท่าตอนอำเภอแม่อาย พร้อมอาจารย์ เอ๋ อาจารย์วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล และอารย์เพชร อาจารย์ สิทธิพร ภู่นริศ เมื่อไปถึงได้เห็นชาวบ้านเข้ามาโผกอดอาจารย์ทั้งสองท่าน ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเราประหลาดใจยิ่งนัก
ต้องขอกล่าวในที่นี้เลยว่า ตั้งแต่เรียนมานั้นยังไม่เคยพบเห็นถึงเหตุการณ์อย่างนี้เลย จุดนี้ละที่ทำให้ผมเริ่มที่จะเปลี่ยนความคิด แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรอยู่ดี? แล้วตั้งแต่นั้นมาก็เริ่มที่จะศึกษาและทุ่มเท กลับกฎหมายด้านสถานะบุคคลแต่ก็นะครับ มันก็เหมือนมีอะไรเข้ามาเบี่ยงเบนเข็มชีวิต ตัวเองไปเมื่อรู้ตัวเองอีกครั้งต้องยอมรับเลยว่าเกือบของเกือบสายไปเลย ในที่นี้ตัวผมเองก็ต้องขออนุญาตกล่าวถึงบุคคลที่ช่วยนำแสงสว่างให้ผมเดินกลับมายังอุดมการณ์เดิมได้อีกครั้ง
ท่านแรก อาจารย์แหวว อาจารย์พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร อาจรย์แหววเป็นอาจารย์ที่คอยช่วยชี้นำแนวทาง และคอยดูแลแม้จะอยู่ห่างไกลกันแต่อาจารย์ก็ไม่เคยละทิ้งให้ผมต้องโดดเดี่ยวเลย ซึ่งตัวผผมเองก็ต้องขอกล่าวว่าขอขอบคุณอาจารย์แหวว อย่างมากเลยครับ
ท่านที่สอง อาจารย์ เขตไท ลังกาพิน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ เป็นอาจารย์ผู้เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตและการศึกษาเล่าเรียนที่อาจารย์ได้สั่งสอนและแนะนำมาเสมอ ขอบคุณอาจารย์ครับ
ท่านที่สาม อาจารย์ สุชาดา รัตนพิบูลย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหวิทยาลัยพายัพ อาจารย์ สุชาดาหรือที่ลูกศิษย์ จะเรียกอาจารย์ว่าอาจารย์ต๊อก ต้องขอกล่าวว่าอาจารย์ต๊อกเป็นอาจารย์ที่รักลูกศิษย์มากๆไม่ว่าจะเป็นใคร มีปัญหาอย่างไรเข้าไปปรึกษาอาจารย์ต๊อกได้(ยกเว้นเรื่องเงิน) อาจารย์ต๊อกจะถามเสมอเมื่อเจอหน้าผมว่า วิทยานิพนธ์ทำถึงไหนแล้ว อยู่เสมอ ต้องขอขอบคุณอาจารย์มากๆเลยอะครับ
ท่านที่สี่ อาจารย์ วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล จากที่ได้กล่าวมาในตอนต้นว่าในช่วงปี 4 นั้นได้ลงพื้นที่แม่อายกับอาจารย์ และเป็นบุคคลที่ทำให้ตัวผมมองกลับไปมองดูตัวเองว่าว่าตัวเองเป็นใครและต้องการอะไรในการเดินทางต่อไปในอนาคต และเป็นอาจารย์ที่ช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ ในเรื่องกฎหมายสถานะบุคคลให้ผมเป็นอย่างมาก และกล่าวได้ว่าที่มีผมในวันนี้ก็เพราะการสร้างจากอาจารย์เอ๋ ซึ่งตัวผมต้องขออนุญาตกล่าวในที่นี้เลยว่า ผมขอโทษอาจารย์เอ๋อย่างมากครับที่ทำตัวไม่ดีไป แต่อาจารย์เอ๋ก็ยังช่วยให้ผมได้กลับมาสู่ทางเดินนี้อีกครั้ง ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะหลายสิ่งที่อาจารย์เอ๋ได้เคยสั่งสอนและแนะนำผมมา ขอขอบคุณอาจารย์เอ๋ ครับ
ท่านที่ห้า อาจารย์ สิทธิพร ภู่นริศ อาจารย์เพชร ก็เป็นอีกท่านที่ช่วยเหลือผมจนทำให้มีผมในวันนี้ เพราะอาจารย์เพชรจะพยายามสั่งสอนในเรื่องทุกอย่างที่ผมควรรู้ให้ผมได้รู้และเข้าใจเสมอ ผมก็ต้องขอโทษอาจารย์เพชรครับที่ทำให้อาจารย์ต้องเป็นกังวลขอโทษครับ และขอขอบคุณอาจารย์ครับที่ช่วยสั่งสอนผมเสมอ
สวัสดีเจ้า
มาเป๋นก๋ำลังใจ๋หื้อเจ้า
สังคมเฮา ยังต้องก๋านคนตี้ทำงานแต้ๆแบบคุณแห๋มนักเจ้า
ขอหื้อมีความสุขกับสิ่งตี้ทำอยู่เน้อเจ้า
ขอบคุณเจ้า...
สวัสดีครับ
ผมเป็นกำลังใจให้นะครับ
ทำสิ่งดีๆต่อไปนะครับ
ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจ โปรดติดตามถึงแนวทางการเดินของชีวิตผมด้วยนะครับ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนด้วยครับ
โอ๊ต มาแว้วนะครับ พี่ก๊อตจิ
สู้ๆ นะเพื่อน
สวัสดีค่ะ
* เป็นกำลังใจให้นะคะ
* สุขกายสุขใจค่ะ
สวัสดีขอรับ ^^
สู้ๆๆๆ ครับ พี่ ^o^
จะไปเชียงใหม่ในวันที่ ๒๘ - ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๒
จะกินหมูกะทะกับเจ้าหัวรถไฟ
เธอจะมาแจมไหมล่ะ
แล้วเมื่อไหร่ฉันจะเห็นหลานย่ะ
เรียนอาจารย์ครับ
ช่วงนี้ไม่ได้อยู่ที่เชียงรายเชียงใหม่เลยนะครับ
ถูกส่งไปทำงานที่ อ.คลองใหญ่จังหวัด ตราดนะครับ
ได้อะไรกลับมาหลายหลาก ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีครับ
เด๋ยวรอลูกซะ สามสี่เดือนนะครับจะพาไปพบอาจารย์ครับ
เคยอ่านบันทึกนี้แล้ว
มาอ่านแล้วอีกครั้ง
ก็ยังชอบ
สวัสดีคะ
มาเป็นกำลังใจให้คะ