ถ้ารอดก็เป็นบุญของเจ้า

....เมื่อเจ้าสี่ขา ขี่เครื่องบิน....

ผบ.ทบ.ที่บ้านไปเป็นหลวงพี่ที่วัดแถวบ้านพักหนึ่ง  วัดชนบท

วันที่สองของการจำวัดมีเสียงเจ้าสี่ขาตัวจ้อย  ร้องหงิง ๆ แผ่ว ๆ มาก

เมื่อด้อม ๆ เดินท่อง เที่ยว เทียว มองหา จึงไปพบเจ้า แผลกลางลำตัวเป็นแผลเขี้ยวของสัตว์ใหญ่ ตระกูลเดียวกันกัด กัดจมมิดกระมัง ถึงได้เลือดออกมากขนาดนั้น

หลวงพี่นำตัวมาชะล้างทำแผล  จึงเห็นว่าเจ้ามีสีขนสีขาว แรกเปรอะเปื้อนด้วยเลือด มองไม่ออก  ฟังแล้วเห็นภาพว่าคงสาหัสสากรรจ์

หลวงพี่เล่าว่า พระในวัดเดียวกันที่อยู่มานานกว่า ให้คำทำนายว่าไม่น่ารอด ถ้ารอดก็เป็นบุญของเจ้า และผู้ช่วยให้เจ้ารอด

หลวงพี่ไม่ได้คิดหวัง ทำหน้าที่ที่คิดว่าน่าทำ ชะล้างแผล ให้นม(ป้อน) กำลังคิดต่อว่าจะพาไปหาสัตวแพทย์  บังเอิญฝนกำลังตกหนัก รี ๆ รอ ๆ รอไปรุ่งเช้า  ตอนพบเป็นย่ำค่ำ

เช้าอีกวัน  เหมือนภาพยนต์ที่มีผู้แสดงคนละคน..เอ๊ย ตัว

เจ้าลุกเดินได้

และเพิ่งเห็นว่าอายุยังไม่มาก ไม่เกินหนึ่งเดือน

อึดและมีเลือดทรหด  หลวงพี่เริ่มพอใจเจ้ามาก ๆ

บิณฑบาตรมาก็แบ่งอาหาร น้ำให้

ทำแผลต่อเนื่อง  อาการดีขึ้นเร็วมาก

กำลังคิด ๆ (ว่าง มีสมาธิจึงคิดบ่อย) และคิดรอบคอบ  อยากนำกลับมาเป็นเพื่อนที่บ้าน  ติดที่ว่าแม่บ้าน(ดิฉันเองแหละ)  มักผัดผ่อนเสมอ ๆ เวลาคุยเรื่องเลี้ยงเจ้าสี่ขาสักตัว

ยอมรับค่ะ เพราะเคยรับรู้ และอ่านหนังสือ บทความมาว่าเราต้องรัก ทุ่มเท ดูแลเขาเหมือนเป็นเพื่อน เป็นลูก..กลัวตัวเองทำไม่สำเร็จ

....เมื่อหลวงพี่ดูแลเจ้าจนหน้าตาพอดูได้ จึงถ่ายรูปส่ง MMSโชว์มาทาง โทรศัพท์มือถือ....ไม่หวังอะไร เพียงเล่าสู่กันฟัง

เมื่อดิฉันได้เห็นภาพที่ส่งมา..........(มีต่อ)