วิธีการสอนเขียนเรื่องสั้นนี้ครูพรรณา ตั้งความมุ่งหวังเพียงให้นักเรียนรู้จักและเขียนเรื่องสั้นได้ตามรูปแบบของการเขียนเรื่องสั้น.......ส่วนจะเขียนได้ดีขนาดไหนขึ้นอยู่กับความสนใจใคร่รู้และฝึกฝนของนักเรียนเป็นหลัก.............ผลสำเร็จของงานชนิดนี้ไม่ได้อยู่ที่ความพึงพอใจของผู้สร้างเพียงอย่างเดียว....

เมื่อครูพรรณาสอนเขียนเรื่องสั้น........  จากผลงานนักเรียนการเขียนเรื่องสั้นที่ได้นำเสนอไว้ที่บันทึก รัสนิยายสื่อสร้างสรรค์สังคมไทย >>>> ………..>>>>  ครูพรรณา  ใช้วิธีการเรียนรู้ทางภาษา คือ อ่าน ดู ฟัง พูด เขียน สื่อความ และสร้างสรรค์ผลงาน   โดยอาศัยกระบวนการกลุ่มและตนเองเป็นหลัก  .......ได้กำหนดเนื้อหาการเรียนรู้ไว้ ๔ หน่วย คือ ๑ คำสื่อความหมาย.....๒ ขยายความคิด......๓ จินตนาการสรางเรื่องและภาพ.......๔ รัสนิยาย....

ในหน่วยรัสนิยายนี้ได้กำหนดเวลาไว้  ๒๐  ชั่วโมง  โดยมีเนื้อหาดังนี้

๑.  ทดสอบเขียนเรื่องสั้นที่มีเนื้หาเกี่ยวกับยางลบ.......ก่อนการเรียนรู้.....ดูว่านักเรียนเขียนได้หรือไม่

๒.  รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องสั้น >>  ลักษณะของเรื่องสั้น  องค์ประกอบของเรื่องสั้น  ชนิดของเรื่องสั้น  เทคนิคการเขียนเรื่องสั้น

๓.  การพินิจเรื่องสั้น >> อ่านเรื่องสั้นที่นำมาเป็นตัวอย่าง ( เลือกตัวอย่างที่ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ) แล้วพินิจคุณค่าของเรื่องสั้น

๔.  วิเคราะห์องค์ประกอบของเรื่องสั้น >> อ่านเรื่องสั้นที่เป็นตัวอย่างแล้ว วิเคราะห์ ตามความรู้ที่เรียนในข้อ ๑  ........เน้นการถอดโครงเรื่อง

๕.  ใช้แผนภาพความคิดโครงเรื่องในการเขียนเรื่องสั้น >>  นำเรื่องสั้นตัวอย่างที่อ่านมาถอดเป็นแผนภาพความคิดของเรื่อง.....และโครงเรื่องตามลำดับ

๖.  ฝึกสร้างเรื่อง....... เช่น  ส่งหินให้คนละก้อน......และถามนักเรียนว่าหินก้อนนี้จะทำให้เกิดเรื่องราวได้อย่างไร......คำตอบที่ได้หลากหลาย......เช่นปาหัวคน.......แล้วเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร.........นักเรียนคิด......แล้วลองสร้างเรื่องจากก้อนหิน

๗.  ฝึกสร้างโครงเรื่อง........จากสถานการณ์ก้อนหิน......ให้นักเรียนฝึกวางโครงเรื่องโดยใช้แผนภาพความคิดโครงเรื่องเป็นตัวนำทาง.....และวางโครงเรื่องจากการเรียนรู้ในข้อ ๖

๘.  ฝึกสร้างตัวละคร>> นักเรียนรับความรู้เรื่องการสร้างตัวละคร......แล้วฝึกสร้าง. .......ขั้นนี้ครูกำหนดให้ยางลบ  เป็นตัวละคร......นักเรียนสร้างลักษณะนิสัย....รวมทั้งความเป็นมาของยางลบ......ตามที่นักเรียนอยากให้เป็น >> ....นักเรียนจะใช้ความรู้เรื่องการเชื่อมโยงความคิดที่เรียนผ่านมาจากหน่วยการเรียนรู้ขยายความคิด

๙.  ฝึกสร้างฉาก >> รับความรู้เรื่องการสร้างฉาก  .....ฝึกสร้างฉากหรือสถานการณ์โดยมียางลบเป็นตัวละครในฉาก

๑๐.                    ขั้นตอนการเขียนเรืองสั้น >> รับความรู้เรื่องขั้นตอนการเขียนเรื่อง.....ขั้นเตรียม  ขั้นเขียน ขั้นยกร่าง  ขั้นบรรณาธิการกิจ  ขั้นจัดทำต้นฉบับ

๑๑.                    ฝึกเขียนเรื่องสั้นจากหัวข้อเรื่องที่ครูกำหนดให้ >> ในขั้นนี้ครูกำหนดให้เขียน

- เรื่องสั้นเกี่ยวกับยางลบ...... เพราะต้องการให้นักเรียนเขียนเรื่องจากสิ่งใกล้ตัวและต้องการดูการเชื่อมโยงความคิดและการนำเสนอของนักเรียน        ( เป็นการบังคับความคิด )

                   - เรื่องเกี่ยวกับศรีบูรพา.....เพื่อดูว่านักเรียนมีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมหลังจากร่วมกิจกรรมเยี่ยมบ้านศรีบูรพาแล้ว ( เปิดโอกาสให้ได้ศึกษาและดัดแปลงเรื่อง )

๑๒.      เขียนเรื่อสั้นแนวสร้างสรรค์ โดยเขียนเรื่องจากข้อความเริ่มเรื่อง.....ครูให้นักเรียนฟังเพลงอิ่มอุ่นแล้วเขียนเรื่องจากเพลง ..... เป็นการทดสอบหลังการเรียนรู้......ในขั้นนี้นักเรียนต้องสร้างผลงานอยู่กับครูตลอดเวลา......ครูให้เวลานักเรียนตั้งแต่ ๓ – ๕ ชั่วโมง ......ต้องสอบนอกเวลา.....แต่ไม่วัดผลเกี่ยวกับขั้นตอนการเขียน

ในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนครูผู้สอนมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องส่งเสริมผู้เรียนให้ประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์ผลงานด้วยการชี้แนะแหล่งเรียนรู้ แนะนำ ให้กำลังใจ  และร่วมชื่นชมผลงานของนักเรียนอยู่เนืองๆ  ซึ่งเป็นแรงเสริมให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์ผลงาน

 

การสอนเขียนเรื่องสั้นนี้ครูพรรณา  ตั้งความมุ่งหวังเพียงให้นักเรียนรู้จักและเขียนเรื่องสั้นได้ตามรูปแบบของการเขียนเรื่องสั้น.......ส่วนจะเขียนได้ดีขนาดไหนขึ้นอยู่กับความสนใจใคร่รู้และฝึกฝนของนักเรียนเป็นหลัก.............จอมยุทธควรรู้จักเลือกกระบี่เป็นเบื้องต้น และเสาะหาฝึกปรือร่ายรำเพลงกระบี่..............ก่อนท่องยุทธภพ

 การวัดผลการเรียนรู้.......แบ่งออกเป็น ....ความรู้ ......๑๐  คะแนน   ความขยันหมั่นเพียร....... ๕๐  คะแนนน  การตรงต่อเวลา.....๒๐  คะแนนน  ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน......๓๐  คะแนน

เราวัดความสามารถของนักเรียนโดยเก็บผลงานทุกขั้นตอนของการเรียนรู้....เมื่อสร้างผลงานเสร็จแล้ว...ก็เทียบเคียงกับผลงานที่ปฏิบัติในห้องเรียน.......ว่าเปลี่ยนแปลงไปมากหรือไม่...ซึ่งขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงครูควรได้รู้เห็นด้วย....ไม่ใช่ในห้องเรียนไม่ทำอะไรเลย...หรือทำพอผ่านๆ ไปที...จากนั้นนำผลงานที่ดีมาส่งครู......ถ้าเป็นถึงขั้นนี้ก็ต้องให้นักเรียนอธิบายขั้นตอนการทำงานให้ทราบ เช่น...แนวคิด..โครงเรื่อง...การสร้างเรื่อง...หรือแรงบรรดาลใจอะไร.......จากการอ่านผลงานของนักเรียนซ้ำบ่อยๆ ( ต่อคน ) พอจะทำให้เราทราบได้ว่าเรื่องใดนักเรียนลอกแบบ  เลียนแบบ  ดัดแปลงเรื่อง  แต่งเอง.......การกำหนดเนื้อหาของเรื่องให้นักเรียนเขียน....เป็นการวัดความสามารถได้ในระดับหนึ่ง.....เพราะการตัดต่อเรื่องให้เข้ากับเนื้อหาที่ครูกำหนดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย........ถ้านักเรียนสามารถดัดแปลงเรื่องได้ก็ถือว่าการเรียนรู้นั้นสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว......

คุณอาจสงสัยว่าทำไมคะแนนความขยันหมั่นเพียรมากนัก......เหตุที่ตั้งไว้มากถึงเพียงนี้ก็เพราะการสร้างสรรค์ผลงานชนิดนี้ต้องขยันอ่าน เขียน ปรับปรุง  และแก้ไขผลงาน.......ผลสำเร็จของงานชนิดนี้ไม่ได้อยู่ที่ความพึงพอใจของผู้สร้างเพียงอย่างเดียว....