ตำนานเรือนจำไม้แห่งสุดท้ายของประเทศไทย

ทราบมั๊ยค่ะว่าเรือนจำไม้แห่งสุดท้ายของประเทศไทยอยู่ที่ไหน  ซึ่งเรือนจำดังกล่าวเป็นเรือนจำเก่าแก่แห่งหนึ่งของกรมราชทัณฑ์  ที่มีกำแพงทำด้วยไม้  และได้มีเรื่องเล่าขานกันมา  ครั้งหนึ่งกำแพงเรือนจำดังกล่าวได้ล้มลงเพราะลมพายุรนแรง  ผู้ต้องขังในเรือนจำ แห่งนั้นไม่หนีค่ะ (แปลกนะค่ะ)  แต่กลับช่วยกันซ่อมแซมเรือนจำให้เหมือนเดิม  (น่ารักมาก)           

จากดิฉันได้อ่านประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ได้ทราบาว่าเรื่อนจำที่ว่านี้อยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนค่ะ และทราบมั๊ยค่ะว่าตั้งอยู่ที่ใด ลองอ่านดูนะค่ะ (ฉบับย่อ)

จากประวัติการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่สามารถหาหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่บ่งบอกถึงการสร้างเรือนจำแม่ฮ่องสอนว่าได้สร้างขึ้นเมื่อใด  ในสมัยใด  แต่พอสรุปได้ว่าในสมัยที่ใช้กฎหมายตราสามดวงยังไม่มีการก่อสร้างเรือนจำที่มีกำแพงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากเป็นเมืองเล็ก    และต่อมา  พระสุมณฑ์ศาสนกิตติ์ เจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ให้คำสัมภาษณ์กับ  นายทวีรัตน์  นาคเนียมว่า  “วัดก้ำก่อก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบันประมาณ  107 ปี เรือนจำก็น่าจะมีอายุประมาณ 100ปี เดิมวัดก้ำก่อ ตั้งอยู่ที่โรงเรียนเทศบาลในปัจจุบัน เดิมเป็นสวนกล้วยของเจ้าหลวง (เทียบเท่าผู้กำกับเมือง) เจ้าหลวงให้ย้ายวัดจากที่เดิมให้มาอยู่ในที่ปัจจุบันเพราะที่เดิมเปลี่ยวและโจรกระเหรี่ยงชุกชุม เกรงจะเป็นอันตรายและที่ส่วนหนึ่งวัดก็ได้สร้างเรือนจำขึ้น เรือนจำแม่ฮ่องสอนและวัดก้ำก่อได้อาศัยซึ่งกันและกันมาตลอด”

ค่ะส่วนเรื่องที่นักโทษไม่หนีก็เพราะว่า นักโทษพวกนี้ติดฝิ่น  ถ้าหนีก็ไม่รู้จะหนีไปไหน  และมีนักโทษบางคนเข้าเรือนจำบ่อยจนเป็นที่รู้จักดี เช่น นายหอก ติดเพราะกินฝิ่นค่ะ  อีกคนคือนายจำเบื่อ  เพราะติดจนทางเรือนจำเบื่อ เลยเรียกนายจำเบื่อและมีนายสีกะล้อ  เป็นศิลปินประจำคุก  และสาเหตุที่ติดฝิ่นกันก็เพราะสามารถรักษาโรคได้ด้วย  เพราะในสมัยก่อนการแพทย์ยังไม่เจริญ จึงใช้ฝิ่นรักษาโรคกันค่ะ  นี่อย่างย่อนะค่ะ  ถ้าลองอ่านแล้วรู้สึกสนุกมาก ดิฉันไม่เคยอ่านหนังสือประเภทนี้เลยเพราะรู้สึกไม่ชอบ  แต่พอลองอ่านแล้วก็รู้สึกชอบค่ะ  เริ่มอ่านตั้งแต่เรื่องประวัติของลำพูน   และของจังหวัดเชียงราย  ที่มีตำนานเล่าต่อกันมา  สนุกนะค่ะ