วัณโรค

วัณโรคยังคงเป็นปัญหาทางด้านสุขภาพของประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรี   จากการรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง3ปี คือตั้งแต่ปีงบประมาณ 2548, 2549 และ 2550  พบว่ามีผู้ป่วยวัณโรคขึ้นทะเบียนรักษา ณ  โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง   จำนวน   486,414  และ 401  ราย   ตามลำดับ    ผลการดำเนินงานพบว่า    อัตราความสำเร็จของการรักษาวัณโรค  ยังไม่ผ่านเกณฑ์  คือร้อยละ 79.03  (เกณฑ์มากกว่าร้อยละ 85)   เนื่องจากมีผู้ป่วยขาดยา,  การรักษาล้มเหลวและเสียชีวิต   ผู้ป่วยขาดยาและการรักษาล้มเหลวเพราะขาดพี่เลี้ยงคอยควบคุม กำกับ การรับประทานยา ทำให้รับประทานยาไม่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง   สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคพบว่าร้อยละ 28  เสียชีวิตจากการติดเชื้อ HIV  และส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ 70-80 ปี  ดังนั้น เนื่องในโอกาสที่วัน วัณโรคโลก เวียนมาถึงในวันที่  24  มีนาคม  2551  นี้  และทางกระทรวงสาธารณสุข  ได้กำหนดคำขวัญในการรณรงค์คือ  รวมพลัง หยุดยั้งวัณโรค  เพื่อเป็นการสร้างกระแสและส่งเสริมให้ชุมชน  เข้าถึงข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัณโรค  ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญในการนำผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านกับผู้ป่วย  และผู้มีอาการสงสัยไปรับการตรวจรักษาอย่างถูกต้อง              จังหวัดเพชรบุรีจึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์   เนื่องในวัน วัณโรคโลก ขึ้น  โดยการจัดนิทรรศการ, เผยแพร่ความรู้และแจกแผ่นพับเรื่องวัณโรค เก็บเสมหะผู้สงสัยส่งตรวจ ฟรี ณ โรงพยาบาลและสถานีอนามัยทุกแห่ง  เผยแพร่ความรู้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเพชรบุรี เสียงตามสาย/หอกระจายข่าวในหมู่บ้าน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการ ระหว่างวันที่  20-31 มีนาคม  2551 นี้

วัณโรคมิได้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธ์ แต่เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ มัยโคแบคทีเรี่ยม ทูเบอร์คูโลซีส  มีรูปร่างเป็นแท่ง มีขนาดเล็กมากมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ต้องย้อมสีด้วยวิธีพิเศษ และดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ขยายจึงจะเห็นตัวเป็นเชื้อวัณโรค ซึ่งวัณโรคสามารถเป็นได้กับทุกส่วนของร่างกาย ที่พบได้มาก คือ วัณโรคปอด ติดต่อโดยการแพร่กระจายจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ทางระบบทางหายใจ โดยผู้ป่วยที่มีเชื้อในเสมหะ เชื้อวัณโรคจากเสมหะที่ปลิวในอากาศโดยไม่ถูกแสงแดด จะมีชีวิตอยู่ได้นาน 8-10 วัน แสงอาทิตย์จะทำลายเชื้อวัณโรคได้ ภายใน 5 นาที และจะถูกทำลายได้ในน้ำเดือด 2 นาที การทำลายเชื้อจากเสมหะที่ดีที่สุด จึงควรใช้ความร้อน เช่น การเผาทิ้ง สิ่งที่จะบ่งบอกว่าเมื่อไรควรจะไปตรวจหาเชื้อวัณโรค คือ ไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ มีไข้ต่ำๆ ตอนบ่าย หรือค่ำ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดอ่อนเพลีย เหงื่อออกตอนกลางคืน มีญาติหรือผู้ใกล้ชิดป่วยเป็นวัณโรค

ข้อควรปฏิบัติเมื่อป่วยเป็นวัณโรค คือ กินยาตามชนิดและขนาดที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และพบแพทย์ตามนัดทุกคครั้ง จนกว่าจะสั่งหยุดยา ซึ่งเมื่อกินยาไปสัก 2 อาทิตย์ อาการจะดีขึ้น ห้ามหยุดยาเป็นอันขาดเพราะจะทำให้เชื้อวัณโรคดื้อยา ทำให้รักษาหายยากมาก ปัจจุบันการรักษาจะใช้การรักษาวัณโรคแบบมีพี่เลี้ยงคอยดูแลผู้ป่วย ซึ่งพี่เลี้ยงในที่นี้อาจจะเป็น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข ญาติหรือบุคคลในครอบครัวก็ได้ โดยจะคอยดูแล กำกับการกินยาของผู้ป่วยวัณโรค พร้อมบันทึกการกินยาของผู้ป่วยเอาไว้ คอยให้กำลังใจให้ผู้ป่วยกินยาให้ครบตามกำหนดการรักษา ให้คำแนะนำการปฏิบัติตนรวมถึงแนะนำเมื่อมีอาการข้างเคียงจากการกินยา หรือแพ้ยา ซึ่งอาการที่พบได้ เช่น มีผื่นคันตามตัว คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ปวดข้อ หูอื้อ อาการตามัว ตัวเหลือง ตาเหลือง (ตับอักเสบ) ในปัจจุบันนี้การรักษาแบบมีพี่เลี้ยง จะทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอัตราความสำเร็จค่อนข้างสูง และการรักษาก็ใช้เวลาเพียง 6-8 เดือนเท่านั้น (ในอดีตใช้เวลานาน 1ปี 6 เดือน ถึง 2 ปี เลยทีเดียว) ข้อควรปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงวัณโรค โดย หมั่นตรวจเช็คร่างกาย เอกซเรย์ปอด อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พ่อแม่ผู้ปกครองควรนำเด็กแรกเกิดไปรับการฉีดวัคซีน บีซีจี ที่โรงพยาบาล/สถานีอนามัย หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่แออัด หากสงสัยในอาการว่าจะเป็นวัณโรคหรือไม่ ก็เข้ารับการตรวจได้ที่โรงพยาบาล/สถานีอนามัยใกล้บ้าน หรือ ที่สถานตรวจโรคปอดบางโคล่ กลุ่มวัณโรค ตรอกนอกเขต ถนนสุดประเสริฐ กทม. โทร 02-2112138 ,สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน พญาไท กทม. โทร 02-2791354

………………………………………………………………………….