คำถามมากมายในชีวิตของพุทธศาสนิกชนที่ต้องเวียนวน ฟัง และ ตอบ ว่าการที่เรานับถือศาสนาพุทธแล้วพระพุทธองค์จะทรงช่วยเราได้อย่างไร?

พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญา พระองค์ช่วยเราได้ด้วยการใช้ปัญญาของท่านมาเป็นจุดเริ่ม จุดดึงให้เรานั้นใช้ “ปัญญาของเรา”

นับตั้งแต่เรื่องหัวใจหลักของพระพุทธศาสนานั้นคือเรื่อง “ทุกข์ และ เหตุให้เกิดทุกข์” ถ้าเรารู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้ เราจะสามารถกำหนดและกำหนดจัดทุกข์ให้หมดสิ้นไปเสียจากชีวี สิ่งนี้คือพระพุทธองค์ทรงช่วยเรา...

หลักในการดำเนินชีวิตอันพระพุทธองค์ได้ทรงตรัสผ่านพระคาถาต่าง ๆ
“พระคาถา” ในศาสนาพุทธนั้นแท้จริงก็คือ “พุทธวัจน์” คือคำพูด คำสอน จากพระโอษฐ์ของพระพุทธองค์
หาใช่ “คาถา” ที่เราเข้าใจ ใช้สวดอ้อนวอน แล้วนั่งรอโชคชะตาให้ฟ้าลิขิต

นับตั้งแต่พระคาถาที่ให้พรทุก ๆ เช้าตอนพระสงฆ์ สาวกของพระพุทธองค์บอกเราว่า
สุขี ทีฆายุโก ภะวะ,
ท่านจงเป็นผู้มีความสุขมีอายุยืน,
อภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุวัณโณ สุขัง พะลัง
ธรรมสี่ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเจริญแก่ผู้ปกติกราบไหว้ มีปกติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่เป็นนิจ

 

ถ้าเราเป็นผู้ปกติคือทำอยู่เป็น “วัตร” ปฏิบัติอยู่เป็นประจำด้วยการ กราบ ไหว้ อ่อนน้อม ถ่อมตน ต่อผู้ใหญ่ เราจะได้รับผลตอบแทนกลับมาสี่ประการด้วยกันคือ ความเจริญด้วยอายุ ความเจริญด้วยวรรณะ ความเจริญด้วยสุข และความเจริญด้วยกำลัง พระพุทธองค์บอกเราไว้อย่างนี้ และทรงช่วยเราได้อย่างนี้ ดังนี้...

พระคาถาของพระพุทธองค์ คือ สิ่งที่เราต้องน้อมนำมาปฏิบัติเป็น “วัตร” เป็นประจำในชีวิตประจำวัน
จากการปฏิบัติเป็น “วัตร” ของเรานั้น เราก็จะได้รับสิ่งต่าง ๆ จาก “เทวดา” นั้นก็คือ “บุคคลรอบข้าง” ของเรานั่นเอง มิใช่เทวดาที่สถิตอยู่ในบ้าน เสาเรือน หรือตามถนนหนทาง

ถ้าหากเรามีบทสวดมนต์ที่เป็นฉบับแปลสักหนึ่งเล่ม
ลองอ่าน ลองพิจารณาให้ดีแล้ว สิ่งต่าง ๆ เรานั้น พระพุทธองค์บอกเหตุและทางดับแห่งเหตุนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินชีวิตของทุก ๆ อย่างก้าวในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้นั้นคือสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงช่วยเรา

มงคลสูตร 38 ประการ อันเริ่มต้นตั้งแต่
“อะเสวนา จะ พาลานัง” การไม่คบคนพาล
“ปัณฑิตานัญ จะ เสวะนา” การคบบัณฑิต
“ปูชา จะ ปูชะนียานัง” การบูชาต่อบุคคลที่ควรบูชา
“เอตัมมังคะละมุตตะมัง” กิจสามอย่างนี้เป็นมงคลอันสูงสุด

มงคลสูตร ทางแห่งความเจริญอันประกอบด้วยองค์ 38 ประการ ถ้าหากเราน้อมนำมาเป็นหลักเป็นการในดำเนินชีวิต “ชีวิตเราย่อมเจริญ”

เจริญด้วยการเดินตามทางแห่งความเจริญที่พระพุทธองค์ทรงช่วยบอกเราไว้ว่า “ชีวิตนี้เราควรทำอย่างไร”?
มิใช่เจริญด้วยการสวดอ้อนวอนให้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลแล้วนั่งงอมืองอเท้ารอความช่วยเหลือ
พอเกิดทุกข์ เคราะห์ซ้ำ กรรมร้าย ก็โทษไปต่าง ๆ นานา ว่า “พระพุทธศาสนามิได้ช่วยอะไร...”
ลองพิจารณาคำสอนของพระพุทธองค์ให้ดีเถิด จะพบสิ่งประเสริฐจริงยิ่งมากหลาย
“พระคาถา” ที่ชี้แนวทางเดินให้ตั้งแต่เมื่อเราเกิด ทุกย่างก้าวจนกระทั่งเราแก่ เจ็บ และตายไป
“พระคาถา” ที่สอนเราแม้กระทั่งว่า คู่ครองที่ดีนั้นเป็นอย่างไรนั้นก็มี
“พระคาถา” เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสบอกไว้เพื่อเป็นทางแห่งการดำเนินชีวิตทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์
เหนือสิ่งอื่นใด พระพุทธองค์ทรงให้เราปฏิบัติ
ปฏิบัติด้วยตน เพื่อตน ให้พ้นภัย

ตนเป็นที่พึ่งของตนทุกคนรู้
แต่ตนต้องเดินคู่ทางเจริญ ท่านบอกได้
ควรศึกษา ให้ถึงแก่น ของจิตใจ
พุทธศาสนาไซร้ ช่วยเราได้ ถ้าปฏิบัติจริง

ปฏิบัติตาม คำสอน พระพุทธองค์
เดินตามอย่าง พระอริยสงฆ์ ทรงคุณ “มั่น”
ภูริทัตตะ มหาเถระ ทรงคุณอนันต์
แบบอย่างอัน ประเสริฐยิ่ง ของผองไทย

พระพุทธองค์ ท่านทรงตรัส คาถามิ่ง
ชี้ทางนิ่ง แลสงบ สยบพลั่น
ดับกิเลส เฉดกามหนี ทุกข์พลีพลัน
ชีวิตนี้ ของเรานั้น จักเจริญ…