คุณจริยา..พี่จี หัวหน้าทีม KM-ANC
ประมาณครึ่งหนึ่งของทารกที่เสียชีวิตในครรภ์เกิดขึ้นในกลุ่มมารดาที่มีภาวะเสี่ยงต่ำ ซึ่งหมายถึงกลุ่มมารดาที่ปรกติไม่มีโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้นซึ่งมารดาในกลุ่มนี้มักจะไม่ได้รับการตรวจคุณภาพทารกในครรภ์เพราะไม่มีข้อบ่งชี้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการที่จะให้มารดามีส่วนร่วม ในการดูแลทารกในครรภ์เองในช่วงที่ไม่ได้มารับการตรวจในโรงพยาบาล ซึ่งได้แก่ การนับลูกดิ้นในครรภ์ วิธีนี้สามารถปฏิบัติได้ง่ายทำได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ซึ่งวิธีนี้น่าจะมีบทบาทมากว่าวิธีอื่น ๆ ที่จะต้องอาศัยเทคโนโลยีที่มีราคาแพง และไม่สามารถทำได้ตลอดเวลาและวิธีนี้เหมาะสมอย่างยิ่งในมารดาทุกรายไม่ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่ก็ตาม
การให้ความสำคัญเรื่องการนับลูกดิ้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เพราะต้องสร้างการมีส่วนร่วมของหญิงตั้งครรภ์ในการดูแลตนเองโดยการนับลูกดิ้นและการบันทึกลูกดิ้น และการมาพบแพทย์อย่างทันท่วงทีในกรณีที่ลูกไม่ดิ้นเพื่อให้แพทย์ตรวจประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ ซึ่งการให้ความรู้เรื่องการนับลูกดิ้นอย่างจริงจังและเป็นระบบจะเป็นวิธีหนึ่งที่สำคัญในการลดอัตราการตายของทารกในครรภ์มารดาได้
"ช่วยเข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้เลยค่ะยินดียิ่ง"
น่าจะเพิ่มรายละเอียดการป้องกันหน่อยครับ
วิธีการนับล่ะค่ะ ต้องนับอย่างไร มีช่วงเวลาการนับอย่างไร นับได้กี่ครั้งถึงจะผิดปกติ
ไม่เข้าใจวิธีนับ
การนับ 1 ครั้ง หมายถึง กระทุ้ง 1 ครั้ง นับเป็น 1 หรือว่า ดิ้นหลายทีแล้วหยุด ถึงนับเป็น 1 ครั้ง
ตอบความคิดเห็นที่ 4 นับ 1 ครั้ง เมื่อลูกดิ้นหลาย ๆ ที แล้วหยุดค่ะ ถ้าแปดเดือนขึ้นไปก็ควรเริ่มนับได้ ง่าย ๆ คือ หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น ช่วงละ 3 ครั้ง ถือว่าปกติค่ะ
มีบางแห่ง สอนนับลูกดิ้น ว่า เริ่มนับเวลาใดก็ได้ที่สะดวก พอนับครบ 10 คร้งแล้วก็พอ
จึงมีความคิดเห็นว่า...
ถ้าตอนเช้านับได้ 10 คร้ง ในเวลา 2 ชั่วโมงแล้ว แต่อาจเกิด สายสะดือพันคอ ตอนที่ดิ้นไป...ดิ้นมา ตอนกลางวันหรือตอนเย็น ล่ะคะ
ควรนับเป็นช่วงเวลา เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน จะปลอดภัยกว่า
ท้องทั้งที ลูกทั้งคน ทุ่มเทหน่อนนะก๊ะ !!!