อารมณ์ดียิ้มย่องผ่องใส

กลับจากไปหาหมอที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน รีบกลับมาเขียนบันทึกที่ได้จากการอ่านวารสารชีวจิต ฉบับวันที่ 16 มีนาคม 2551 เกร็ดสุขภาพ : วัยสูงอายุ เพราะอ่านแล้วเข้ากับความรู้สึกของตัวเอง ไม่ใช่ว่าเพราะตัวเองแก่แล้วนะ แต่เกิดจากชะตากรรมที่ตนได้ประสบจากอุบัติเหตุ จนข้อมือซ้ายแตกต้องเข้ารับการผ่าตัด มีแผ่นแสตนเลสน์อยู่ภายในและมีสกรูดามภายนอกผิวหนัง 4 จุด เพื่อยึดแผ่นแสตนเลสน์ที่อยู่ภายใน จึงทำให้ชีวิตติดขัดในการทำงานเขียนบันทึก แต่พอมาได้อ่าน 4 วิธีคิดให้ขำ เกิดความสบายใจขึ้นมาบ้าง จึงอยากเขียนเรื่องที่อ่านมาเล่าสู่กันฟัง

4 วิธีคิดให้ขำ

อารมณ์ดีสร้างได้ง่ายๆที่ตัวเราเอง ไม่ว่าความทรงจำชวนหัว จินตนาการอันบรรเจิดต่างก็เป็นที่มาของเสียงหัวเราะ ต่อไปนี้คือวิธีการคิดให้ขำที่คุณอาจไม่เคยรู้

1. ปล่อยความคิดโลดแล่นโดยไม่เซ็นเซอร์ เคยไหมที่เห็นหน้าใครคนหนึ่งแล้วอยากใส่หนวดให้เขา แต่พอเริ่มอมยิ้มในใจกลับล้มเลิกความคิดนั้นเสีย เพราะรู้สึกว่าปล่อยความคิดให้ไร้สาระเกินไป คราวหน้าลองปล่อยจินตนาการแบบนี้โลดแล่นโดยไม่ต้องเก็บกดเอาไว้ จะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาด้วยก็ได้ ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราคิดอะไรอยู่

2. เชื่อมโยงเหตุการณ์จริงเข้ากับสถานการณ์ชวนขำ อาจลองสวมบทเป็นคนอื่นดูเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่เครียดกดดัน ให้คิดเสียว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น ทุกคนเป็นเพียงตัวละครตัวหนึ่ง และกำลังจะเกิดเหตุการณ์ชวนขันขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เช่น ขณะรถติดก็อาจคิดว่ากำลังติดอยู่ในใยแมงมุมยักษ์ แค่นี้ก็ลดความเครียดลงได้เยอะเลย

3. คิดถึงเรื่องตลกของตัวเองในอดีต คนเราทุกคนต่างเคยแสดงบทตลกโดยไม่ได้ตั้งใจกันมาแล้วทั้งนั้น ว่างๆลองเรียกความทรงจำดีๆ เหล่านั้นกลับมาฉายให้ตัวเองดูอีกสักครั้ง อารมณ์จะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

4. มีบอร์ดเขียนข้อความติดไว้ในบ้านหรือที่ทำงาน บอร์ดเขียนข้อความที่มักเอาไว้จดตารางงานหรือข้อความเครียดๆ สามารถนำมาช่วยสร้างความคิดขำขันได้อย่าดี ลองแขวนไว้ในบ้านหรือที่ทำงานสักแผ่น แล้วแลกเปลี่ยนกันเขียนมุกตลกทิ้งไว้บนกระดาษวิธีนอกจากจะได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างพี่ๆน้องๆแล้ว รับรองว่าจะได้ไอเดียใหม่ๆ ให้ได้ขำกันทั้งวัน

ใครถนัดวิธีไหนเลือกได้ตามสบาย ยิ่งได้คนในบ้านหรือที่ทำงานร่วมขบวนการด้วยยิ่งดีใหญ่ เพราะถือเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความสุข