ญาติๆจะทำถงห่อข้าวให้ผีผู้ตายนำไปเมืองผีเพื่อมิให้อดอยาก

ความเชื่อของคนเราเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับความตาย ญาติๆเกรงไปว่าวิญญาณผู้ตายต้องจากร่างกายไปอยู่ในเมืองผีหรือดาวดวงใดดวงหนึ่งที่อยู่ไกลโพ้น  ไกลจริงๆขนาดว่าดาวแต่ละดวงใหญ่โตกว่าโลกหลายร้อยหลายพันเท่า  แต่เรากลับเห็นเป็นเพียงหมอกควัน

ด้วยความห่างไกลของปรโลกหรือโลกอันไกลโพ้นนี่เองญาติๆผู้ตายจึงเป็นห่วงหาอาลัยในช่วงเวลาที่วิญญาณเดินทางจึงต้องทำถง(ถุง)ห่อข้าวให้แก่วิญญาณผู้ตายสะพายไปเมืองผี

การทำถงห่อข้าวญาติผู้ตายจะนำผ้าขาวมาตัดเย็บเป็นถงย่ามกว้างราวหนึ่งศอกยาวหนึ่งศอกหรือแล้วแต่เจ้าภาพจะกำหนด  หลังจากนั้นลูกหลานญาติๆจะช่วยกันนำใบตองมาห่ออาหารกับปั้นข้าวลงในห่อข้าวแต่ละห่อ  ใบตองที่ห่อต้องกลับด้านเอาด้านหลังใบตองเข้าด้านในเพราะเชื่อว่าการทำให้ผีต้องกลับข้างของคนที่มีชีวิต   เมื่อวางข้าวและอาหารลงในใบตองแล้วจะพับม้วนใบตองทบลงแล้วฉีกข้างใบตองนั่นแหละแทนเชือกเส้นเล็กผูกมัดให้ใบตองห่อข้าวและอาหารจนเต็มถง  พร้อมกันนี้บางท้องถิ่นจะใส่เข็มเย็บผ้า  ด้ายลงในถงห่อข้าวไปด้วยเพื่อให้  วิญญาณผู้ตายได้ใช้เย็บเสื้อผ้าหากมีการฉีกขาดเกิดขึ้น

ความเชื่อนี้ ลูกหลานทุกคนจะต้องร่วมกันปฏิบัติ  ร่วมกันทำเพราะถือกันว่าเป็นการทดแทนบุญคุณเลี้ยงดูผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย

สิ่งที่จะขาดไม่ได้ในการใส่ลงในถงห่อข้าวผีต๋ายคือไข่เป็ด  แต่บางท้องถิ่นก็ใช้ไข่ไก่ แล้วแต่สะดวกและความเชื่อในแต่ละถิ่นที่   ด้วยความเชื่อว่า  เมื่อวิญญาณผู้ตายสะพายห่อข้าวเดินทางไปเมืองผีนั้นอาจไปพบแม่น้ำกว้างใหญ่ หรือเป็นห้วงเหวลึก ยากลำบากสุดที่วิญญาณจะผ่านไปได้   วิญญาณผู้ตายจะฟักไข่เป็ดหรือไข่ไก่ให้ออกเป็นตัวแล้วใช้สัตว์เหล่านี้เป็นพาหนะพาวิญญาณข้ามห้วงน้ำมหาสมุทรไปได้โดยไม่มีอันตราย

เมื่อเตรียมถงห่อข้างเสร็จก็จะวางไว้ใกล้ตุงสามหาง   เมื่อขบวนศพออกจากบ้าน คนที่แบกตุงสามหางก็จะสะพายถงห่อข้าวนำหน้าขบวนศพไปด้วย และเมื่อผ่านเข้าประตูป่าช้า ยังมีความเชื่อกันอีกอย่างหนึ่งว่า วิญญาณผู้ตายจะได้นำห่อข้าวแจกบรรดาผีซะป๊ะผีที่รออยู่ในป่าช้าได้กินกันอย่างอิ่มหนำสำราญไม่ต้องอดอยาก

เมื่อไปถึงป่าช้าคนแบกตุงสามหางก็จะวางถงห่อข้าวไว้ใกล้ๆกับตุงสามหางนั่นเอง ถงห่อข้าวปัจจุบันยังมีให้เห็นการทำพิธีศพคนล้านนา