การเรียนขี่ม้ากับทหารครั้งนั้น อาจเป็นด้วยความเป็นเด็ก เราไม่เข้าใจว่าการขี่ม้าเป็นสิ่งที่ดีได้ยังไง ม้าไม่อยากทำอย่างที่เรา..สั่ง..ให้ทำ อย่างนี้แสดงว่าม้าไม่อยากให้ขี่ อย่างนี้ก็ไม่สนุกทั้งคนทั้งม้า คนไปทาง ม้าจะไปอีกทาง เลิก เลิก เลิก ชอบม้า แต่ต้องบังคับกันขนาดนี้ ไม่ขี่ ไปทำอย่างอื่นดีกว่า สงสารม้า
ในช่วงชีวิตเด็กมัธยม เหมือนชีวิตไหลไปตามกระแส กระแสเทคโนโลยี กระแสความทันสมัย ติดตามให้ทันเพื่อให้ดูเป็นเด็กวัยรุ่นยุคใหม่ ไม่ล้าหลัง ผนวกกับความขัดแย้งในใจ และความไม่เข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างคนกับม้า สิ่งที่เข้าใจในเวลานั้น การขี่ม้าคือการทรมานม้า ทำให้ความผูกพันกับม้าผิวเผิน เพียงแค่มองภาพแล้วสวยดี เหมือนความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ไม่สนใจที่จะเข้าไปคลุกคลี
เดินมาจนถึงช่วงเริ่มต้นของชีวิตมหาวิทยาลัย ช่วงหนึ่งที่ต้องเลือกเส้นทางเดินให้ชีวิต ไม่อยากตามใคร แต่ก็ไม่รู้ว่าอยากก้าวไปทางไหน ตัวเองก็สับสน เมื่อลองตัดทุกสิ่ง ทุกเหตุผล รอบด้านออกหมด เหลือเพียงแต่จิตใจเราเอง ความชอบม้าที่เราลืมมันไปนานกลับเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ แต่มันจะใช่เหรอ กับประสบการณ์ทางม้าเพียงหางอึ่ง ยังไม่เคยรู้เลยว่าม้าจริงๆแล้วเป็นยังไง พ่อแม่ก็ลำบากใจเมื่อได้ยินว่าเราจะเลือกเดินไปทาง ม้า ! เอ๊า...จะไปเรียนการจัดการฟาร์มม้า แล้วจะเอาอะไรกิน...? จะเอาอะไรกิน ไม่รู้จะตอบยังไง แค่ได้ยินยังไม่อยากได้ยินเลยคำถามนี้น่ะ แต่มันก็เป็นสัจธรรม และนั้นก็เป็นความหวังดีของพ่อแม่ สุดท้ายมันก็ไม่ใช่เรื่องแย่ซะทั้งหมดที่จะเก็บม้าไว้ที่หลัง

หวัดดี น้องตัวแสบ
โรงเรียนของชีวิต สอนเราทั้งชีวิต
ดังนั้นไม่ว่าอะไรผ่านเข้ามาในชีวิต
ต้องเรียกว่ามีแต่บทเรียนที่ดี
บทเรียนที่ดี เข้าใจเองว่า คือบทเรียนชีวิตในแง่มุมที่เราจำเป็นต้องเรียนรู้
ซึ่งแต่ละคนไม่เคยมีบทเรียนที่ซ้ำกันเลย
สนุกกับการเรียนนะ :)
นี่ถ้าตกงาน... ก้อรวมเล่มขายได้เลยนะเนี่ย ^^
จะคอยติดตามผลงาน และให้กำลังใจอยู่เงียบ ๆ แบบสาคูนะ