มีคำถามที่น่าจะถาม

มีคำถามที่น่าจะถามในปัจจุบันว่าเด็กที่เกิดในประเทศไทยควรหรือไม่ที่ตัวเด็กที่เกิดนั้นจะได้รับเอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลหรือไม่ ซึ่งหากจะตอบด้วยข้อกฎหมาย[1]แล้วนั้นในคำตอบที่ได้ นั่นก็คือเป็นสิ่งที่ควรและเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องออกให้โดยไม่มีเงื่อนไขอย่างใดๆ

                แต่ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่ตัวเขายังตกเป็นคนตกหล่นทางทะเบียนราษฎร ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุให้เด็กตกเป็นเด็กไร้รัฐจนกว่าจะได้มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรที่จะเป็นการยืนยันว่าตัวเด็กนั้นได้เกิดไทยจริง และตัวเด็กเองก็จะได้มีตัวตนในทางกฎหมาย ซึ่งนั่นก็มีความหมายว่าตัวเด็กก็จะได้รับการรับรองจากสิทธิต่างๆที่เด็กควรจะได้รับ ทั้งนี้ก็มีเด็กที่เป็นหนึ่งในปัญหาดังกล่าว คือ เด็กหญิง ลลิตา เทพแปง โดยข้อเท็จจริงของน้อง ลลิตานี้เกิดที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ(โรงพยาบาลแม่และเด็กเก่า) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ซึ่งทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพได้ออกหนังสือรับรองการเกิดให้เพื่อที่จะได้ไปแจ้งเกิดต่อนายทะเบียนท้องถิ่น

                และในข้อเท็จจริงฟังได้ว่า บิดาของน้อง ลลิตา มีสัญชาติไทยถือบัตรประจำตัวประชาชน ในส่วนของมารดานั้นถือบัตรบุคคลบนพื้นที่สูง(บัตรสีฟ้า) แต่ในปัจจุบันบัตรที่ถือนั้นได้หายไปจึงไปขอหนังสือรับรองแทนบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย  

                หากมองในจุดนี้แล้วนั้นจะเห็นว่าตัวน้อง ลลิตานั้นมีสัญชาติไทย โดยการเกิด แต่ทำไมเจ้าหน้าที่อำเภอถึงไม่ยอมรับแจ้งเกิดเด็กหญิง ลลิตา ?



[1]พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534