กินเพื่อสุขภาพ กินตามธาตุ ปฏิบัติง่ายและใช้ได้ผล

          จากที่ได้อ่านครั้งที่แล้วว่า หากธาตุทั้งสี่ในร่างกายมีความสมดุล จะไม่เจ็บป่วยบ่อย แต่หากตรงกันข้าม คือขาดความสมดุล ก็จะทำให้ร่างกายมีความเจ็บป่วยบ่อย และง่าย  การป้องกันปัญหาโรคภัยไข้เจ็บด้วยตัวเราเอง สามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมการกิน โดยใช้รสชาติอาหารประจำธาตุ และสามารถตรวจสอบธาตุเจ้าเรือนได้ด้วยตัวเองแล้ว 

           ถ้าพิจารณาในแต่ละธาตุจะพบว่ามีการกินที่แตกต่างกัน เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพที่ไม่เหมือนกัน โดยคุณณาตยา  จุลละวานิช ได้ให้ข้อมูลไว้ดังนี้.....

ธาตุดิน :  มักจะเสี่ยงต่อโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อาการปวดตามข้อ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคเกี่ยวกับระบบน้ำย่อย
              ควรกินอาหาร รสฝาด เพื่อช่วยสมานปิดธาตุ (แต่ไม่ควรกินมากเกินไป เพราะจะทำให้ฝืดคอ และท้องผูก) อาหาร รสหวาน เพราะมีสรรพคุณซึมซาบตามเนื้อ ทำให้ชุ่มชื่น บำรุงกำลัง (ไม่ควรกินมากเกิน เพราะจะทำให้ง่วงนอนและเกียจคร้าน) อาหาร รสมัน เพื่อแก้เส้นเอ็นพิการ ปวดเสียว ขัดยอก และกระตุก และ อาหาร รสเค็ม เพราะมีสรรพคุณซึมซาบไปตามเนื้อ ช่วยการดูดซึมอาหาร ป้องกันการเสื่อมของเส้นเอ็นและกระดูก
               นอกจากนี้ควรกินอาหารประเภทแป้งขาวให้น้อย เพราะร่างกายจะเผาผลาญได้ไม่หมด และควรออกกำลังกายเป็นประจำ

ธาตุน้ำ :  มักมีปัญหาเสมหะเป็นพิษ จึงควรกินอาหารรสเปรี้ยวเพื่อกัดฟอกเสมหะ ส่วนปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เหมือนธาตุดิน (เนื่องจากเป็นธาตุที่เอื้อกัน) เช่น โรคเบาหวานา ความดันโลหิตสูง ระบบทางเดินหายใจ และโรคอ้วน
               ในกรณีที่ธาตุน้ำมากจะมีเสมหะและน้ำมูกคล้ายจะเป็นหวัด เพราะร่างกายต้องการขับน้ำออกมา ในช่วงแรกเกิดถึงอายุ 16 ปี มักจะมีอาการเป็นหวัด คัดจมูก ตาแฉะ ในฤดูหนาวจะเจ็บป่วยง่าย เพราะธาตุน้ำกำเริบ จึงควรกินอาหารประเภทแป้งขาวให้น้อยเช่นกัน

ธาตุลม :  ปัญหาด้านสุขภาพของคนธาตุเจ้าเรือนนี้ คือ นอนไม่ค่อยหลับ ปวดท้อง จุกเสียด ระบบภายในมีความเป็นกรดมาก และระบบย่อยอาหารไม่ดี เนื่องจากลักษณะนิสัยที่กินไม่ตรงเวลา บางรยอาจมีปัญหาโรคข้อและกระดูก
               ควรกินอาหาร รสเผ็ดร้อน เพื่อแก้ลมจุกเสียดและช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น แต่ไม่ควรกินมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ ในช่วงอายุ 32 ปี มักจะมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืดเป็นลมง่าย ในฤดูฝนจะเจ็บป่วยง่าย เพราะธาตุลมกำเริบ ควรกินอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ให้น้อย เพราะระบบการยอ่อยไม่แข็งแรง

ธาตุไฟ :  ปัญหาสุขภาพคือ เครียดง่าย โรคกระเพาะอาหารอักเสบ ผิวหนังแพ้ง่าย ท้องเสียบ่อย ร้อนใน เป็นฝี และมีแผลในปาก ในช่วงอายุ 16-32 ปี มักจะหงุดหงิดง่าย และอารมณ์เสียบ่อย ในฤดูร้อนจะเจ็บป่วยบ่อย อาจเป้นไข้ตัวร้อนได้ง่าย เพราะธาตุไฟกำเริบ
              ควรกินอาหารรสขม แก้โลหิตเป็นพิษ (หากกินมากไปจะทำให้อ่อนเพลีย) และอาหาร รสเย็น เพื่อแก้ไข ร้อนใน ไข้พิษ และดับพิษร้อน และควรกินอาหารจำพวกไขมันให้น้อย แม้ว่าร่างกายจะเผาผลาญเนื้อสัตว์ได้ดี แต่หากกินไขมันที่ย่อยยาก จะทำให้มีความร้อนในร่างกายมากเกินไปจนป่วยไข้ได้

ในคอลัมน์นี้ ได้แนะนำ ตัวอย่างเมนูตามธาตุ ไว้ดังนี้

ธาตุเจ้าเรือนธาตุดิน
อาหาร :  กุ้งหวาน  ถั่วงอกผัดเต้าหู้เหลือง  วุ้นเส้นผัดไทย  ขนมจีนน้ำพริก  หมี่กะทิ  หลนเต้าเจี้ยว 
             ยำถั่วพู  แก้จืดเต้หู้
ผักจ้ม :  หัวปลี  ใบบัวบก  บวบ  เห็ด  สะตอ  ผักกาด  ขนุนอ่อน
ผลไม้ :  ฝรั่ง  กล้วยน้ำว้า  มะม่วงสุก  มะละกอสุก
เครื่องดื่ม :  น้ำฝรั่ง  น้ำฟักทอง  น้ำเต้าหู้  น้ำแตงโม
ของหวาน :  ถั่วเขียวต้ม  กล้วยหักมุกเผา  ฟักทองนึ่ง

ธาตุเจ้าเรือนธาตุน้ำ
อาหาร :  ยำกุ้งแห้ง  ส้มตำ  ลาบปลาดุก  ข้าวคลุกกะปิ  แกงส้มผักบุ้ง  น้ำพริกปลาย่าง  ปลาทอด-
             ยำทะเล  น้ำพริกมะขาม
ผักจิ้ม :  ยอดมะขามอ่อน  ใบยอ  ยอดมะกอก  สะเดา
ผลไม้ :  สับปะรด  ส้มเขียวหวาน  ส้มโอ  มะเฟือง  มะม่วงดิบ
เครื่องดื่ม :  น้ำมะนาว  น้ำกระเจี๊ยบ  น้ำส้ม  น้ำสับปะรด
ของหวาน :  ส้มลอยแก้ว  สับปะรดลอยแก้ว  กระท้อนลอยแก้ว

ธาตุเจ้าเรือนธาตุลม
อาหาร :  ผัดผักบุ้งไฟแดง  ยำปลาทูน่าหอมหัวใหญ่  วุ้นเส้นผัดขี้เมากุ้ง  ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ 
             แกงเลียง  ผัดพริกขิงปลาทู
ผักจิ้ม :  ขมิ้นขาว  ขึ้นฉ่าย  กะเพรา  ใบโหระพา  สะระแหน่
ผลไม้ :  ชมพู่  มักแกว  แตงโม  แตงไทย  แก้วมังกร  เงาะ  มะละกอ
เครื่องดื่ม :  น้ำขิง  น้ำตะไคร้  น้ำรากบัว  น้ำแครอทปั่น
ของหวาน :  เต้าฮวยน้ำขิง  บัวลอยน้ำขิง  ขนมเทียนไส้เค็ม

ธาตุเจ้าเรือนธาตุไฟ
อาหาร :  ต้มจับฉ่าย  ข้าวแช่  ปลาดุกย่าง  น้ำปลาหวานสะเดา  แกงปลาดุกใส่มะระ  ปลาช่อนผัด-
             ขึ้นฉ่าย  ผัดมะเขือยาว
ผักจิ้ม :  ถั่วพู  ถั่วฝักยาว  แตงกวา  ผักชีฝรั่ง  ผักโขม
ผลไม้ :  ชมพู่  แตงโม  มะละกอ  แตงไทย  ลูกตาลอ่อน
เครื่องดื่ม :  น้ำใบเตย  น้ำเก๊กฮวย  น้ำมะตูม  น้ำแตงโม
ของหวาน :  เฉาก๊วย  รากบัวต้มใส่เม็ดบัว  เต้าฮวยฟรุตสลัด

      สุดท้ายผู้เขียน (คุณณาตยา) ได้แนะนำว่า เขาได้ค้นพบวิธีการกินตามธาตุในเวลาเร่งรีบ (สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิต ซึ่งเป็นการยากที่จะนั่งหาเมนูให้ตรงตามหลักการ) นั่นคือ ดื่มน้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร และกินผลไม้ที่หาซื้อง่ายเป็นหลัก กินอาหารให้ครบทั้งสี่ธาตุ โดยกินอาหารตามธาตุของตัวเองให้มากที่สุด

       สำหรับผมก็สนับสนุนเรื่องราวที่ได้อ่านและนำเสนอมาแล้ว แต่อยากเพิ่มเติมว่ากินตามธาตุ (เน้นธาตุเจ้าเรือนของตัวเอง) แล้ว ก็อย่าลืมอาหารหลักห้าหมู่ และน้ำดื่มสะอาด การพักผ่อนและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดี ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บนะครับ

สำหรับการอ้างอิง ผมนำข้อมูลเหล่านี้มาจากคอลัมน์ "บันทึกกินตามธาตุของสาวทำงาน" โดยคุณณิตยา  จุลละวานิช  นิตยสารชีวจิต ปีที่ 10 ฉบับที่ 226  1 มีนาคม  2551 หน้า 46-51.

หากท่านใดสนใจรายละเอียดอ่านเพิ่มเติมได้นะครับ หรือท่านใดมีข้อมูลแลกเปลี่ยนกันเกี่ยวกับเมนู หรืออื่น ๆ ที่มีประโยชน์ก็บอกกันนะครับ