การสอนที่เน้นกระบวนการ

แผนการสอน หรือแผนการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการ  เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยคำนึงถึงผู้เรียนเป็นสำคัญ    ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542  มาตราที่  22 - 24 ที่ครูผู้สอนต้องจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี  คนเก่ง และ มีความสุข   รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการที่ krunam ได้นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนของนักศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชั้นปีที่ 1 ของวิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น  เป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการ ของกรมวิชาการ( 2534)  จำนวน  13  กระบวนการ  โดยวิเคราะห์เลือกนำมาใช้ให้เหมาะสมกับสภาพการเรียนรู้ของนักศึกษาสายวิชาชีพ เพียง  3  กระบวนการ และแต่ละกระบวนการมีลำดับขั้นตอนของการเรียนรู้ดังนี้

      1.  กระบวนการปฏิบัติ   ลำดับขั้นตอนคือ  1)สังเกตรับรู้    2) ปฏิบัติตามแบบ  3) ปฏิบัติโดยไม่มีแบบ   และ 4)  ฝึกฝนจนชำนาญ

      2.  กระบวนการแก้ปัญหา  ลำดับขั้นตอนคือ  1) สังเกต ทำความเข้าใจ  2) วิเคราะห์ วางแผนแก้ปัญหา   3) สร้างทางเลือก และดำเนินการตามแผน   และ 4) ตรวจสอบกระบวนการและคำตอบ

     3.  กระบวนการคณิตศาสตร์  ประกอบด้วย  2  ทักษะย่อยดังนี้

          3.1)  ทักษะการคิดคำนวณ  

          3.2)  ทักษะการแก้โจทย์ปัญหา

      ซึ่งการจัดกระบวนการเรียนการสอนหรือกระบวนการเรียนรู้ตามรูปแบบที่เน้นกระบวนการที่คัดสรรมาในแต่กระบวนการ นั้นสิ่งสำคัญคือ ครูผู้สอนต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของตัวผู้เรียนให้มากที่สุด  โดยต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้เรียนในแต่ละกระบวนการให้ดีว่า  ผู้เรียนคนใดมีความถนัดหรือขาดทักษะทางด้านใดมากน้อยประการใด นั่นคือเป็นโจทย์ปัญหาที่ครูผู้สอนต้องมาคิดแก้ปัญหาเพื่อหากลวิธีในการเพิ่มเติมความรู้หรือทักษะในส่วนที่ขาดให้แก่ผู้เรียน โดยที่ผู้เรียนต้องไม่รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ตนเองไม่ถนัดหรือไม่ชอบด้วยวิธีที่แยบยล เช่นการเล่นเกมแข่งขันหาคำตอบ  เหรือเติมคำตอบในส่วนที่ขาดหายไป  การตอบปัญหาสะสมแต้มเอาคะแนนเป็นรายกลุ่มหรือรายบุคคล เกมจับผิดครูผู้สอนเพื่อเอาคะแนน เป็นต้น  เพื่อฝึกให้นักเรียนกล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ และรู้จักการใช้เหตุผลในการหาคำตอบ ที่สำคัญครูต้องให้ความสนใจนักเรียนอ่อนเป็นพิเศษและสนับสนุนนักเรียนเก่ง เพื่อให้นักเรียนเก่งเป็นผู้ช่วยครูเพื่อช่วยนักเรียนอ่อน(ตามหลักการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน)  เมื่อเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายให้แก่นักเรียนจนนักเรียนเกิดทักษะและรู้ถึงวิธีการเรียนรู้ในกระบวนการต่าง ๆ แล้ว  ในการจัดการเรียนการสอนครั้งต่อไปก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับครูผู้สอน  ครูบางคนอาจจะเห็นว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลามากพอสมควรกว่าที่นักเรียนจะเข้าใจและเรู้ถึงวิธีการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองทำให้ต้องเสียเวลามาก  แต่ถ้าลองคิดดูดี ๆ แล้วจะเห็นว่ารูปแบบการสอนต่าง ๆทุกรูปแบบที่นำมาสอนกันอยู่ปัจจุบัน กว่าที่นักเรียนจะเกิดการเรียนรู้หรือเกิดทักษะตามที่ครูผู้สอนต้องการนั้นก็ต้องใช้เวลามากพอสมควรเช่นเดียวกัน  เพียงแต่ว่าเราต้องการให้ผู้เรียนเกิดทักษะแบบใดเท่านั้น เช่น เรียนแบบท่องจำเพื่อนำไปสอบ (ลืมแน่นอน...) หรือ เพื่อให้นักเรียนสามารถนำความรู้หรือทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพหรือในชีวิตประจำวันของตนเอง ...   ดังนั้นการคิดหาวิธีหรือรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะแก่กลุ่มผู้เรียนในแต่กลุ่มการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสายงานอาชีพ  หรือกลุ่มสายมัธยมศึกษาทั้งตอนต้นและตอนปลาย...นับว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนพอสมควร สำหรับครูผู้สอนที่จะต้องนำไปศึกษาต่อไป...