การเผยแพร่ผลงานการแก้ปัญหาการอ่านและการเขียน

โดยพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาการอ่านและการเขียน

ของ สำนักงานงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 

ทักษะการอ่าน  การเขียนเป็นทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้  หากเด็กที่มีปัญหาในการอ่านการเขียน จะทำให้การเรียนวิชาอื่น ๆมีปัญหาไปด้วย  ยิ่งไปกว่านั้นทักษะในการอ่าน  การเขียน มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวันของเราอย่างยิ่ง  ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสอนให้ทุกคนสามารถอ่านออกเขียนได้

            แบบฝึกเสริมทักษะพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาการอ่านและการเขียนภาษาไทยนี้เป็นผลงานของ สพท.สร. ๒ จัดทำเพื่อให้โรงเรียนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการช่วยเหลือเด็กให้มีทักษะในการอ่าน  การเขียน ผู้จัดทำได้นำมาพัฒนาให้ตรงกับปัญหาของนักเรียนในความรับผิดชอบ ซึ่งแบบฝึกเสริมทักษะชุดนี้ประกอบด้วย

            ชุดที่ ๑  พยัญชนะ  สระและวรรณยุกต์

            ชุดที่ ๒  ฝึกอ่าน  เขียนคำ แจกลูก พยัญชนะต้นและสระ

            ชุดที่ ๓  ฝึกอ่าน  เขียนคำ แจกลูก พยัญชนะต้น   สระ  และตัวสะกด

โดยใช้ทฤษฎีการสอนของกาเย่  ( Gagne ) ที่ เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของบุคคลว่าจะเกิดขึ้นได้ดีหรือไม่เพียงใดขึ้นอยู่กับสภาพการณ์ทั้งภายในและภายนอกของผู้เรียน ( Internal  and External Conditions )และเหตุการณ์ณ์ในโรงเรียน ( Events of Lerning ) จัดเป็นลำดับสถานการณ์ในการเรียนรู้เป็น ๙ ขั้นคือ                                            

                 -   การเร้าความสนใจ

                            -    แจ้งจุดมุ่งหมายแก่ผู้เรียน

                            -    สร้างสถานการณ์เพื่อดึงดูดความรู้

                            -    เสนอบทเรียน

                            -    ชี้แนวทางการเรียนรู้

                            -    ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ

                            -    การให้ข้อมูลย้อนกลับ

                            -    การจัดการปฏิบัติ

                            -    ย้ำให้เกิดความจำและการถ่ายโอนความรู้

ขั้นตอนการเร้าความสนใจเพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้สึกดีๆ จากครูโดยเล่านิทานเรื่องคนเกียจคร้านกับคนขยันเรียนและนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่าให้ฟังเน้นการให้กำลังใจแสดงความจริงใจ  เข้าใจและความเมตตา    เมื่อนักเรียนมีความพร้อมจึงให้ลองทบทวน พยัญชนะไทย  ๔๔  ตัว  ด้วยเพลง  ก. เอ๋ย ก ไก่  เพื่อให้จำได้ทั้งรูปพยัญชนะและชื่อพยัญชนะตรงกัน  ด้วยการฝึกจำแนกทางสายตาและฝึกการจำแนกทางการฟัง  แล้วจึงทบทวนสระไทย  ๓๒  เสียง  ด้วยเพลงสระควรจำ และท่องสระเสียงสั้นและเสียงยาวสลับกันเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับเสียงสระและเห็นรูปสระขณะท่อง  แล้วจึงทบทวนด้วยเกมต่าง ๆ เช่น เกมเติมพยัญชนะหรือสระในช่องว่าง  ฯลฯ ทบทวนความรู้จักมักคุ้นกับวรรณยุกต์ทั้งรูปและเสียง  พร้อมกับ แจกลูก ผันเสียง เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับระดับเสียงของอักษรกลาง  อักษรสูงและอักษรต่ำ   ชุดที่ ๒  แจกลูกพยัญชนะต้นและสระ  เมื่อแจกคำได้แล้ว จึงให้ฝึก ชุดที่ ๓ ฝึกอ่าน  เขียนคำ  แจกลูก  พยัญชนะต้นและตัวสะกด  จากการฝึกตามลำดับเด็กมีประสบการณ์กับคำที่มีความหมายจึงเน้นคำที่มีความหมายเพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้น จึงคิดสื่อรูปภาพประกอบแบบฝึกและ นำมาทด ลองใช้กับนักเรียนที่ผ่านการทดสอบวินิจฉัยความบกพร่องด้านการอ่านและการเขียนมีจำนวน ๗  คน และ แบ่งนักเรียนออกเป็น ๒ กลุ่มคือ

              -    กลุ่มที่มีปัญหาด้านการเขียน  ได้แก่ ด.ช.จิริยา   เสาทอง   ด.ช. พิฆเนศ  สุกใส   ด.ช. สุขสันต์  คำโส  และด.ช.วัชรินทร์  แสนกล้า

              -    กลุ่มที่มีปัญหาด้านการอ่านและการเขียน  ได้แก่  ด.ช. ปิยพันธ์  แกล้วกล้า  ,   ด.ช. ณัฐภัทร  เสาทอง และด.ช. วีรพล  เสาทอง

              เมื่อคัดกรองเด็กแล้วจึงศึกษาปัญหาจากตัวเด็ก ดังนี้

              ด.ช. ปิยะพันธ์  แกล้วกล้า เป็นลูกคนเล็กมีพี่น้อง   ๓ คน ครอบครัวไม่มีปัญหามีสมาธิสั้น และเคยตกจากรถไถตั้งแต่อายุ ๔ เดือน  จึงทำให้จำอะไรไม่ค่อยได้

              ด.ช. ณัฐภัทร์  เสาทอง  เป็นลูกคนที่ ๓ มีพี่น้อง ๔ คน  ไม่มีปัญหาครอบครัว สมาธิสั้น

              ด.ช.วีรพล   เสาทอง  เป็นลูกคนเล็ก มีพี่น้อง ๒ คน  ไม่มีปัญหาครอบครัว  สมาธิสั้น  พ่อแม่ให้ความสำคัญแต่มีพฤติกรรมก้าวร้าว

              ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง  ซึ่งครูให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา  ให้ความจริงใจ และให้ความรู้และความเข้าใจต่อแนวทางการแก้ปัญหาและควรเข้าใจบุตรหลาน ให้กำลังใจ

              การดำเนินการแก้ปัญหาใช้เวลา ๑ ภาคเรียน    เพื่อให้นักเรียนได้เรียนอย่างมีความสุข  ทั้งครูและนักเรียนมีความรักที่จะเรียนจะสอนมีความสุขเมื่อมาโรงเรียน รู้สึกภูมิใจในตนเอง ไม่คิดว่าเป็นปมด้อยแต่คิดว่าคนทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองได้   ก่อนอื่นครูแสดงความจริงใจ  เข้าใจและให้ความเมตตา อย่างเสมอต้นเสมอปลาย  ชวนพูดคุยเพื่อไม่ให้นักเรียนวิตกกังวลที่ต้องมาเรียนซ่อมเสริมให้นักเรียนมีความสุขกับเพลงและบทร้อยกรองเพื่อให้เกิดความรู้สึกดี ๆ กับภาษาทางอ้อมพร้อม ๆ กับการสร้างเสริมความศรัทธา

              ได้ทดลองและสามารถใช้ได้จริงและได้ผลกับนักเรียนทั้งสองกลุ่ม ยังมีปัญหาการจำพยัญชนะและสระสับสน ของ ด.ช.ปิยพันธ์   แกล้วกล้า  พยัญชนะ ข  กับ    สระ เอีย กับ สระ เอือ  ครูจึงนำเพลงมาใช้ในการจำแนกสระทั้งสองตัว  และทบทวนการจำแนกทางสายตาและการจำแนกทางการฟัง  เมื่อจำพยัญชนะและสระได้แล้วจึงสามารถอ่านคำที่มีตัวสะกดได้ผลใกล้เคียงกัน  ขั้นตอนการจำพยัญชนะและสระต้องใช้เวลามากเพราะต้องเน้นยำ  และฝึกซ้ำ ๆ ใช้นิทาน  เพลงและเกมให้เกิดความเพลินเพลิด  และฝึกทักษะการฟัง   และการมีสมาธิ  เมื่อนักเรียนจำพยัญชนะและสระได้แล้วจึงทดลองใช้ชุดที่ ๓  ปรากฏว่านักเรียนสามารถแจกลูกได้ร้อยละ  ๙๘  ผลการประเมินของนักเรียนทั้งสองกลุ่ม ได้ผลสัมฤทธิ์ใกล้เคียงกันและใช้ได้จริงกับ ด.ช.ปิยพันธ์  แกล้วกล้า ที่ผลการวินิจฉัยความบกพร่องและมีปัญหามากที่สุด  ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าแบบฝึกเสริมทักษะพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาการอ่านและการเขียนภาษาไทย  มีค่าเป็นนัยทางสถิติที่ ๐.๐๕  และประสิทธิภาพชุดฝึกอยู่ที่  ๘๐ / ๘๐ สรุปว่าแบบฝึกเสริมทักษะพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาการอ่านและการเขียนภาษาไทย  มีประสิทธิภาพ  สามารถแก้ปัญหาทางการเรียนรู้ ได้จริง