สิ่งหนึ่งที่อาจนำมาเป็นมาตรฐานหรือมาเป็นเครื่องชี้วัดได้ก็คือ ทำไปเพื่ออะไร

วันนี้มีเวลาว่างหน่อยได้เข้าไปอ่านในบล็อคต่าง ๆ  เจอข้อความหนึ่งที่กระตุ้นให้รู้สึกตัวมากขึ้น เป็นข้อความจากหนังสือ "โอวาทสี่ของท่านเหลียนฝาน" หนังสือเล่มนี้ผมใช้เวลาอ่านติดต่อกันเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ตั้งแต่ตอนเรียน ม. 3 นานมากแล้ว ....

การทำความดีนั้นเราต้องดูด้วยว่าทำดีเพื่ออะไร เช่น บางคนเป็นสายลับหรือไส้ศึกเข้าไปในเมืองของฝ่ายตรงข้าม ยอมทำงานทำดีรับใช้ต่างๆ เพื่อที่จะให้คนวางใจและสืบหาความลับในเมืองนั้นๆ เพื่อที่จะหาจุดอ่อนและหาโอกาสทำลายในที่สุด ลักษณะเช่นนี้แม้ดูเหมือนจะเป็นการทำดีแต่ทำไปด้วยเป้าหมายที่ไม่ดี จึงเป็นกรรมที่ไม่ดี (เช่น อย่างเนื้อเรื่องในหนังทั่วๆไปที่เราพบเห็น)

อย่างเช่นการสอนธรรมะหรือการเผยแผ่ธรรมะ บางคนก็อาจจะนำเอาธรรมะมากล่าวอ้างด้วยเป้าหมายเพื่อจะเสียดสีหรือยกตนข่มท่าน หรือเพื่อจะให้คนมาศรัทธาหรือหาสมัครพรรคพวกเพื่อที่จะได้ใช้บุคคลเหล่านั้นไปในกิจการที่ไม่ดีหรือตามอำเภอใจของตนในภายหลัง มิใช่เพราะเห็นว่าธรรมนี้เป็นสิ่งที่ดีมีเนื้อหาที่ดี ถ้าผู้ใดนำไปปฏิบัติตามแล้วจะเกิดประโยชน์สุขกับผู้นั้นเอง เช่นนี้ แม้ภายนอกดูเหมือนเป็นการทำดีก็กลายเป็นการทำไม่ดีไปได้

หรือบางกรณีเช่นพ่อแม่หรือคุณครูที่จะสั่งสอนลูกหรือลูกศิษย์ให้เป็นคนดี ในบางคราวอาจต้องดุด่าตักเตือนบ้าง หรืออย่างหมอที่ต้องการจะรักษาคนไข้คนป่วย ในบางคราวก็ต้องลงมือผ่าตัด ต้องเอายาฆ่าเชื้อล้างแผล หรือต้องบังคับให้คนป่วยงดเว้นโน่งดเว้นนี่ จำกัดอิสรภาพต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของผู้ป่วยเอง ฯลฯ เช่นนี้แม้ภายนอกจะดูเหมือนกระทำไม่ดีอยู่แต่ความจริงแล้วเป็นการทำความดี

ดังนั้นการจะทำดีหรือจะดูว่า สิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่นั้น สิ่งหนึ่งที่อาจนำมาเป็นมาตรฐานหรือมาเป็นเครื่องชี้วัดได้ก็คือ ทำไปเพื่ออะไร ผู้ใดสามารถทำดีทั้งภายนอกและมีจิตใจมีเจตนาที่ดีได้ก็นับเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดคัดลอกจาก http://www.palungjit.com/board//showthread.php?t=117090