ฉันท์

ในภาษาไทยคำแรกคือ ฉันทะ เราแปลกันว่า ความพอใจ ซึ่งมุ่งหมายความพอใจที่มาในอิทธิบาท ๔... ส่วนคำหลังคือ ฉันท์ เรานำมาใช้ทับศัพท์ ซึ่งรู้กันว่าเป็นชื่อของร้อยกรองชนิดหนึ่งที่กำหนดเสียงหนักเบา (ครุ ,ลหุ) ของคำอยู่ด้วย...

ในภาษาบาลี แม้จะมีอักขระเหมือนกัน แต่ก็มีลิงค์ต่างกัน กล่าวคือ

  • ฉันทะ  -  ฉนฺโท  (ปุงลิงค์ เพศชาย)
  • ฉันท์   -  ฉนฺทํ    (นปุงสกลิงค์ มิใช่เพศหญิงหรือเพศชาย)

 

อนึ่ง แม้รูปสำเร็จของคำทั้งสองนี้จะเหมือนกัน ต่างกันแต่ลิงค์เท่านั้นก็จริง... แต่คำทั้งสองนี้มีรากศัพท์ต่างกัน กล่าวคือ

  • ฉันทะ (ฉนฺโท) มาจากรากศัพท์ว่า ฉนฺท ใช้ในความหมายว่า  พอใจ
  • ฉันท์ (ฉนฺทํ)    มาจากรากศัพท์ว่า ฉท    ใช้ในความหมายว่า ปกปิด,

...........

ฉันทะ คำแรกซึ่งเราแปลกันว่า ความพอใจ นี้ นับว่าเป็นธรรมข้อแรกในอิทธิบาท ๔ กล่าวคือ

  • ฉันทะ    ความพอใจ
  • วิริยะ     ความเพียร
  • จิตตะ    การเอาใจจดจ่อ
  • วิมังสา   การไตร่ตรอง

อนึ่ง รู้สึกว่า ฉันทะ ในภาษาไทยมุ่งหมายเป็นคุณธรรมประเด็นนี้เท่านั้น... ส่วนในภาษาบาลี มีความหมายกลางๆ เพราะบางครั้ง ฉันทะ ความพอใจ  อาจบ่งชี้ว่าเป็น ตัณหา ความทะยานอยาก ได้บ้างเหมือนกัน

............

ฉันท์ คำหลังซึ่งเรานำมาใช้ทับศัพท์เป็นชื่อเรียกร้อยกรองชนิดหนึ่งนี้  มาจาก ฉทะ รากศัพท์แปลว่า ปกปิด  นั่นคือ ปกปิดซึ่งโทษในความไม่เป็นระเบียบหรือความไม่สละสลวยของภาษาตามที่กำหนดไว้...

ในภาษาบาลี มีคัมภีร์ว่าด้วยการแต่งฉันท์อยู่หลายเล่ม เช่น วุตโตทัย สันธิพาลาวตาร เป็นต้น... และสำหรับนักเรียนบาลีเมืองไทย ในหลักสูตร ป.ธ. ๘ มีวิชาแต่งฉันท์อยู่ด้วย ซึ่งกำหนดให้เรียน ๖ ชนิด ส่วนในเวลาแต่งสอบ บังคับให้ผู้เข้าสอบเลือกแต่ง ๓ ฉันท์ชนิดใดก็ตาม ตามหัวข้อและเนื้อหาที่กำหนดมาให้...

ฉันท์ที่กำหนดมาให้เรียนในชั้นป.ธ.๘ คือ

  • ปัฐยาวัตร
  • อินทรวิเชียร
  • อินทรวงศ์
  • อุเปนทรวิเชียร
  • วังสัฎฐะ
  • วสันตดิลก

...........

สรุปว่า....

  • ฉันทะ ในอิทธิบาท ๔ แปลว่า ความพอใจ
  • ฉันท์ ที่เป็นชื่อของร้อยกรองชนิดหนึ่ง แปลว่า ปกปิดซึ่งโทษในทางภาษา

 

ส่วน ฉัน ที่แปลว่า กิน ซึ่งใช้กับกิริยาของพระเณรนี้ ผู้เขียนไม่เคยเจอใครวิจารณ์ไว้ ซึ่งผู้เขียน มั่ว เอาเองว่า

  • ฉัีน... (กิน) แปลว่า เป็นที่พอใจ (ของพระเณร)
  • ฉัน...(กิน) แปลว่า ช่วยปกปิด (โทษซึ่งความหิว)