Q mark

 ผลกระทบจากภายใตข้อตกลงทางการค้าโลก WTO มาตรการทางภาษีมีบทบาทลดลงเรื่อยๆ ทําให้เกิดการแข่งขันทางการค้ากั นอย่างรุนแรง เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด ทําให้กลุ่มที่เคยครองความเป็นผู้นําในสวนแบ่งทางการตลาดพยายามที่จะเสาะหาวิธีการต่างๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการตลาดของตนเอง หลายประเทศได้ใช้มาตรการที่ไมใช้ภาษีโดยเฉพาะมาตรการด้านสุขอนามัยและอนามัยพืช สวัสดิภาพสัตว รวมไปถึงป้ญหาความปลอดภัยด้านอาหารเนื่องจากการปนเปื้อนจากสภาพแวดลอม ขึ้นมาเปนเครื่องมือกี ดกันทางการคา อีกทั้งจากการทบทวนสถานการณ์และแนวโน้มพในเรื่องของผักบริโภคในปัจจุบันพบว่ามีความไม่ปลอดภัยอยู่สูง อีกทั้งเกษตรกรเองยังมีแนวโน้มการใช้สารเคมีในการเพาะปลูกมากขึ้น ทำให้ผักในการบริโภคในปัจจุบันไม่ปลอดภัย โดยจากการศึกษาถึงสถานะทางเศรษฐกิจของเกษตรกรพบว่าเกษตรกรแม้รายได้ของเกษตรกรจะมีแนวโน้มสูงขึ้นแต่ภาระหนี้สินยังมีเพิ่มขึ้นยิ่งกว่าจึงเป็นประเด็นที่น่าในใจว่าการกำหนดนโยบายในการที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปรับปรุงกระบวนการในการผลิตในเชิงคุณภาพ ภายใต้ข้อจำกัดที่เกษตรกรเองมีฐานะยากจนนั้นมีความเหมาะสมในภาวการณ์ปัจจุบันหรือไม่?

                มีกระแสการดูแล และใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้นภายหลังที่มีการประกาศนโยบาย Food Safety ในด้านของผู้ผลิตด้วยความนิยมการบริโภคพืชผักประเภทนี้มากขึ้นทุกที ทำให้นอกจากเกษตรกรรายย่อยที่เป็นผู้ผลิตพืชผักสุขภาพแล้ว ก็ได้มีธุรกิจการเกษตรเกิดขึ้นมากมายโดยหวังจะฟันกำไรจากกระแสอาหารสุขภาพเหล่านี้ด้วยเช่นกัน จากการสำรวจผักสุขภาพที่จำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วเชียงใหม่ พบว่ามีผู้ผลิตหลัก ๆ อยู่ 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ 1) ผู้ผลิตที่เป็นเกษตรกรรายย่อยซึ่งรวมตัวกันเป็นเครือข่าย 2) ผู้ผลิตที่เป็นเกษตรกรรายย่อยแต่ทำการเพาะปลูกตามการควบคุมของธุรกิจการเกษตรในลักษณะการเกษตรแบบพันธะสัญญา หรือ contract farming และ 3) ผู้ผลิตที่บริษัทเอกชน ซึ่งมีที่ดินและฟาร์มเป็นของตนเอง แล้วจ้างแรงงานมาทำการเพาะปลูกภายใต้การควบคุมอย่างดีในทุกขั้นตอน

                ส่วนในกระบวนการ และสัญลักษณ์ในการรับรองคุณภาพสินค้าเกษตร ก็มีการกำหนดสัญลักษณ์และมาตรฐานของผักปลอดภัยในการบริโภคที่หลากหลายจึงเกิดแนวคิดในทางการเมืองที่จะให้มีการใช้สัญลักษณ์สำหรับรับรองมาตรฐานและคุณภาพของสินค้าเกษตรเพียงหนึ่งเดียวอันเป็นที่มาของ Q mark แต่อย่างไรก็ดีภายใต้เงื่อนไขการรับรองคุณภาพของ Q mark นั้นก็ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระค่อนข้างมากที่จะเข้าสู่ระบบการรับรองคุณภาพดังกล่าว เนื่องจากข้อจำกัดหลายๆประการ ทั้งทางด้านทุนทรัพย์ ในการลงทุนเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางด้านต้นทุนที่ค่อนข้างสูง จึงทำให้ผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร (โดยในที่นี้จะได้นำเสนอเฉพาะในส่วนสินค้าในกลุ่มผักเท่านั้น) ภายใต้ Q mark ได้รับการรับรองมาตรฐานในวงที่แคบ เป็นเพียงในกลุ่มที่ทำตลาดส่งออกเท่านั้นจึงเป็นประเด็นที่น่าเสวนาว่าจะมีแนวทางใดในการกำจัดปัญหาข้อจำกัดในการบรรลุมาตรฐานนี้ สำหรับเกษตรกร ทั้งนี้ถ้าปัญหาดังกล่าวมีแนวทางออกแล้ว ย่อมจะทำให้ประชาชนในประเทศได้มีโอกาสที่จะได้บริโภคสินค้าที่มีความสะอาด ปลอดภัย มีคุณภาพทัดเทียมกับสินค้าที่นำออกไปขายยังต่างประเทศ