ปัญหาโลกแตกครับท่าน ผมเดินเข้าห้องสมุดมาคุณวันเพ็ญถามผมว่าอาจารย์ได้เข้าไปอ่านกระทู้บ้างหรือยัง ผมยังงงๆ ถามกลับไปว่ากระทู้อะไรหรือครับ คุณวันเพ็ญก็เลยตอบกลับมาว่า อาจารย์ลองเข้าไปอ่านดูแล้วกัน พอเข้ามาอ่านแล้วก็ถึงบางอ้อครับ ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจตรงกันผมเลยขออ้างอิงถึงกระทู้ดังกล่าวนะครับ

ที่นั่งอ่านหนังสือภายในห้องสมุด

 เรียนอธิการบดี
           เนื่องจากว่าตึกใหม่ 4 ชั้น เนื้อที่ 7000 ตารางเมตร ฝั่งตรงข้ามกับหอสมุดเก่ากำลังจะเสร็จ ทางวิทยาลัยนานาชาติได้ขอใช้พื้นที่ของหอสมุดเก่าซึ่งกินเนื้อที่ทั้งหมด 4800 ตารางเมตร (สองชั้น) และมติได้ให้ย้ายหอสมุดเก่าไปที่ตึกใหม่ กระผมคิดว่าตึกใหม่ "จะให้แค่ความรู้สึกว่าใหม่ของตึกและเนื้อที่ที่มากกว่าตึกเก่าแบบไม่มีนัยสำคัญเลยครับ" ถ้าเทียบกับจำนวนนิสิตของมหาวิทยาลัยนเรศวรประมาณ หนึ่งหมื่นคน ของเราเองเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยที่เป็น research university แล้ว 7000 ตารางเมตรถือว่าน้อยที่สุดครับ ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยนั่นคือต้องมี text books และ ฐานข้อมูลออนไลน์กับคอมพิวเตอร์ ที่นั่งอ่านหนังสือให้กับนิสิตที่พอเพียง ผมคิดว่าน่าจะคงหอสมุดเก่าไว้และให้แบ่งเนื้อที่ของตึกใหม่เป็น 1750 ตารางเมตร (ชั้น 4) ให้สำหรับวิทยาลัยนานาชาติ ส่วนที่เหลือให้เป็นเนื้อที่ของหอสมุดน่าจะดีกว่าเพราะอย่างไรก็ตามนิสิตวิทยาลัยนานาชาติก็สามารถใช้หอสมุดเนื้อที่ชั้น 1-3 ได้อยู่แล้ว
ด้วยความนับถือ
           อ.ชโนภาส ชนลักษณ์ดาว

       จากคำถามของ อ.ชโนภาส ซึ่งผมต้องขอชมอาจารย์ครับว่าประเด็นแนวคิดของอาจารย์มีความน่าสนใจ และกล้าหาญมากที่ตั้งกระทู้ดังกล่าว จริงๆ แล้วต้องบอกว่าตอนที่สำนักหอสมุดทำการประเมินตนเองในการประกันคุณภาพการศึกษา และทางผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เชิญนิสิตมาสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูล นิสิตหลายคนก็ได้หยิบยกปัญหาเรื่องพื้นที่นั่งอ่านหนังสือไม่เพียงพอกับจำนวนนิสิตที่เข้ามารับบริการ และยิ่งทราบว่า หลังจากที่อาคารห้องสมุดใหม่สร้างเสร็จ ในปี 2551 จะมีการปรับเปลี่ยนอาคารสำนักหอสมุดเก่า เป็นวิทยาลัยนานาชาติ ยิ่งทำให้นิสิตที่มาให้ข้อมูลสะท้อนกลับว่าน่าควรจะคงสำนักหอสมุดเก่าไว้ สำหรับการเป็นห้องสมุดในส่วนของหนังสือเก่า หรือปรับเปลี่ยนเป็นห้องสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพจะเหมาะสมกว่า ซึ่งที่เดิมห้องสมุดวิทย์สุขภาพอยู่บนชั้น 5 คณะแพทย์ ขึ้นไปใช้บริการในช่วงกลางคืนลำบาก และไม่ได้เปิดบริการถึงเที่ยงคืนเหมือนที่สำนักหอสมุดกลาง

             และนอกจากนี้ ประธานกรรมการประเมินตรวจสอบ ดร.ขวัญชฎิล พิศาลพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพา ยังทักว่าเมื่อเทียบกับสัดส่วนจำนวนนิสิตของมหาวิทยาลัยนเรศวรกับพื้นที่ห้องสมุด แล้วห้องสมุดเราเล็กมาก โดยเฉพาะอาคารใหม่ที่จะสร้างขึ้น พบว่าพื้นที่ใช้สอยสำหรับให้นิสิต เข้ามาใช้พื้นที่ห้องสมุดเพิ่มขึ้นเพียง 2200 ตารางเมตร แต่ก็ไม่ใช่พื้นที่ที่ให้นิสิตเข้ามาใช้บริการได้อย่างเดียวแต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับชั้นวางหนังสือ ห้องบริการ ห้องสำหรับซ่อมหนังสือ ห้องสำหรับฝ่ายจัดซื้อ และวิเคราะห์หมวดหมู่หนังสือ ทำให้พื้นที่ใช้งานสำหรับนิสิตนั้นน้อยจริงๆ เมื่อเทียบกับสัดส่วนของจำนวนนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 24,483 คน(ข้อมูลนะ ต.ค. 2548)
              ดังนั้นข้อเสนอของ อ.ชโนภาสน่าคิดมากครับ ผมว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยน่าจะได้ทบทวนแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนห้องสมุดอาคารปัจจุบันไปเป็น วิทยาลัยนานาชาติ หรือพวกเราชาวมอนอมีความคิดเห็นว่าไงครับ อาคารห้องสมุดปัจจุบันควรปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบไหนดีครับ แต่ถ้ายังไม่ตัดสินใจลองดูข้อมูลที่คุณวันเพ็ญให้ไว้และผมลองมาคำนวณเล่นๆ ดูในตอนสองก่อนก็ได้นะครับ