ปัญหาที่เราเผชิญเข้ามา เราย่อมมีการจัดการแก้ไขปัญหานั้น ๆ แต่ถ้าหากต้องการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านั้นอีก แน่นอนทีเดียวเราต้องจัดการแก้ไข โดยการวางระบบ
ระบบที่ชัดเจนและคลุมเครือ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
บ่อยครั้งที่เราพูดว่า มีระบบ แต่ทำไมถึงไม่มีใครรู้ หรือรู้เฉพาะส่วนเท่านั้น
ปัญหาที่เราเผชิญมีสองลักษณะ คือ ปัญหาที่ชัดแจ้ง กับปัญหาที่คลุมเครือ
ปัญหาที่ชัดแจ้ง (hard problems) คือ ปัญหาที่สามารถกำหนดลักษณและขอบเขตของปัญหาได้ชัดเจน มีคำตอบ สามารถกำหนดเป้าหมายของการแก้ปัญหาได้ สามารถระบุได้ถึง "สิ่งที่จะต้องปฏิบัติ" (what) และ "วิธีการปฏิบัติ" (how) ตั้งแต่ระยะแรก ๆ ของการแก้ปัญหา
ปัญหาที่คลุมเครือหรือปัญหาที่ไม่ชัดแจ้ง (soft problems) เป็นปัญหาที่ยากจะกำหนดขอบเขต มักจะมีองค์ประกอบทางด้านสังคมและการเมืองรวมอยู่ค่อนข้างมาก เรามักจะระบุได้เพียงสถานการณ์ของปัญหา เรารู้ว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่เราปรารถนา แต่ไม่สามารถบอกได้ชัดว่าเป็นเพราะเหตุใด หรือจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอย่างไหนจะเป็นปัญหาที่ชัดแจ้งหรือปัญหาที่คลุมเครือ มีเครื่องมือที่ใช้คือ soft system methodology หรือ SSM
SSM เป็นเครื่องมือที่ใช้ตามรอยเพื่อทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาที่มีลักษณะคลุมเครือ ซึ่งมักพบเสมอในงานพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล
ระบบนี้ได้พัฒนาและถูกใช้ในงานอุตสาหกรรม มีกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ ใช้เพื่อหาหนทางทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหา ปรับปรุงงาน และใช้ในองค์กร แต่สถานการณ์ในงานอุตสาหกรรมและองค์กรแตกต่างกัน ทำให้มีการพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ นำไปสู่การเรียนรู้ พัฒนา SSM เป็นระบบการเรียนรู้ต่อมา
กระบวนการ SSM
สถานการณ์ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง นำไปสู่ทางเลือก สร้างแบบจำลอง มีการเปรียบเทียบ การค้นพบ/ค้นหา พร้อมปรับเข้าหากัน และกระทำการเพื่อปรับปรุง เพื่อให้สถานการณ์ที่เป็นปัญหาได้รับการแก้ไขและวางระบบ
ขั้นตอนของ SSM
1.ระบุสถานการณ์ปัญหา (problem situation unstructured)เป็นการที่ผู้บริหาร และ/หรือผู้ปฏิบัติงาน(เจ้าของปัญหา) คิดว่าอาจจะมีปัญหาหรือช่องทางที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น คิดจะทบทวนและเปลี่ยนแปลงระบบ
คำว่า "สถานการณ์ปัญหา ( the problem situation ) หมายถึง มีปัญหามากกว่าหนึ่งปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขไปพร้อม ๆ กัน
2. นำเสนอสถานการณ์ปัญหา (problem situation expressed) เป็นการรวบรวมข้อมูล จัดระบบ และหาวิธีการนำเสนอสถานการณ์ปัญหา
ข้อมูลที่มองหาได้แก่ โครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบ ความรู้สึกและการแสดงออกของผู้คน
เทคนิค ตั้งแต่ไม่เป็นทางการ เช่น การสังเกต การจัดทำบันทึก วาดภาพโครงสร้าง/แผนผัง บันทึกวีดีโอ การสัมภาษณ์
3. เลือกแนวคิดเพื่อให้ความหมายระบบที่เกี่ยวข้อง (naing of relevant systems) เป็นการให้ความหมายหรือตั้งชื่อระบบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เข้าใจระบบได้อย่างง่าย ๆ และนำไปใช้ในการสร้างแบบจำลองความคิดต่อไป
เช่น ขณะที่แพทย์พยาบาลให้ความสำคัญสูงกับการดูแลผู้ป่วย ผู้บริหารอาจจะให้ความสำคัญกับการลดค่าใช้จ่าย ทั้งสองมุมมีโอกาสเกิดความขัดแย้ง แต่ก็ถูกต้องสำหรับบทบาทที่แต่ละฝ่ายต้องรับผิดชอบ ซึ่งผู้วิเคราะห์ต้องรับรู้และยอมรับมุมมองทั้งสองด้านอย่างเข้าใจ
ตามมาอ่านค่ะ
ขอบคุณนะคะที่นำเรื่องดีดี มาให้อ่านค่ะ
สวัสดีครับคุณเพชรน้อย
จะนำไปปรับใช้ครับ...
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์อุบล
- ขอบคุณนะคะที่อาจารย์ติดตาม
ขอข้อเสนอแนะด้วยคะอาจารย์
สวัสดีค่ะนายช่างใหญ่
- ติดตามท่านเหมือนกันค่ะ
- ระบบ SSM ก็พัฒนามาจากระบบงานอุตสาหกรรมนั้นเองค่ะ
ขอบคุณค่ะ