ข้อคิดที่จะแบ่งปันนี้มาจากคุณยายที่อายุมากและหลงลืมจริงๆ (ไม่ใช่ประเภทนายวุ่นวาย เจ้าหญิงเจ้าชายจุ้นจ้าน สไตล์หนังเกาหลีที่กำลังอินเทรนด์แต่อย่างใด)
เรื่องของเรื่องคือ คุณยายอายุ 97 ปีที่บ้าน ซึ่งกระดูกต้นขาหัก และต้องนอนเตียงลมตลอดเวลา ไปไหนมาไหนไม่ได้ ช่วงนี้เริ่มมีอาการหลงลืม เกิดอยากเดินทางกลับบ้านที่เมืองจีนขึ้นมา เรียกให้ลูกหลานเก็บข้าวของ โชคดีที่ถ้าได้พักผ่อนหรือเบนความสนใจได้หน่อยแล้วเดี๋ยวแกก็จะลืมไปเอง ทำให้ลูกหลานหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าแกไปเก็บหลายต่อหลายครั้ง
เมื่อวานนี้ได้โอกาสโดดงาน ว่าจะนอนอู้อยู่ที่บ้านเสียหน่อย คุณยายก็เกิดมีอาการขึ้นมาอีก เรียกให้เก็บข้าวเก็บของจะไปกรุงเทพให้ได้ เอากระเป๋าเอากล่องใส่ของ คุณยายที่หลงลืมก็จะจำได้ว่ายังไม่ได้เอายาหม่อง ผ้าขนหนู แปรงสีฟัน แก้วใส่ฟันปลอม ...เป็นต้น (ความจำดีกว่าเราเสียอีก) เก็บจนครบตามสั่งก็สนุกดี แล้วแกก็จะให้ไปเรียกคนขับรถมา
"ต้องพูดกับเขาดีๆ นะ ถึงเขาแก่แล้วก็ต้องเรียกว่า อาเฮีย อย่าเรียกว่าอาแปะ เดี๋ยวเขาไม่ไปส่ง เพราะเราขับรถไปเองไม่ได้ บอกเขาด้วยว่าจะไม่ลืมบุญคุณเลย แล้วซื้อบุหรี่ให้เขาด้วยนะ 1 ซอง .. " .....
ฟังแล้วก็ให้คิดขึ้นมาว่า "คุณยายเรานี่ มีวาจาศิลป์แฮะ" จะขอให้ใครทำอะไรให้ก็มีแรงจูงใจแบบ positive reenforcement ด้วย มีทั้งการยกย่อง + การแสดงความขอบคุณ + การให้รางวัล แถมยังกำชับให้มีปิยวาจาอีกต่างหาก .. จึงไม่แปลกใจเลยว่า แม้ในวัยชรา ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยแถมยังหลงๆลืมๆ คุณยายก็ยังคงความน่ารัก(ในนิสัยใจคอ) ทำให้ผู้คนที่ดูแลยายมีความสุข .. และแอบอมยิ้มได้เสมอๆ ... ทุกวัน...
(แม้ว่าตอนจบจะต้องเอาข้าวของไปเก็บที่เดิมบ่อยๆก็ตาม)
ยังไงเราก็มักจะได้แง่คิดอะไรดีดีเสมอแหละเนาะกับผู้สูงอายุทั้งในบ้านและในที่ทำงานของเรา ก็อย่างที่ทราบๆ กันนะแหละ พวกท่านมักจะขี้หลงขี้ลืมเสมอว่าพูด ว่าสัญญาอะไรกะเราไว้ แตะชอบจำอะไรก็ไม่รู้หยุมหยิมไปหมด แต่ก็ดีนะเราจะได้รู้ว่าเอวันนึงเราก็คงไม่ต่างจากพวกท่านเหล่านี้หรอก ฉนั้นวันนี้เราต้องตั้งใจทำงานให้ดีคิดและทำในสิ่งที่ดีพูดดีดีให้ติดปากเวลาเราเข้าสู้วัยนั้นเราจะได้บ่นเพ้อแต่เรื่องดีดีน่ารักเหมือนคุณยายของคุณหมอ...