วันที่ 7 กุมภาพันธ์ มีการนัดหารือระหว่างอาจารย์ทิพวัลย์ คุณภีม พี่โต-เทพรัตน์ และรัชเป็นผู้ร่วมรับฟัง ณ ศาลากลางจังหวัดพัทลุง เพื่อเตรียมการอบรมนักวิจัยพื้นที่ ในวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2550 ระหว่างรอพี่โตได้เดินไปที่ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรชุมชน จังหวัดพัทลุง ซึ่งที่ทำการอยู่ในรั้วเดียวกับศาลากลาง โชคดีได้พบกับคุณวิเชียร ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยครั้งนี้ด้วย พูดคุยไปได้สักพักพี่โตก็มาถึงพร้อมกับคุณธิดา(นักวิจัยอีกคน) คุยต่ออีกพักใหญ่จนประมาณ 16.00 น. ก็เคลื่อนขบวนไปที่ศาลากลาง เห็นตรงกันว่าเมื่อมาแล้วควรรอพบคุณสุธีรา(พมจ.) และคุณอุบล(นักพัฒนาสังคม พมจ.พัทลุง-นักวิจัยอีกคน) ด้วย แต่ตอนนี้ติดประชุมกันอยู่ รออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงทั้ง 2 ท่านก็ลงมา คุณอุบลเข้ามาทักทายและหารือกันเมื่อพูดถึงการประชุมรายงานความก้าวหน้าในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่จะถึงคุณอุบลก็เสนอว่าน่าจะเชิญระดับหัวหน้าได้รับทราบเพื่อเห็นภาพร่วมและนำมาถ่ายทอดคำสั่งได้เลย จึงได้เคลื่อนขบวนอีกครั้งไปที่ห้องคุณสุธีรา คุณอุบลถ่ายทอดเรื่องราวการขยับงานของโครงการฯ ในตอนนี้ให้ฟัง และทุกคนร่วมกันหารือประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือความจำเป็นในการมีชุดคณะทำงานประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจ ในคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ ใช้เวลาหารือพักใหญ่จนเห็นว่าเย็นมากแล้วจึงลาคุณสุธีราและคุณอุบลกลับ เคลื่อนขบวนไปรับประทานอาหารเย็นและเข้าที่พักกัน คืนนี้พักที่ศูนย์วิจัยข้าว ซึ่งเป็นที่ประจำของพี่โตในการใช้อบรมหรือประชุม

  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">เช้าวันที่ 8 ณ อาคารฝึกอบรม ศูนย์วิจัยข้าว จังหวัดพัทลุง  มีการอบรมนักวิจัยพื้นที่เตรียมความพร้อมก่อนลงเก็บข้อมูล เป็นกิจกรรมหนึ่งของทีมวิจัยพัทลุงในการขับเคลื่อน โครงการนำร่องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมและสวัสดิการสังคมเชิงพื้นที่ จังหวัดพัทลุง ความต้องการของทีมวิจัยในการอบรมครั้งนี้เพื่อต้องการให้เกิดความเข้าใจตรงกันในเรื่อง สวัสดิการ สรุปประเด็นของการจัดสวัสดิการทั้งหมดในจังหวัดพัทลุงเพื่อเก็บข้อมูลได้ครอบคลุมทุกประเด็น และเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือแก่นักวิจัยในการเก็บข้อมูลในพื้นที่</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">     การอบรมครั้งนี้กำหนดไว้ 2 วัน คือวันที่ 8 และ 9 กุมภาพันธ์ วันแรกเป็นการชวนคิดชวนคุย และปรับเรื่อง สวัสดิการ โดยวิทยากรหลักจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผศ.ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์ และมีผู้ร่วมให้ความรู้ถึงกลไกการจัดสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม. รวมถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการวิจัยนำร่องฯ โดยคุณภีม ภคเมธาวี จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ </p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">     การอบรมในวันที่ 8 นี้มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ทีมวิจัยพื้นที่ คุณไพโรจน์-ประธานคณะกรรมการสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น คุณเบญจวรรณ-สมาคมรักษ์ทะเลไทย คุณจิระพา-สวท.สตูล คุณสอ-นักพัฒนา อ.บางแก้ว คุณธิดา-นักพัฒนา อ.บางแก้ว คุณอุบล-นักพัฒนาสังคม พมจ.พัทลุง ผู้ใหญ่สมชาย  ผู้ใหญ่วิรุฬ คุณวิเชียร-คณะกรรมการศปคช.พัทลุง คุณแดง รวม 10 ท่านจาก ทั้งหมด 12 ท่าน อาจารย์ทิพวัลย์เป็นวิทยากร คุณภีมเป็นผู้ร่วมให้ความรู้ รัชนีผู้ช่วยคุณภีม พี่โต-เทพรัตน์ในฐานะผู้ประสานงานโครงการฯ พี่โสรยาผู้ช่วยพี่โต </p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">     ช่วงเช้ารับผิดชอบเวทีโดยอาจารย์ทิพวัลย์ เริ่มการอบรมด้วยกิจกรรม </p>   <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">1.“Care-Share-Learn”</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">โจทย์ที่ 1 สวัสดิการ คืออะไร ให้ทุกคนเขียนความหมายตามที่ตนเองเข้าใจลงในกระดาษ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นให้จับคู่โดยเลือกคู่กันเองตามที่ตนเองปิ๊ง(ความคิด จากการสังเกตในการพบปะแต่ละเวทีที่ผ่านมา) เพื่อแลกเปลี่ยนใน โจทย์ที่ 2 เล่าเรื่องสวัสดิการตามที่ตนเองเข้าใจรวมทั้งแลกเปลี่ยนเรื่องราวการผ่านงานสวัสดิการแก่คู่สนทนาฟัง จากนั้นให้คู่สนทนาสะท้อนความหมายของ สวัสดิการ ที่ได้รับฟังเพื่อนให้เวทีฟัง ประมวลความหมายของสวัสดิการได้ว่า</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 1.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 1.75in" class="MsoNormal">o    สวัสดิการเป็นการรับ-การให้อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรีทั้งการให้และการรับ ทำให้เกิดความมั่นคงในชีวิต</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 1.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 1.75in" class="MsoNormal">o    เป็นการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตให้แก่คนในสังคม ตั้งแต่เกิดจนตาย ทั้งการจัดโดยชุมชน หรือรัฐ </p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 1.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 1.75in" class="MsoNormal">o    การให้ที่ทำให้คนมีความสุข จะจัดโดยครอบครัว ชุมชน รัฐ หรือองค์กรระหว่างประเทศก็ตาม</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 1.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 1.75in" class="MsoNormal">o    เป็นการให้ แบ่งปัน เกื้อกูล ในอดีตเมื่อมีงานตามบ้าน เพื่อนบ้านนำข้าวสาร กับข้าวมาช่วยงานกัน และสิ่งที่ไม่เป็นรูปธรรม เช่น เพื่อนบ้านมานอนเฝ้าไข้ การช่วยกันหามพาไปหาหมอ ทั้งหมดเป็นการให้เพื่อชุมชนเป็นสุข</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 1.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 1.75in" class="MsoNormal">o    สิ่งตอบแทนจากผู้อื่นจากการให้ความเมตตาของเราแก่ผู้อื่น</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 1.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 1.75in" class="MsoNormal">o    การจัดไว้เพื่อเป็นหลักประกันของตนเองและครอบครัว ไม่เพียงตัวเงิน ต้องรวมทั้งทรัพยากรและเรื่องอื่น ๆด้วย </p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 1.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 1.75in" class="MsoNormal">o   หลักของการจัดต้องมีกฎ กติกา ให้กลุ่มดำเนินการ บริหาร บนฐานคิดของกลุ่มเอง</p>   <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">ตัวแทนแต่ละคู่สะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่เพื่อนถ่ายทอดให้ฟัง</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 1.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 1.75in" class="MsoNormal">o    คิดว่ากรอบคิดของคนที่มองสวัสดิการไม่ต่างกัน มีเป้าหมายเดียวกัน</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 1.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 1.75in" class="MsoNormal">o    คนที่ทำเรื่องนี้ส่วนใหญ่ใช้ฐานทุนเดิมทางสังคมที่บรรพบุรุษให้แก่ลูกหลาน แต่รุ่นหลังมาจัดลำดับใหม่ด้วยการจัดระบบการจัดการ ทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้อยู่คู่สังคม </p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 1.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list 1.75in" class="MsoNormal">o      ความหมายมีสองพวกคือ ราชการ และนักปฏิบัติการ แต่เป้าหมายเดียวกันทำให้สังคมมีความสุขอย่างยั่งยืน ทำให้สังคมมีชีวิต จะทำให้วัฒนธรรม รากเหง้ามีชีวิต ตอนนี้เมื่อรื้อฟื้นบางอย่างเกือบสาย สิ่งที่สร้างสังคมคือสวัสดิการทางด้านจิตใจ ควรยึดถือพื้นฐานของวิถีชีวิตในการพัฒนา</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">อาจารย์ทิพวัลย์เฉลยในตอนหลังว่าเหตุผลในการให้จับคู่สนทนาเพราะต้องการให้เรียนรู้  การเป็นผู้เล่า-พลังของเรื่องเล่า(Story Telling) ทำให้การพูดคุยมีพลังด้วยการเล่าเรื่องของตนเอง ประการสอง การเป็นผู้ฟัง-การฟังอย่างลึกซึ้ง(Deep Listening) ฟังอย่างตั้งใจ ให้การพูดของผู้พูดมีคุณค่า ความรู้ที่ ผังลึก ในตัวคนทุกคนมีความรู้และประสบการณ์มากมายในตัว การเก็บข้อมูลควรใช้วิธีการของการ จัดการความรู้ โดยเฉพาะ การฟัง</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">2.เติมเต็มความรู้ อาจารย์ทิพวัลย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมโดย power point ความหมายของสวัสดิการสังคม สังคมสงเคราะห์ และความมั่นคงของมนุษย์ในพรบ.2546 (ตอนนี้ผู้บันทึกจับประเด็นได้ไม่ทั้งหมด ได้มาแค่บางส่วนเท่านั้นอาจไม่ครอบคลุมสิ่งที่ผู้บรรยายตั้งใจถ่ายทอด ขออภัยด้วยคะ)</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">สวัสดิการ คือ อะไร จากการค้นรากศัพท์ มาจากรากศัพท์ โสตฺถิ มาจาก สุ แปลว่า ดี  อตฺถิ แปลว่า มีอยู่ ย่อมมี จะมี รวมกันเป็น ความมีสิ่งดี ๆ จะมีแต่สิ่งดี ๆ อันว่า ความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อเทอญ  ดังนั้น คำว่า สวัสดิการ คือ ความมีสิ่งดี ๆ (ในชีวิต) นั่นเอง</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">     สวัสดิการสังคม เป็นระบบการจัดบริการทางสังคมซึ่งเกี่ยวกับการป้องกัน แก้ไขปัญหา การพัฒนาและการส่งเสริมความมั่นคงทางสังคม เพื่อตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชนให้มีคุณภาพที่ดีและพึ่งตนเองได้อย่างทั่วถึง เหมาะสม เป็นธรรม เห็นว่าความหมายกว้างมาก </p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">อีกศัพท์ เป็นศัพท์สังคมสงเคราะห์ หมายถึง ศาสตร์และศิลป์ทางวิชาชีพในการป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟูและพัฒนาบุคคล กลุ่ม ชุมชน.. </p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ความมั่นคงของมนุษย์ การที่ประชาชนได้รับหลักประกันด้านสิทธิ ความปลอดภัย การตอบสนองต่อความจำเป็นขั้นพื้นฐานสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">(พี่สินธุ ซึ่งต้องเป็นวิทยากรในพรุ่งนี้ เข้ามาร่วมในเวทีตอนไหนไม่ทันได้สังเกตแต่ทราบว่าช่วงเวลานี้มีพี่สินธุร่วมรับฟังอยู่ด้วยแน่นอน)</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">3.ระดมสมอง  กิจกรรมนี้ให้แบ่งกลุ่ม เป็น 3 กลุ่ม คละหน่วยงาน  เพื่อตอบคำถาม </p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">1.     ท่านฝันอยากเห็นคนพัทลุงมี สิ่งดี ๆ ในชีวิตอย่างไร</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">2.     จะทำให้ ความฝัน นั้นเป็น ความจริงได้อย่างไร (การบริหารจัดการ)</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">หลังจากผ่านการระดมสมองร่วมกันใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึงเวลาพักรับประทานอาหารเที่ยง ทุกคนเดินไปอีกอาคารหนึ่งซึ่งไม่ไกลมากเพื่อร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน</p>  ช่วงบ่าย ยังคงรับผิดชอบเวทีต่อโดยอาจารย์ทิพวัลย์ ฟื้นพลังให้แก่ทุกคนจากอาการอิ่มจนง่วงด้วย  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ให้ทุกคนเข้าแถวตอน แบ่งเป็น 2 แถว ผู้หญิง และผู้ชาย ให้คนข้างหลังนวดคลายเส้นแก่คนข้างหน้าสลับกัน จากนั้น</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">นำเสนอการระดมสมองกลุ่มย่อย (กลุ่มละ ๑๕-๒๐นาที) ขอนำเสนอโดยสรุปจากการประมวลเนื้อหาของทั้ง ๓ กลุ่มคะ</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">อยากเห็นคนพัทลุงมีสิ่งดี ๆ อะไรบ้าง </p> ด้านสุขภาพ <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .5in" class="MsoNormal">๑.    ปราศจากโรค (กาย  จิต วิญญาณ)</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม</p><p> ๑.    ฟื้นความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร เขา(ภูเขา) ป่า นา เล(ทะเล) </p><p>๒.   อนุรักษ์ฟื้นฟูสมุนไพร </p><p>๓.    จัดศูนย์การเรียนรู้ ด้านทรัพยากร </p><p>๔.   จัดอาสาสมัครรักษ์สิ่งแวดล้อม/เสริมศักยภาพการทำงาน </p><p>๕.   มีแผนปฏิบัติงานร่วมกันอย่างชัดเจนระหว่าง  ประชาชน  องค์กรท้องถิ่น </p><p>๖.    ปลูกฝัง/สร้างจิตสำนึก และความตระหนักด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม </p><p>๗.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานให้เป็นระบบและมีแผนปฏิบัติงานที่ชัดเจนร่วมกัน</p><p>๘.   อยากเห็นทุกภาคส่วนเข้ามาจัดระบบทรัพยากรใหม่ ๆ </p><p>๙.   ป่าไม้เพิ่มขึ้น ๕๐%</p><p>๑๐.    พัฒนา อนุรักษ์ลุ่มน้ำ ทะเลสาปให้อุดมสมบูรณ์</p><p>๑๑.    มีป่าสาคูเพิ่ม ๘๐%</p><p>๑๒.   ไม่อยากให้ที่นาเปลี่ยนเป็นสวนยาง หรือสวนปาล์ม </p><p>๑๓.    ฟื้นคืนพันธุ์ปลาลำพัน</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ด้านศาสนา/วัฒนธรรมประเพณี/ศิลปะ/วิถีชีวิต</p><p> ๑.    อนุรักษ์และส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมให้คงอยู่</p><p>๒.   ส่งเสริมและปลูกฝังการศึกษาด้านศาสนาและศาสนกิจทุกศาสนา</p><p>๓.    ส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน</p><p>๔.   ส่งเสริมและอนุรักษ์กีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน</p><p>๕.   ส่งเสริมการใช้ภาษาประจำถิ่น</p><p>๖.    ฟื้นวิถีชาวนาให้หวนคืน</p><p>๗.งานศพ งานบุญ ปลอดอบายมุขและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ด้านองค์กรชุมชน</p><p> ๑.    มีศูนย์ประสานงาน/ศูนย์การเรียนรู้ขององค์กรชุมชนในพัทลุง</p><p>๒.   ยกระดับการทำงานขององค์กรชุมชนพัทลุงที่มีความเข้มแข็ง  โดยการสนับสนุนและหนุนเสริมจากทุกภาคส่วน</p><p>๓.    เสนอคำขวัญจังหวัดพัทลุงใหม่ เป็น เมืองพระบรมธาตุ นักปราชญ์ทักษิณ ถิ่นลิเกป่า เมืองหนังโนราห์ อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม  ภูเขาอกทะลุ น้ำพุร้อน พระนอนยอดเขา</p><p>๔.   จัดตั้งศูนย์คนดี ศรีเมืองลุง </p><p>๕.   มีกฎหมายรองรับองค์กรชุมชนที่รัฐให้การสนับสนุน</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ด้านการคมนาคม</p><p> ๑.    มีถนนที่มีมาตรฐานที่เชื่อมโยงทุกชุมชน </p><p>๒.   มีบริการสาธารณูปโภคและอุปโภคอย่างทั่วถึง(น้ำกิน น้ำใช้)</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ด้านอาชีพ</p><p> ๑.    ส่งเสริมอาชีพที่มั่นคงให้ทุกครัวเรือนมีอาชีพที่มั่นคงแบบเศรษฐกิจพอเพียง</p><p>๒.   ส่งเสริมอาชีพที่เป็นรายได้เสริม </p><p>๓.    เน้นการฟื้นนา ให้ทุกครัวเรือนมีข้าวกินอย่างเพียงพอ ทุกวันนี้คนพัทลุงปลูกข้าวแต่มีข้าวไม่พอกินต้องซื้อข้าวกิน </p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ด้านสังคม</p><p> ๑.    มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน/ไม่ยิงกัน(ปัญหาที่พบคือมีกฎหมายให้จดทะเบียนการครอบครองปืนได้ ดังนั้นมือปืนจึงมีปืน(ถูกต้องตามกฎหมาย)ในการฆ่าคน)</p><p>๒.   ปลอดจากม่านรูด(เคยได้ยินเสียงสะท้อนจากเด็กที่เข้าม่านรูด บอกว่าตำรวจมาตรวจจับเฉพาะเด็กที่เข้าม่านรูด แต่ไม่ตรวจจับผู้ใหญ่ที่เข้าม่านรูดบ้าง)</p><p>๓.    เกิดสวัสดิการชุมชนครอบคลุมทั้งจังหวัด</p><p>๔.   สังคมเมืองลุงอยู่เย็นเป็นสุข</p><p>๕.   กลุ่มวัยรุ่นได้รับการแก้ปัญหาที่ถูกจุด (การศึกษา /เพศ/ คุณธรรม)</p><p>๖.    เด็กทุกคนได้รับการดูแลจากครอบครัว/สังคม/ชุมชน มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง</p><p>๗.มีพื้นที่/เวทีในการแสดงออกให้แก่ทุกกลุ่มในสังคมโดยเฉพาะ เยาวชน วัยรุ่น</p><p>๘.   ผู้สูงอายุได้รับการดูแลเอาใจใส่จากทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและเป็นธรรม</p><p>๙.   ให้มีการสื่อสารที่มีคุณภาพ/มีมาตรฐาน/มีความหลากหลาย มีทีวีสาธารณะ</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ด้านการศึกษา</p><p> ๑.    เด็กได้เข้าโรงเรียนทุกคน จบ ม ๖ เป็นอย่างน้อย</p><p>๒.   อ่านออก  เขียนได้  มาตรฐาน  ช่วงชั้น (ป.๖ ช่วงชั้นที่๒)  </p><p>  ๒.๑  มีทักษะด้านอาชีพที่สอดคล้องกับชุมชน  </p><p>  ๒.๒  ด้านการแสวงหาความรู้/ความใฝ่รู้ (เชื่อมั่นแต่ทฤษฎี)  </p><p>  ๒.๓  มีคุณธรรม จริยธรรม   </p><p>อันที่จริงไม่อยากถ่ายทอดยาวขนาดนี้ เห็นใจคนอ่านเหมือนกันคะ แต่เนื่องจากความไม่ขยันในการสรุปประเด็นของผู้บันทึก จึงทำให้ต้องเขียนยาวขนาดนี้คะ</p>